
'ไอติม' ชงแก้ พ.ร.บ.ประชามติ เหลือ เกณฑ์ออกมาใช้สิทธิ์และเห็นชอบ 25% หรือยกเลิกเกณฑ์ชั้นที่ 1 ไม่ต้องกำหนดจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ ป้องกันยุทธศาสตร์นอนอยู่บ้านเพื่อคว่ำประชามติ
17 พ.ย. 2566- ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงข้อกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับเงื่อนไขใน พ.ร.บ.ประชามติ ว่า ทั้งรัฐบาลฝ่ายค้านและภาคส่วนอื่นๆ มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการ กฎหมายประชามติ ที่ต้องใช้เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น หรือ Double majority ที่บัญญัติในมาตรา 13 ของพ.ร.บ.ประชามติที่อาจไม่เป็นธรรม ต่อการทำประชามติในทุกหัวข้อ ซึ่งเกณฑ์ชั้นที่ 1 คือจะต้องมีจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ ส่วนชั้นที่ 2 คือ ต้องมีเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่งของผู้ที่ออกมาใช้สิทธิ์ ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงหากคนที่ไม่เห็นด้วยกับประเด็นที่ถูกถาม แทนที่จะออกมาใช้สิทธิ์แต่ใช้วิธีนอนอยู่บ้าน เพื่อคว่ำประชามติ แทนและหากบวกกับจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ก็จะไม่ถึงเกณฑ์ เสียงข้างมาก ชั้นแรก ก็จะทำให้ตกไป
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ควรทบทวนตัวกติกานี้โดยเฉพาะชั้นแรก พร้อมเสนอทางเลือก ในการแก้ไข 2 ประเด็นคือ ยกเลิกเกณฑ์ชั้นที่ 1 ไม่ต้องกำหนดจำนวนผู้ออกมาใช้สิทธิ์เกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งบางประเทศ ไม่มีเกณฑ์ใช้เสียงข้างมาก 2 ชั้น และประชามติ 2 ครั้งของประเทศไทย ในการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 และ 2560 ก็ไม่ได้มีการกำหนดเกณฑ์สัดส่วนผู้ออกมาใช้สิทธิ์ ส่วนอีกหนึ่งทางคือ ให้เขียนว่า คนออกมาใช้สิทธิ์และลงคะแนนเห็นชอบ เกิน 25% หรือ 1 ใน 4 ของผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งจ ะสามารถป้องกันยุทธศาสตร์การนอนอยู่บ้านเพื่อคว่ำประธรรมมติได้
สำหรับกระบวนการในการแก้ไขกฎ นายพริษฐ์ กล่าวว่า วิธีในการแก้ไขกฎหมายคือ เรียบง่ายตรงไปตรงมาที่สุดคือให้รัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมกันยื่นแก้ไขกฎหมายพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 13 ซึ่ง ถ้าดำเนินการยื่นเสนอไว้ เมื่อสภาเปิดสมัยประชุมช่วงเดือนธันวาคม ก็สามารถที่จะพิจารณาวาระแรกได้ทันที และเชื่อว่าจะสามารถผ่าน 3 วาระไปได้ โดยจะไม่กระทบต่อ กรอบเวลาในการจัดทำประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ตามไทม์ไลน์ที่รัฐบาลวางไว้ว่าจะเคาะว่าจะทำประชามติหรือไม่ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2567 เพราะเป็นการแก้ไขแค่มาตราเดียว
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่านอกจาก ประเด็นเรื่อง มาตรา 13 เกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้นแล้วไหนๆจะแก้ไขพ.ร.บ.ประชามติถ้าไม่กระทบกรอบเวลาในการพิจารณาอาจพิจารณาประเด็นอื่นควบคู่ไปด้วยเช่น จะทำอย่างไรให้กฎหมายประชามติรองรับการจัดทำประชามติวันเดียวกับการเลือกตั้ง อื่นๆได้ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งสส. หรือเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ปัจจุบันมีข้อจำกัดที่อาจทำให้การดำเนินการด้านธุรการยุ่งยาก ถ้าแก้ไปด้วยก็จะเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้สามารถเลือกวันลงประชามติได้ยืดหยุ่นมากขึ้นและอาจมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์มากขึ้นได้ในช่วงพร้อมกับการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังเสนอให้แก้ไขกรณีการเข้าชื่อของประชาชนเพื่อทำประชามติ 50,000 รายชื่อทางออนไลน์ได้ด้วย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ชี้แก้ปากท้องก่อน รธน.ใหม่รอใน 2 ปี
“ภราดร” แจงกลัวเสียของ ครม.ใช้ร่างรัฐธรรมนูญเดิม อาจถูกตีตก “พริษฐ์” ซัดเดือด รัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติ “ปชน.” จวก สูญงบ 9 พันล้านเพื่อเริ่มใหม่ ครป.-ญาติวีรชนฯ แนะใช้ รธน.ปี 40 เป็นฐาน
'พริษฐ์' ซัดเดือด รัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติ ไม่ส่งร่างแก้ไขรธน.เข้ามาใหม่
'พริษฐ์' ซัดเดือด รัฐบาลไม่จริงใจ เมินเสียงประชามติ 21.6 ล้านเสียง ไม่ส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาใหม่ อย่าอ้างเร่งแก้เศรษฐกิจก่อน ฟังไม่ขึ้น แนะ ทำคู่ขนานได้
'ภราดร' แจงเหตุครม.ไม่ยืนยันร่างรธน. หากส่งร่างเดิมกลับมาคาดอาจถูกตีตก ล่าช้าอีกสมัย
'ภราดร' แจงเหตุ ครม.ไม่ยืนยันร่างรัฐธรรมนูญ แต่ให้สภาฯชุดใหม่ เป็นผู้เสนอ ย้อนต้นตอยุบสภาฯชุดที่แล้วเพราะความเห็นไม่ตรงกัน หากส่งร่างเดิมกลับมา คาดอาจถูกตีตก ไม่สามารถเสนอร่างในทำนองเดียวกันได้ในสมัยประชุมนี้ หวั่นล่าช้าไปอีกสมัยประชุม
'สมชัย' กระตุก 'พรรคส้ม' เลิกฝันนับหนึ่งใหม่แก้รธน.จะดีกว่า หากเชื่ออีกก็ให้เขาหลอกต่อไป
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า รัฐบาลอนุทิน ต้องมีคำตอบให้ประชาชน ก่อนปล่อยให้ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตกไป เราใช้เงิน 3,000 ล้านบาท
'เท้ง' ขน 20 ขุนพลถล่มนโยบายรัฐบาล แบ่งกลุ่มเศรษฐกิจ-วิกฤต ชูธีม 'พอแล้ว-ไม่ไหวแล้ว'
'ณัฐพงษ์' งัดไม้เด็ด เตรียม 20 ขุนพลถล่มนโยบายรัฐบาล ชูธีม 'พอแล้ว-ไม่ไหวแล้ว' แบ่งกลุ่มเศรษฐกิจและกลุ่มดูแลวิกฤต ย้ำปมวิกฤตราคาน้ำมัน-วิกฤตฝุ่นควัน พร้อมจี้ เดินหน้าแก้ รธน.
'ไอติม' หล่ออีกแล้ว! บอกปม 44 สส.สิ่งน่ากังวลไม่ใช่อนาคตพรรคแต่คืออนาคตประเทศ
'ไอติม' ลั่นพรรคประชาชนสู้ยิบตาเพื่ออนาคตประเทศ ป้อง 44 สส. จากดาบ ป.ป.ช. ย้ำเสนอกฎหมายไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ ชี้สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จุดจบพรรค แต่คือประชาธิปไตยไทย

