‘ธนกร’ สวน ’พิธา’ สภาล่มไม่เกี่ยวเอกภาพรัฐบาล ชี้ ส.ส.ต้องร่วมกันรับผิดชอบ

โฆษกรัฐบาลแจงเหตุสภาฯ ล่ม ไม่เกี่ยวเอกภาพรัฐบาล ชี้ฝ่ายค้านจ้องแต่จะเล่นเกมการเมือง ทั้งๆ ที่ควรเป็นความรับผิดชอบของ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ร่วมกันเป็น กมธ. อัดโหยหาอำนาจมากกว่าปกป้องประโยชน์ประชาชน ย้อนไม่ควรถามหาความรับผิดชอบจากคนอื่น

19 ธ.ค.2564-นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุเหตุสภาฯล่มล่าสุดเป็นเรื่องเกี่ยวกับเอกภาพของรัฐบาล และการที่จะมีการเลือกตั้งหลายๆอย่าง เช่น การเลือกตั้งซ่อม หรือการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า เรื่ององค์ประชุมควรถือเป็นความรับผิดชอบของทุกฝ่าย เพราะ ส.ส.เสมือนตัวแทนประชาชน แม้ว่าการขอตรวจสอบองค์ประชุม หรือการไม่แสดงตนจะเป็นสิทธิของฝ่ายค้านก็ตาม

“น่าสังเกตว่าที่ผ่านมาหากฝ่ายค้านขอตรวจสอบองค์ประชุม หรือไม่แสดงตนนั้น จะเป็นการทำเพื่อตอบโต้รัฐบาล แต่เหตุสภาฯ ล่มล่าสุดนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาญัตติที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งมี ส.ส.เกือบทุกพรรคร่วมกันเสนอญัตติ ดังนั้น จึงควรเป็นความรับผิดชอบของ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ร่วมกันเป็นกรรมาธิการ ไม่ควรจะโยนว่าเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล”

นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านระบุว่า การประชุมสภาฯ ล่มบ่อยครั้ง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ทำให้ไม่มีความรับผิดชอบต่องานสภาฯ นายกฯ ควรมาตอบกระทู้ถามสดด้วยตัวเอง เหมือนกับสมัยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร เป็นนายกฯ นั้น ถ้ามาสภาฯ เพื่อตอบกระทู้ตามสคริปท์ที่ทีมงานเขียนให้ อ่านถูกบ้างผิดบ้าง แต่ไม่รู้ถึงปัญหาและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แบบนั้นคงจะไม่ได้ประโยชน์อะไร สู้เอาเวลาไปลงมือแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างจริงจังยังจะดีเสียกว่า ที่สำคัญการอ้างว่าไม่หนีตอบกระทู้ในสภาฯ แต่กลับหนีคดีทุจริตไปต่างประเทศนั้น ความรับผิดชอบของทั้ง 2 เรื่องนี้เทียบกันไม่ได้เลย ฝ่ายค้านจึงไม่ควรจะมีหน้าไปถามหาความรับผิดชอบจากใครได้อีก

“การที่ฝ่ายค้านขู่เล่นเกมสภาฯ ล่มต่อไป โดยอ้างว่าเป็นการให้บทเรียนรัฐบาลจนกว่าจะยุบสภาฯ นั้น แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ฝ่ายค้านโหยหาอำนาจมากกว่าการปกป้องประโยชน์ของประชาชนด้วยการตรวจสอบการบริหารประเทศของรัฐบาลผ่านกลไกรัฐสภาใช่หรือไม่ เชื่อว่าจากนี้ไป วิปรัฐบาลคงจะมีการหารือกับวิปฝ่ายค้านถึงแนวทางการทำหน้าที่ว่า อย่ามองอะไรเป็นเกมการเมืองไปหมด ซึ่งการพิจารณาญัตติที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนั้น ควรเป็นความรับผิดชอบของ ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ร่วมกันเป็นกรรมาธิการ ไม่ควรจะโยนว่าเป็นกฎหมายของฝ่ายรัฐบาลเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เหตุสภาฯ ล่มที่เกิดขึ้นนั้นไม่เกี่ยวกับเอกภาพของรัฐบาล แต่เป็นเพราะฝ่ายค้านจ้องแต่จะเล่นเกมการเมืองไปเสียหมดมากกว่า”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชัยชนะ' ฟาด 'เอกนิติ-ศุภจี' แก้ปัญหาให้ประชาชนไม่ได้ เหน็บควรกินน้ำมันตับปลา สมองจะได้ดีขึ้น

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลของฝ่ายค้าน ว่า ต้องให้พรรคประชาชนเป็นผู้ยื่น เมื่อไหร่ที่ฝ่ายค้านมีมติว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคร่วมฝ่ายค้านก็จะนำเรื่องกลับหารือแต่ละพรรค ยืนยันว่ามีความพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งต้องดูไทม์ไลน์ว่าพรรคประชาชนกำหนดช่วงไหน เพราะเมื่อเปิดสภามา

ร้องฝ่ายค้านสอบเส้นเงิน ฮั้ว สว. อำนาจเจริญ-สุราษฎร์ อ้างโอนให้ กกต. เกือบล้าน

นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เข้ายื่นหลักฐานต่อนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน)

นายกฯ ลั่นรัฐบาลนี้ไม่ทำชั่ว เมินฝ่ายค้านซักฟอก ย้อน 'ฮั้ว สว.' เกี่ยวอะไร

'อนุทิน' ไม่หวั่นโดนซักฟอกหลายปมร้อน บอกรัฐบาลไม่จำเป็นต้องแจงปมฮั้ว สว. ชี้เหตุการณ์เกิดก่อนเข้ามาทำงาน ส่วนทุจริตสอบท้องถิ่นทำเต็มที่ เรื่องจบแล้ว ยันไม่ต้องมีองครักษ์พิทักษ์

'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน

'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

ชำแหละคดีฮั้วภาคพิเศษ เปิดหลักฐานส่งตรง กกต.

'ฝ่ายค้าน' เตรียมจัดกิจกรรมเปิดหลักฐานคดีฮั้วสว. ภาคพิเศษสื่อสารตรงถึง กกต. 4 ส.ค.นี้ รับ ต้องทำงานแข่งเวลา แย้ม หากยกคำร้องทั้งหมด-ตัดตอนบางรายส่งศาล ต้องดูเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่