วิปรัฐบาล แจงกรอบกม.ลูกเลือกตั้ง คาดกลางปี 65 เสร็จสิ้น ไม่หวั่นอุบัติเหตุการเมือง

วิปแจงกรอบกม. 8 เดือนคลอดส่ง ศาลฎีกา-ศาลรธน.-องค์กรอิสระ ไม่หวั่นเกิดอุบัติเหตุการเมือง เป็นเรื่องที่ไม่บอกกันล่วงหน้า ชี้ส่วนต่าง ส.ส.รัฐบาล-ค้าน 29 เสียงทำพรรคร่วมขยับ “ป่วย-ลา” ยาก จวกสภาล่มเพราะฝ่ายค้านเล่นเกม

20 ธ.ค.2564 - นายวิเชียร ชวลิต รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล รองประธานวิปรัฐบาล และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวก่อนการประชุมวิปรัฐบาลว่า จะมีการหารือถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ​ (พ.ร.ป.)​ว่าด้วยพรรคการเมือง และพ.ร.ป.การเลือกตั้ง ส.ส. ในประเด็นที่ยังมีความเห็นแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งกรณีบัตรสองใบเบอร์เดียวระหว่างบัญชีรายชื่อ กับ ส.ส.เขตที่กกต.เสนอ กับที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอว่าใช้คนละหมายเลข เนื่องจาก มาตรา 90 ของ รธน.กำหนดให้มีการรับสมัคร ส.ส.เขตให้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งตีความว่าหมายถึงต้องได้หมายเลขแล้ว ถึงจะมาสู่ขั้นตอนการรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนจะสรุปอย่างไรขึ้นอยู่กับ กกต.ที่รับความเห็นที่เสนอไป ส่วนการคำนวณ ส.ส.น่าจะไม่แตกต่างกัน เพราะยืนยันตรงกันว่า จะนำคะแนนรวมของบัตรดีทั้งประเทศที่ทุกพรรคการเมืองได้แล้วหารด้วยร้อย ได้เป็นจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า ให้มีสัดส่วนสัมพันธ์กันโดยตรง ส่วนประเด็นไพรมารีโหวต ให้ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งวิธีการเลือกตั้งปี62 ก็ใช้อยู่แล้วและเป็นวิธีการที่เราคุ้นเคยและอยู่ในขอบข่ายที่ไม่มีอุปสรรค และ ดำเนินการได้ โดยกกต.ไม่ได้ติดใจ เพราะเรายืนยันว่าอยู่ในกรอบ รธน.

นายวิเชียร กล่าววว่า ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการเลือกตั้ง จะพิจารณารับรอง และนำร่างส่งรัฐบาลเพื่อให้ ครม.เห็นชอบ และส่งไปสภาฯ ต่อไป โดยพฤหัสบดีนี้จะยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อจะนำเสนอต่อรัฐสภาในนามของพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนห้วงเวลาในการพิจารณา พ.ร.ป. สภาฯต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 6 เดือน หรือ 180 วัน ถ้าเกินจากนี้ ก็ต้องกลับไปใช้ร่างที่เสนอ แต่ถ้าผ่านต้องส่งไปให้ ศาลฎีกา ศาล รธน. หรือองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องพิจารณา คาดว่าใช้เวลา 25 วัน รวมแล้วก็คงประมาณ 2 เดือน กฎหมายกำหนดห้วงเวลาไว้ยาวสุดไม่เกิน 8 เดือน คาดว่าประมาณ ก.ค.น่าจะเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน ดังนั้นการพิจารณาจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับสภาฯ ส่วนที่เกรงว่าระหว่างนี้จะเกิดอุบัติเหตุรัฐบาลคว่ำกระดานนั้น ตนตอบแทนรัฐบาลไม่ได้ แต่ในกระบวนการการบัญญัติกฎหมายมีกรอบเวลาอย่างนั้น และเชี่อว่า ส.ส.คงไม่ประสงค์ให้เกิดเช่นนั้น และที่สภาล่มบ่อยก็เป็นเรื่องเกมส์การเมืองของสมาชิกฯ ไม่ใช่ว่าสภาล่มแล้วจะทำให้ยุบสภา เพราะเป็นคนละเรื่องกัน

เมื่อถามว่า แต่การแก้ไขปัญหาสภาล่มก็ทำลำบากเพราะเสียงเหลื่อมกันไม่มากนัก นายวิเชียร กล่าวว่า ต้องนับว่า เสียงข้างมากเป็นผู้รักษาองค์ประชุม ซึ่ง ส.ส.รัฐบาล มีเกินกว่าองค์ประชุมกึ่งหนึ่งเพียง 29 เสียง เพราะฉะนั้น มีตัวเลขเหลื่อมอยู่ 29 ถ้าฝ่ายค้านไม่มาร่วมประชุม หรือใช้เกมส์การเมืองไม่แสดงตน สิ่งที่ตามมา คือ การลา ป่วย ขาดปะชุม ของฝั่งรัฐบาลก็เป็นภาระมากพอสมควร แต่ต้องเข้าใจว่าการเสนอกฎหมายเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล หรือ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล แต่การประชุมสภาฯ ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่หน้าที่ฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ถ้าเป็นเช่นนั้นจะมีฝ่ายค้านไว้ทำไม บางอย่างเป็นสิ่งต้องทำงานร่วมกันถือเป็นภาระหน้าที่ของ ส.ส.ทุกคน ส่วน กม.รัฐบาลเสนอ ในนามวิปฯ เรารักษาองค์ประชุมแน่นอน

ทางด้าน นายนิกร จำนง วิปรัฐบาล และ ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เห็นใจ กกต. เพราะเป็นหน่วยงาน ดังนั้นก็แก้ไปตามโจทย์ รธน. ทั้งที่ใจอยากจะแก้ไขเลยไปถึงปัญหาที่มีอยู่ แต่ยังไม่กล้า ทั้งนี้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาที่มีมาอย่างยาวนานโดยเฉพาะเรื่องไพรมารีโหวต ที่มีติดขัดปัญหาการบริหารจัดการในจังหวัด เพื่อให้การดำเนินการเดินหน้าต่อไปได้ โดยแก้ให้เหลือแค่รับฟังความเห็นเท่านั้น ไม่ต้องลงมติเลือก เพราะเป็นเรื่องที่ไม่มีอยุ่จริง และเป็นไปไม่ได้ รวมถึงพรรคเล็กคงรับภาระไม่ไหว เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งการที่ กกต.เสนอมา 2-3 มาตรการในประเด็นดังกล่าว อาจเป็นเพราะเขาไม่กล้าที่จะทำอะไร แต่ถ้าเลยไปถึงขั้นรัฐสภาก็ไปแก้ไขในชั้น กมธ.ต่อไป ส่วนที่เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ รัฐบาลคว่ำกระดานก่อนกม.จะออกมาใช้นั้น ตนมองว่า อุบัติเหตุก็คืออุบัติเหตุ คงไม่มีอะไรบอกล่วงหน้า

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สอน‘เท้ง’อย่าล่มเรือแก้รธน.

"นิกร" สอน "เท้ง" เป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช. อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกเรือตัวเอง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

จ่อคลอดปุ๋ยคนละครึ่ง! 'ศุภจี' ผนึก 'เอกชน' การันตีสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย

‘ศุภจี’ ผนึกเอกชน แจ้งสถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือขนส่งที่ติดค้างเริ่มเดินทางได้ตามปกติ เดินหน้าเจรจาอิหร่าน-รัสเซียหนุนซัพพลายเต็มที่ มั่นใจทิศทางราคาตลาดโลกเริ่มปรับลดลงแล้ว ลุยมาตรการ ‘ปุ๋ยธงเขียว’ จ่อคลอด ‘ปุ๋ยคนละครึ่ง’ ช่วยลดภาระเกษตรกรไทย

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490

ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี