'พนิต' อัดระบอบประยุทธ์หวงก้างไม่จัดเลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯกทม' ย้ำตำแหน่งนี้ไม่ใช่มรดกคสช.

“พนิต ปชป.”ชำแหละ 4 ข้อ ทำคนกรุงฯ-พรรคการเมืองฝันสลาย อดชิงเก้าอี้เสาชิงช้าต้นปีหน้า เพราะระบอบประยุทธ์ กลัวแพ้หวั่นลามเลือกตั้งสนามใหญ่ ปลุกคนไทยขับไล่ระบบเผด็จการ เชื่อสุดท้ายซื้อเวลา ปิดหูปิดตา รักษาอำนาจ-ผลประโยชน์ต่อไป เหน็บแรงอย่าหวงก้าง!เพราะ “ผู้ว่าฯกทมไม่ใช่มรดกคสช.”

12 ธ.ค. 2564 นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟสบุ๊คสวนตัวเรื่อง “ผู้ว่าฯกทม. ไม่ใช่มรดกคสช. ” มีรายละเอียดว่า ช่วงนี้ หลายท่านคงได้เห็นพรรคการเมืองที่เริ่มโชว์ตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. กันบ้างแล้ว มีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และในนามอิสระ พร้อมความคาดหมายจะเข้าโหมดเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในช่วงเดือนมกราคม และวันเลือกตั้งภายในเดือนมีนาคม 2565
แต่ในความเห็นผม ในฐานะที่เป็นชาวกรุงเทพฯ แต่กำเนิด และ มีประสบการณ์ ทำงานในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น รองผู้ว่าฯกทม. และ ส.ส. กทม. เชื่อว่าผู้มีอำนาจจะไม่ยอมจัดเลือกตั้งในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างแน่นอน เพราะด้วยเหตุผลดังนี้ คือ

1.รัฐบาลที่เคยชินกับการสืบทอดอำนาจ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯนั่งเป็นประธานครม. ยังไม่มีท่าทีจะปลดล็อคให้เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมบอกเหตุผลซื้อเวลาต่อไปว่า “รอให้บ้านเมืองสงบก่อนจึง เลือกผู้ว่าฯกทม” ถือว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น แถมนายกฯ ยังไม่ฟังเสียงความต้องการของคนกรุงฯ ที่ต้องการมีผู้ว่าฯกทม.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงตามวิถีประชาธิปไตย

2.ผู้มีอำนาจกลัวมาก ว่าฝ่ายตัวเองแพ้แบบหลุดลุ่ย หลังโพลทุกสำนักฟันธง ฝ่ายที่ยืนหนึ่งอยู่ตรงข้ามชนะแบบชนิดเรียกว่า ทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่น แถมฝั่งผู้มีอำนาจนอกจากคะแนนตามหลังแบบสุดกู่แล้ว เชื่อว่าคะแนนยังตัดกันเองอีกใช่หรือไม่ เพราะ สองพรรคใหญ่ในรัฐบาล ก็ส่งคนของตัวเองเพื่อรักษาศักดิ์ศรี ประเมินกระแสคนกรุงฯและที่สำคัญสุด ต่างก็ต้องการตำแหน่งผู้ว่ากทม. ด้วยเช่นกัน

3.สมมุติว่าฝ่ายผู้มีอำนาจแพ้แล้ว ความพ่ายแพ้จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ นอกจากเสียฟอร์มทางการเมือง เพราะถืออำนาจไม่ต่ำกว่า 7 ปี อาจทำให้ส่งผลกระทบในการสนามเลือกตั้งใหญ่ด้วย ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ที่จะมีพลังมหาศาล ปลุกคนไทยทั่วทั้งประเทศ ขับไล่ระบอบสืบทอดอำนาจ ที่ยาวนานนี้ออกไป ผ่านการเลือกตั้ง

4.ส่วนรายชื่อผู้สมัครของฝ่ายผู้มีอำนาจฝั่งพรรคแกนนำหลักรัฐบาล ก็เป็นการเลี้ยงกระแสสังคมเท่านั้น อย่างเช่นที่ทำมาตลอดในช่วงสองปีกว่าที่ผ่านมา สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามแต่ละสถานการณ์

ผมขอสรุปว่า ผู้มีอำนาจ จะไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ตราบใดที่พวกเขาไม่มีโอกาสชนะ หรือสุดท้ายไม่มีทางเลือก ถึงแม้จะถูกมองว่าหวงก้าง แต่ก็ต้องยอมอุดหูปิดตา และยอมถูกด่า เพื่อถืออำนาจ และ ผลประโยชน์มหาศาล ในกทม. อันเกิดจากมรดกคสช. ต่อไปอย่าหวงก้าง! ผู้ว่าฯกทมไม่ใช่มรดกคสช

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'การดี' ยื่น สตง. ตรวจสอบเบิกจ่ายงบ TH-AI Pass ชี้ไร้ข้อตกลงคุณธรรมตาม TOR เปิดช่องปั๊มยอดใช้งาน

“การดี” ยื่น สตง. ตรวจสอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน ชี้ ‘ข้อตกลงคุณธรรม’ เป็นเงื่อนไขบังคับสร้างความโปร่งใส หวั่นสัญญาส่อโมฆะ

กรณ์ จี้รัฐบาลเฉือนงบฯ ลดภาษีน้ำมันต้นทุนพลังงานช่วยทุกคน ไม่ใช่เติมเงินให้บางกลุ่ม

กรณ์ซัดรัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลช่วยแค่คนมีรถ เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ

‘ธนกร’ สวน ‘เท้ง’ อย่าเหมารวม 21 ล้านเสียงแก้รธน.เป็นของพรรคส้ม

“ธนกร” สวน “ณัฐพงษ์” อย่าเหมารวม แจง 21 ล้านเสียงเพื่อให้แก้ รธน. ไม่ใช่เห็นด้วยกับแนวทางพรรคประชาชน ชี้อำนาจของประชาชนพิสูจน์แล้วผ่านผลเลือกตั้งที่ผ่านมา ด้วยการหนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ส่งผล ภท.ชนะถล่มทลาย

ปชป.จี้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน

“ประชาธิปัตย์” ชี้ราคาน้ำมันโลกลงแต่ราคาหน้าปั๊มยังไม่ลด เพราะกบน.หั่นชดเชยกองทุน ย้ำลดราคาโรงกลั่นไม่พอ ต้องลดภาษีสรรพสามิตทันที พร้อมถามรัฐบาล ทำไมไม่ใช้เงินไทยช่วยไทยพลัสกว่า 5 หมื่นล้านมาช่วยลดค่าน้ำมันให้ประชาชนทั้งประเทศ

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

'วิเวียน' ยื่น 3 ข้อเสนอนโยบาย แก้มลพิษ ลักลอบทิ้งกากสารเคมีในเขต EEC-ปราจีนบุรี

นางสาววิเวียน จุลมนต์ นักวิจัย ทีมศูนย์ออกแบบและวิจัยนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ (BluePrint) แถลงข่าวแสดงจุดยืนต่อปัญหามลพิษทางอุตสาหกรรมและการลักลอบขนถ่ายกากสารเคมีพิษในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเปิดแพลตฟอร์ม "จับตา" รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน จนได้หลักฐานปฐมภูมิชี้ชัดถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่