'อ.บุญส่ง' ยกตัวอย่างหลายประเทศพยายามอยู่ร่วมกัน โต้วาทกรรม 'ไม่แปลกแบ่งแยกดินแดน'

24 เม.ย.2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง วาทกรรม “ไม่แปลก” คือเบื้องหลังการเมืองของการ “แบ่งแยก” มีเนื้อหาดังนี้

มีนักการเมืองของพรรคคนรุ่นใหม่คนหนึ่งกล่าวว่า “ความพยายามที่จะแบ่งแยกดินแดน ความพยายามที่จะมีเอกราชของตัวเอง มันไม่ใช่ “เรื่องแปลก” ในสังคมสมัยใหม่ แต่กลับกลายเป็นเรื่องแปลกในสังคมไทยมาก”

นักการเมืองอีกคนหนึ่งสำทับว่า “ไกลกว่านั้นก็คือ ก็ต้องแยกตัวออกเป็นเอกราช ความปรารถนาทางการเมืองใหม่ คือการปลดปล่อยตัวเอง ก็เป็นทางเลือกที่สำคัญ เราเลยมีขบวนการแบ่งแยกดินแดน”

ประโยคเหล่านี้ฟังเผิน ๆ เหมือนจะเป็นการอธิบายความจริงของโลกยุคใหม่ แต่หากพิจารณาอย่างจริงจังแล้ว จะพบว่านี่คือวาทกรรม “บิดเบือน” ที่พยายามเสนอชุดความคิด “ให้ความผิดปกติกลายเป็นเรื่องธรรมดา” และการแบ่งแยกดินแดนคือเรื่อง “ไม่แปลก” ในโลก มีแต่สังคมไทยนี่แหละที่คิดว่าแปลก

ในโลกของความเป็นจริง กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา หรือวัฒนธรรมจำนวนมาก ไม่ได้เลือกเส้นทางของการ “แยกตัว” ตรงกันข้าม พวกเขากลับพยายามสร้างเงื่อนไขของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและมีศักดิ์ศรี ตัวอย่างมีให้เห็น อาทิ สวิตเซอร์แลนด์ ที่มีหลายภาษา หลายศาสนา แต่สามารถออกแบบรัฐให้ทุกกลุ่มมีส่วนร่วมได้อย่างสมดุล หรือใน แคนาดา ที่แม้จะมีความตึงเครียดในควิเบก แต่คนจำนวนมากก็ยังเลือกอยู่ร่วมกันภายใต้ระบบที่ยอมรับอัตลักษณ์ของตน เช่นเดียวกับ สหราชอาณาจักร ซึ่งสกอตแลนด์ก็เคยลงประชามติและตัดสินใจไม่แยกตัว และใน สเปน ที่แม้จะมีความเคลื่อนไหวในบางแคว้น แต่สังคมโดยรวมก็ยังดำรงอยู่บนฐานของการอยู่ร่วมกันเป็นหลัก

ข้อเท็จจริงเหล่านี้สะท้อนชัดว่า “การไม่แยก” ต่างหาก คือสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมสมัยใหม่ ไม่ใช่ “การแยก”

แต่แน่นอนว่าการเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนนั้น “มี” อยู่จริง โดยเฉพาะในบริเวณสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และเป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ในหลายกรณีเป็นผลจากความรู้สึกของคนกลุ่มน้อยบางส่วนที่เห็นว่าตนเองถูกกดทับ ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือไม่มีพื้นที่ให้ต่อรองในโครงสร้างอำนาจของรัฐ ซึ่งเมื่อระบบการเมืองไม่สามารถรองรับความแตกต่างได้ ความคิดเรื่องการแยกตัวจึงค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น

ขณะที่ความจริงอีกด้านหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือกระแสการแบ่งแยกดินแดนจำนวนไม่น้อยถูก “ขับเคลื่อน” โดยกลุ่มคนที่มองเห็นโอกาสในการแสวงหา “อำนาจและผลประโยชน์” การปลุกเร้าอัตลักษณ์ การขยายความขัดแย้ง และการสร้างวาทกรรม “เรา-เขา” ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างบริสุทธิ์เสมอไป หากแต่ถูกใช้เป็น “เครื่องมือทางการเมือง” ที่ช่วยให้บางคนและหลายคนก้าวขึ้นสู่สถานะผู้นำได้รวดเร็วขึ้น โดยหวังรับสิ่งตอบแทนทั้งเชิง “อำนาจและทรัพยากร” เป็นแรงจูงใจสำคัญ

ต้องพูดให้ชัดว่า การเรียกร้องแบ่งแยกดินแดนนั้น “ไม่ใช่” เรื่องปกติ หากแต่เป็น “สัญญาณของความล้มเหลว” ในการจัดการความหลากหลาย และในหลายกรณี ยังเป็น “ผลผลิต” ของการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองของคนบางกลุ่ม

การทำให้การแบ่งแยกดินแดนเป็น “เรื่องไม่แปลก” จนสังคมเริ่มคุ้นชิน เส้นแบ่งของการยอมรับก็ถูกเลื่อนออกไป ดังนั้น เมื่อนักการเมืองคนใดพยายามทำให้เรื่องนี้ดูเป็น “เรื่องธรรมดา” เราก็จำเป็นต้องตั้งคำถามต่อเจตนาที่แท้จริงของพวกเขา เพราะการเปลี่ยน “สิ่งผิดปกติ” ให้ดูเป็นเรื่อง “ไม่แปลก” ย่อมไม่ใช่การอธิบายความจริงอย่างเป็นกลาง หากแต่เป็นการปูทางไปสู่บางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง และสังคมไม่ควรนิ่งเฉยต่อความพยายามเช่นนั้น

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อรัฐ 'บังคับ' ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า 'ลูกไม่ได้เลี้ยงดู' เลิกมองความยากจนแบบ 'ขาว-ดำ'

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง เมื่อรัฐ “บังคับ” ให้พ่อแม่ต้องบอกว่า “ลูกไม่ได้เลี้ยงดู” มี่เนื้อหาดังนี้

ระทึก! 9 โมงเช้าศาลอาญานัดฟังคำพิพากษา 'ธนาธร' คดี 112 เรื่องวัคซีนพระราชทาน

คดี 112 ธนาธร ปากพล่อย วิจารณ์วัคซีนพระราชทาน แทงม้าตัวเดียว รู้ผลวันนี้ 'ผิด-ไม่ผิด-เลื่อน' ศาลอาญานัดอ่านคำตัดสิน 9 โมงเช้า หลังใช้เวลา 5 ปีสืบพยาน 'วรงค์-ดร.อานนท์' พยานปากเอกฝ่ายอัยการ

ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"

นักวิชาการ สั่งสอนพรรคส้ม สร้างวาทกรรมผูกขาดประชาธิปไตย

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เขียนบทความเรื่อง  วาทกรรม“ประชาชน”: เมื่อการอ้างประชาธิปไตย คือการผูกขาด