'ทวี' ชูระบบปกติดับไฟใต้ ลดพึ่งทหาร หึ่ง! อธิบดีกรมใหญ่ ข้ามห้วย นั่งเลขาฯ ศอ.บต. คนใหม่

‘รมว.ยธ.’ แนะแก้ปัญหาไฟใต้ เน้นใช้ระบบปกติ ลดพึ่งพาทหาร ชี้สเปก ‘เลขาธิการศอ.บต.’ คนใหม่ ต้องปลุกคนในพื้นที่มีส่วนร่วม สะพัด! อธิบดีกรมใหญ่ข้ามห้วย

8 ก.ย. 2566 – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเคยเป็นอดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาก่อน กล่าวถึงมุมมองต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ว่า ช่วงที่ผ่านมาระบบของภาครัฐมี ศอ.บต. ซึ่งตามกฎหมายให้มีการทำงานแบบบูรณาการ แต่รัฐบาลที่ผ่านมาเข้าไปทำงบแบบบูรณาการ เหมือนกับไม่ไว้ใจ ศอ.บต. ทำแบบพอไม่ไว้ใจใคร ก็เอามาบูรณาการกันใหม่ เหมือนอย่างกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ซึ่งตามโครงสร้างให้มีการบูรณาการเรื่องความมั่นคงอยู่แล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ไว้ใจ จนทำให้เกิดลักษณะแบบ “รัฐซ้อนรัฐ” ขึ้นมา วันนี้คิดว่าที่ผ่านมาอะไรซึ่งออกคำสั่งออกมาแล้วมันซ้ำซ้อน พอกพูนเกินไป ควรยกเลิกให้หมด ให้เหลือกฎหมายแต่ละประเภทก่อน แต่หากทำแล้ว ถ้าการใช้กฎหมายปกติแต่ละประเภทรับมือไม่ไหว ก็มาดูกัน

“เช่นวันนี้อาจยังมีคำสั่ง คสช. ที่เคยออกมา หรือการให้มี ครม.ส่วนหน้า มีการตั้งคณะอะไรต่างๆ เยอะแยะ เบื้องต้น รัฐบาลมาใหม่ก็ควรมาคุยแล้วยกเลิกให้หมด ให้อยู่ในจุดของโครงสร้างที่มีอยู่ อย่าง ศอ.บต. ก็มาดูว่าไหวหรือไม่ เพราะเป็นกฎหมายที่เกิดมาเพื่อให้ทุกส่วนราชการ ยกเว้นศาล กับทหาร ที่ให้อยู่ใต้โครงสร้าง ศอ.บต. เพียงแต่ต้องเลือกเลขาธิการ ศอ.บต. ที่สามารถขับเคลื่อน หรือปลุกพลังของประชาชนมาแก้ไขปัญหา ถ้าเราทำตรงนี้ได้ ก็ไม่ควรมีคำสั่งหน่วยงานต่างๆ เข้าไป อย่างผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ควรให้เข้าได้มีโอกาสทำงาน ไม่ใช่ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. จะไปปราบยาเสพติดในพื้นที่ ก็ไม่ได้อีก เพราะต้องไปฟัง กอ.รมน. อีก ทั้งที่กฎหมายเขามีอยู่แล้ว” รมว.ยุติธรรม ระบุ

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ดังนั้นควรให้ระบบการทำงานเป็นระบบปกติก่อน แต่หากใช้ระบบปกติแล้ว ยังไม่ได้ เราก็อาจต้องมาร่วมคิดกันว่า ระบบแบบปกติอาจไม่พอ อาจต้องทำให้เกิดการแข่งขันกันสร้างความเจริญ จะทำอย่างไรจะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น จะทำอย่างไรให้สินค้าเกษตร มีราคาที่ดีขึ้น รวมถึงจะทำอย่างไรให้เกษตรกร มีที่ดินทำกิน มีที่อยู่อาศัย เราก็มาว่ากันอีกที

เมื่อถามว่า กำลังทหารในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ตอนนี้ก็ยังมีอยู่จำนวนหนึ่ง มองอย่างไร ควรต้องมีการปรับอะไรหรือไม่ รมว.ยุติธรรม ตอบว่า ทหารก็ปรับตัว ซึ่งหากบอกหน้าที่ของเขาให้ชัดเจน ว่าทหารมีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองประเทศ และข้าราชการ ตำรวจ และพลเรือน มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่หากอะไรที่เหนือกว่าบ่าแรง ก็ค่อยไปขอกำลังจากทหาร แล้วให้ประชาชนมีส่วนร่วม หากเราเริ่มจากตรงนี้ ความรู้สึกเรา มันอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเรือนจำที่อยู่นอกเรือนจำ คือด่านต่างๆ ตามทุกหมู่บ้าน โดยบางด่าน อาจปรับโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพราะหากมีด่านแต่ไม่เคยใช้เลยหรือตั้งไว้เพื่อทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เกิดความรู้สึก น้อยเนื้อต่ำใจ เราก็อาจยกเลิก แต่ตรงจุดไหน ที่มีความจำเป็น และต้องทำให้มีประสิทธิภาพ เราก็ต้องเข้าไปเสริม และจุดไหนที่ประชาชนในพื้นที่เขายังห่วงเรื่องความปลอดภัยเช่น พื้นที่เปราะบาง อย่างชุมชนไทยพุทธในพื้นที่ หรือชุมชนใดอยากมี ก็เข้าไปเสริมให้ในพื้นที่ แต่ไม่ใช่ไปตั้งด่านทุกพื้นที่ แต่ปรากฏว่าไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่

“วันนี้ผมเชื่อว่าเราอาจลองกลับไปสู่ระบบปกติ แล้วก็เข้าไปพัฒนา ส่วนกำลังทหาร ก็ไปอยู่ในค่ายทหาร แล้วตำรวจก็ออกมาทำงานตามระบบปกติ แล้วก็ใช้กำลังพลเรือน รวมถึงก็ยังมีพวกอาสาสมัครต่างๆ ซึ่งเขาจะรู้พื้นที่ดี ส่วนหากยังมีคนกังวลอยู่ เราก็อาจเปิดพื้นที่ ให้คนที่มีความเห็นต่าง ได้มีพื้นที่พูดคุยกันเช่นมีปัญหาไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องอะไร ก็มาคุยกัน” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

อนึ่ง ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่านายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี อาจออกคำสั่งมอบหมายงานกำกับดูแล ศอ.บต. ให้กับ พ.ต.อ.ทวี รวมถึงงานด้านภาคใต้ ซึ่งต้องรอดูการแบ่งงานของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพุธที่ 13 ก.ย. ซึ่งเป็นการประชุม ครม. นัดแรกของรัฐบาล ว่าจะมีการแบ่งงานกันออกมาอย่างไร เพราะตาม พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 บัญญัติให้ ศอ.บต.เป็นส่วนราชการรูปแบบเฉพาะที่ไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี และกระทรวงใดๆ โดยให้อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

รวมถึงต้องดูว่า รัฐบาลจะตั้งใครมาเป็น เลขาธิการ ศอ.บต.คนใหม่ ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับ 11 มาแทน พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่จะเกษียณอายุราชการสิ้นเดือนกันยายนนี้ โดยมีรายงานว่า เลขาธิการศอ.บต.คนใหม่ จะมาจากสายข้าราชการพลเรือน ที่ปัจจุบันเป็นอธิบดี จะข้ามห้วยมารับตำแหน่ง ไม่ได้เป็นการเลื่อนรองเลขาธิการ ศอ.บต. ขึ้นมารับตำแหน่ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รุทธพล' แจงสอบเว็บพนัน 'ไอเดียร์-สามี' ว่ากันตามพยานหลักฐาน ไม่ใช้ความรู้สึก

"รมว.ยุติธรรม" อัปเดตคดีเว็บพนัน Shuffle เผยดีเอสไอเตรียมเรียกกระดานเทรดคริปโตอีก 11 เจ้าสอบเส้นเงินตามกรอบเวลา หลัง บิทคับ เข้าแจงปม 49 บัญชีโยกเงินร้อยล้าน ด้าน สอท. ล็อกตัว 3 นักเล่นชาวไทยสอบขยายผล ส่วนปมยึดทรัพย์ 'สส.ไอเดียร์-สามี' ย้ำต้องทำตามกฎหมายและไล่ตรวจพยานหลักฐานการถือหุ้นจริง ไม่ใช่ตัดสินด้วยความรู้สึก

'รุทธพล' เผยยังไม่ได้รับรายงาน 'ทักษิณ' ได้รับนิรโทษหรือไม่ ย้ำเงื่อนไข 'ทุจริต-ม.112'

ที่มณฑาทิพย์ ฮอลล์ จ.อุดรธานี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข กล่าวถึงกรณีกา

ปิดฉาก 5 จังหวัดชายแดนใต้! พว. ปักธงสงขลา พลิกการศึกษาไทยทั้งระบบ ตั้งเป้า 5 ปี ก่อนขยาย GPAS 5 Steps สู่เอเชีย

สงขลา จังหวัดสุดท้ายของภารกิจพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้! กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ผนึกเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ปิดท้ายการขับเคลื่อน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมประกาศเป้าหมายยกระดับคุณภาพการเรียนรู้จากห้องเรียนสู่การเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ ก่อนต่อยอดองค์ความรู้สู่ระดับนานาชาติ

ยะลาพลิกโฉมการศึกษา! ปั้นนักคิดรุ่นใหม่ ตอบโจทย์ PISA ต่อยอดเศรษฐกิจชายแดนใต้

เดินหน้าสู่วันที่ 4 ที่จังหวัดยะลา กับภารกิจพลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้ สร้างนักคิดและนักนวัตกรรุ่นใหม่ ต่อยอดทรัพยากรท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจอนาคต ขณะที่ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ชู Active Learning GPAS 5 Steps เป็นเครื่องมือยกระดับทักษะการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทย ตอบโจทย์ผลประเมิน PISA ด้านเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามขานรับ พร้อมเปลี่ยนวิธีสอน สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้เด็กชายแดนใต้

'อนุทิน' ถก สมช. แก้ชายแดนใต้ สั่งหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน

นายกฯอนุทิน เอาจริงแก้ปัญหาชายแดนใต้ สั่งทุกหน่วยงานทบทวนจุดอ่อน ลดความซ้ำซ้อน บูรณาการทำงานเป็นเอกภาพ ย้ำความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน เดินหน้าพูดคุยสันติสุข ไม่ยอมรับความรุนแรง

วิสามัญฯ 3 ศพ! เหตุปะทะเดือดนราธิวาส พบหมายจับติดตัวคดีระเบิดปั๊ม

คืบหน้าเหตุปะทะในพื้นที่ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส พบผู้ก่อการร้ายเสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย รวมเป็น 3 ราย พบประวัติเชื่อมโยงให้การสนับสนุนการก่อเหตุหลายคดี