'ยุทธพร' รับหนักใจกฎหมายประชามติ เงื่อนไขผ่านยาก เล็งปลดล็อกให้ง่ายขึ้น
1 5พ.ย.2566 - นายยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะกรรมการเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการทำประชามติเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นที่แตกต่างในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กล่าวถึงแนวทางการทำประชามติว่า เรื่องการทำประชามติอย่างน้อยในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเห็นชอบให้ทำ 2 ครั้ง ซึ่งการทำประชามติต้องพิจารณาทั้งในแง่กฎหมายและประเด็นทางการเมือง รวมทั้งต้องให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ส่วนตัวคิดว่าจะต้องทำประชามติ 2-3 ครั้ง จึงจะสามารถทำให้ประชามติเป็นเครื่องมือที่สำคัญ การแก้ไขและธรรมนูญต้องสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นทั้งสองส่วน คือ สมดุลในเรื่องของความเป็นไปได้ และสมดุลเรื่องความลงตัวซึ่งเนื้อหารัฐธรรมนูญจะต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สามารถยืนอยู่ได้ในระยะยาว ส่วนองค์กรผู้ร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ตกผลึกร่วมกันแล้วว่าจะต้องเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ส่วนที่มาของ ส.ส.ร.จะต้องหารือกันในรายละเอียด เมื่อตั้ง ส.ส.ร.ลงตัวแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการประชามติเลยหรือไม่ หรือต้องกลับไปที่รัฐสภาอีก ต้องไปดูเชิงเทคนิคของกฎหมายมหาชน ขณะที่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องเปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมให้กับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่ายในการมารับฟังความคิดเห็น เหล่านี้จะทำให้เกิดความลงตัวในเรื่องของเนื้อหา
“ตอนนี้ที่หนักใจคือเรื่องของการทำประชามติ เพราะมีกฎหมายประชามติเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องใช้เสียงข้างมากสองชั้น ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดเรื่องของการรณรงค์ให้มีการโนโหวต นั่นคือ การให้อยู่บ้าน ไม่ออกมาใช้สิทธิ์ ทำให้เสียงประชามติไม่ถึงกึ่งหนึ่ง และตกม้าตายไปตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย มันมีโอกาสเป็นไปได้ แต่ถ้าเสียงขั้นตอนแรกเกินกึ่งหนึ่ง ขั้นตอนที่สองก็เกินกึ่งหนึ่งอีกกระบวนการทำประชามติก็จะได้รับความเห็นชอบต่อไป”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะต้องแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2564 ก่อนใช่หรือไม่ นายยุทธพร กล่าวว่า มีโอกาสที่จะต้องทำอย่างนั้น เพื่อที่จะทำให้โอกาสของการทำประชามติเป็นไปได้ แนวทางแก้มี 2 ทางคือ ทำให้เหลือเสียงข้างมากชั้นเดียว กับเสียงข้างมากยังเป็นสองอยู่ แต่ในชั้นที่สองอาจจะลดสัดส่วน ไม่ต้องถึง 50%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.บุญส่ง' ยกตัวอย่างหลายประเทศพยายามอยู่ร่วมกัน โต้วาทกรรม 'ไม่แปลกแบ่งแยกดินแดน'
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง วาทกรรม “ไม่แปลก” คือเบื้องหลังการเมืองของการ “แบ่งแยก” มีเนื้อหาดังนี้
‘พิธา’ ใช้สิทธิ์ก่อนบินกลับอเมริกา ยอมรับหัวใจไม่ว่างแล้ว
ธนาคารออมสิน หน้าห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางมาลงคะแนน ที่จุดเลือกตั้งและที่ออกเสียง หน่วยที่7 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
กลุ่มรณรงค์แก้ รธน.ไม่กล้าฟันธงผลประชามติ 8 ก.พ.ผ่านหรือคว่ำ
กลุ่มรณรงค์แก้ รธน.ยอมรับประเมินยาก ผลประชามติ 8 ก.พ.ผ่านหรือคว่ำ ยันแก้รายมาตรา ไม่ได้ประหยัดงบ มากไปกว่าการร่างใหม่ทั้งฉบับ
'สมชัย' ฟาด กกต.อย่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ จะไม่ใช่แค่กระสุนตก แต่จะเป็นเป้าหย่อนไข่ของ F16
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความน่าเชื่อถือของ กกต. อยู่ที่ 3 อย่าง คือ พูดความจริง แม่นยำในหลักการ และ ใช้เหตุผลในการชี้แจงไม่เถียงแบบข้าง ๆ คู ๆ
ประเดิมถกแก้รัฐธรรมนูญ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน' ฟัดเรื่องคำถามที่ 1
'รัฐสภา' เริ่มถก แก้รธน.วาระ2 'ภราดร' เสนอญัตติทำคำถามที่1 ส่งให้รัฐบาลทันที เจอ 'จุลพันธ์' สวน ครม.มีอำนาจ ทำไมไม่ทำเอง ด้าน 'วันนอร์' ให้วิป 3 ฝ่ายไปตกลงกัน
เตรียมพีอาร์เข้ม! หลังร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 2
'โฆษก รบ.' ระบุ หลังร่างรธน.ผ่านวาระ 2 ต้องประชาสัมพันธ์เข้มข้น บอกไม่ยากทำความเข้าใจ แม้ทำประชามติหลายเรื่อง แค่อาจเสียเวลาในคูหา เหตุปชช.ต้องใช้วิจารณญาณ

