เชิญ 'กกต.' ถกละเอียดยิบปมทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ!

'วุฒิสาร' เชิญ 'กกต.'ถกหลักเกณฑ์ทำประชามติเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ หารือพ่วงเลือกตั้งท้องถิ่นปีหน้าได้หรือไม่

08 พ.ย.2566 - นายวุฒิสาร ตันไชย ในฐานะประธานอนุกรรมการศึกษาแนวทางในการทำประชามติ ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุม ว่ามีการเชิญผู้แทนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาร่วมหารือเรื่องขั้นตอนทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การทำประชามติว่าตามกรอบกฎหมาย เงื่อนไขเวลาต่างๆ ในการกำหนดการทำประชามติแล้ว จะต้องมีขั้นตอนและเงื่อนไขอย่างไร ซึ่ง เราก็อยากจะทราบว่า หากจะทำประชามติ จะมีการใช้งบประมาณเท่าไหร่

นายวุฒิสารกล่าวว่า จะหารือว่าการทำประชามติจะสามารถทำแบบการอิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ หรือการทำประชามติที่ง่ายขึ้น เนื่องจากการทำประชามติครั้งนี้อาจแตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป เพราะไม่มีส่วนได้เสียแบบตรงไปตรงมา เพราะฉะนั้นถ้าจะทำให้ง่ายขึ้น จะทำได้หรือไม่อย่างไร และจะมีการสอบถามจาก กกต.ว่า การตั้งคำถาม การทำประชามติ ซึ่งหลักการทำประชามติมีทั้งผลผูกพันกันกับคำถาม นั่นก็คือผูกพันกับรัฐบาล หรือเป็นประชามติแบบปรึกษาหารือ เพราะถ้าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจมีประเด็นหลายเรื่อง ที่จะมีการสอบถามในเชิงหารือกับประชาชน ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะหารือกับ กกต.รวมถึงกรอบเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเข้าใจว่าปีหน้า หรืออาจจะต้นปี 2568 จะมีการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งจะมีการเลือกตั้งทั้งประเทศ เราจะสามารถพ่วงกับการทำประชามติได้หรือไม่

“จะหารือกับ กกต.เพื่อให้ทราบแนวทางว่า ถ้าจะออกแบบ และถ้า อพิจารณาของอนุกรรมการชุดนี้เห็นว่าจะสามารถทำประชามติจะทำได้กี่ครั้งอย่างไร จะได้นำกรอบพิจารณา และระยะเวลาเหล่านี้ไปพิจารณาW

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการกำหนดไทม์ไลน์ ที่จะสรุปข้อมูลทั้งหมดเมื่อใด นายวุฒิสาร กล่าวว่าตามที่นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงไปว่า ประมาณสิ้นปีนี้คงจะได้ข้อยุติเบื้องต้น เพื่อนำเสนอให้กับคณะกรรมการชุดใหญ่ เพราะอนุกรรมการ 2 ชุดที่กำลังทำงานอยู่ในขณะนี้ ซึ่งคณะอนุกรรมการที่ทำงานมากหน่อย ในขณะนี้คือชุดของนายนิกร ที่ไปรับฟังความคิดเห็น ซึ่งวันที่ 15 นี้ จะรับฟังความคิดเห็นที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับเนื้อหาสาระที่จะแก้ไข การจัดทำรัฐธรรมนูญ

นายวุฒิสาร กล่าวว่า อนุฯชุดของตนเอง จะพิจารณาในลักษณะข้อกฎหมาย เป็นการศึกษาข้อกฎหมายของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ผูกพันอยู่ ว่าสรุปแล้วการทำประชามติจะต้องทำกี่ครั้ง เพราะนโยบายรัฐบาลประกาศว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องคงหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งก็ต้องมาดูว่าการยกเว้นหมวด 1 หมวด 2 จะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ อย่างไรก็ตามคณะอนุฯ ชุดนี้อาจมีการทอดเวลา ด้วยการรับฟังข้อมูล จากคณะอนุฯชุดที่สอง และรับฟังความเห็นของคนทั่วไป ขณะเดียวกัน ก็จะไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง และ คนที่เป็นนักกฏหมายทั้งหลาย เพื่อมาช่วยกันให้คำตอบ

เมื่อถามว่า แสดงว่าเหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือน นายวุฒิสาร กล่าวว่า ตามกรอบเวลาก็น่าจะเป็นอย่างนั้น อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะได้ข้อสรุปเบื้องต้น ที่จะนำเสนอ แต่น่าจะมีความชัดเจนว่าหากจะทำต้องทำอย่างไร ทั้งนี้ต้องหารือกับคณะกรรมการชุดใหญ่ก่อน

เมื่อถามว่า มีการกำหนด การประชุมครั้งสุดท้ายในช่วงสิ้นปีเมื่อไหร่ นายวุฒิสาร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประธานที่จะนัดประชุม ซึ่งปลายเดือนนี้ คิดว่าน่าจะมีการประชุมร่วมกัน และอีกครั้งหนึ่งคือในช่วงเดือนธันวาคม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา

'เรืองไกร' ยื่นร้องยุบพรรคประชาชน จี้ กกต. สอบเส้นเงินบริจาคโยงขบวนการ Forex

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)และนายทะเบียนพรรคการเมือง เพื่อขอให้ตรวจสอบบัญชีพรรคประชาชนและเงินบริจาคที่เกี่ยวข้องกับ Forex โดยมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินบริจาค การหักค่าธรรมเนียม และความโปร่งใสของแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะเงินที่มาจากบริษัท เพย์โซลูชั่น

เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง

น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง

'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์เมื่อคดีฮั้ว สว. บอกเราว่าปัญหาอาจไม่ใช่ 'คนโกง' แต่เป็น 'ระบบที่ชวนให้โกง'

นักวิชาการอิสระชี้ปัญหาไม่ใช่แค่ใครโกง แต่คือ ระบบถูกออกแบบมาอย่างไร จึงทำให้การโกงเป็นทางเลือกที่ได้เปรียบ ดังนั้นหากสังคมไทยต้องการปิดช่อง ฮั้ว สว. อย่างจริงจัง สิ่งที่ควรถูกหยิบขึ้นมาปฏิรูปมีอย่างน้อย 5 เรื่อง

'อดีต กกต.' เทียบชัดๆ สองอนุฯ ชุด 26 กับ 36 ในคดีฮั้ว สว.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ชื่นชม อนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ของ กกต. แต่ชวนให้สงสัย อนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ของ กกต.