
‘ครูมานิตย์’ มั่นใจ ‘รบ.’ แจง ‘งบฯ 67’ ได้ทุกเรื่อง ชี้ เรื่องน่าเป็นห่วง หากควบคุมการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพไม่ได้ เปิดช่องให้ขยายผลไป ‘อภิปรายไม่ไว้วางใจ’ มอง ปม ‘ทักษิณ’ ไม่มีผล ปชช.กังวลปัญหาปากท้องมากกว่า ยัน ไม่มีเปลี่ยนตัว ‘นายกฯ’
31 ธ.ค.2566-นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านเตรียมวางตัวขุนพลจัดหนักอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค. 2567 ว่า ดูแล้วไม่น่าหนักใจอะไร มั่นใจรัฐบาลชี้แจงได้ทุกเรื่องเวทีงบประมาณรายจ่ายเป็นแค่งานรูทีน ตามขั้นตอนปกติ แต่สิ่งที่น่าห่วงหลังจากนี้คือ การควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณที่อนุมัติไปให้มีประสิทธิภาพ ไม่มีทุจริต เราไม่รู้ว่าเมื่อรัฐบาลได้งบประมาณไปแล้ว แต่ละหน่วยงานจะไปบริหารจัดการอย่างไร ต้องระวังให้ดี ถ้าบริหารแล้วเกิดข้อผิดพลาด สร้างความเสียหายให้ประเทศ จะเปิดช่องให้ถูกนำไปขยายผลในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ ดูแล้วเป็นเรื่องน่าห่วงกว่า รัฐบาลจะอยู่สั้นหรือยาวอยู่ที่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องไม่ให้มีเกิดขึ้น เป็นเงื่อนไขให้กองทัพเข้ามาแทรกแซง
ครูมานิตย์กล่าวว่า ปี2567 เป็นปีความหวังของประชาชนจะลืมหน้าอ้าปาก จะต้องระวังไม่ให้มีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น เชื่อว่า หลังจากงบประมาณปี67 ผ่านความเห็นชอบแล้ว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะกวดขันเข้มงวดการทำงานของรัฐมนตรีมากขึ้น เพราะทุกกระทรวงมีงบประมาณใช้ขับเคลื่อนสร้างผลงานแล้ว ใครทำงานไม่ไหวก็ต้องปรับออก มั่นใจด้วยประสิทธิภาพของนายกฯจะพาประเทศไปรอดแน่
ส่วนความพยายามจุดกระแส เรื่องการได้สิทธิพิเศษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พักรักษาอาการป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่ต้องถูกคุมขังในเรือนจำ มาเป็นเงื่อนไขล้มรัฐบาลนั้น นายครูมานิตย์ เชื่อว่าไม่มีผลอะไร ยืนยันว่านายทักษิณป่วยจริง การได้สิทธิรักษาพยาบาลต่างๆ ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนการจะได้สิทธิพักโทษเมื่อไรให้เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมาย ไม่มีการแทรกแซง เวลานี้ประชาชนต่างจังหวัดไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญประเด็นนายทักษิณ มีแต่พูดถึงปัญหาปากท้องเป็นส่วนใหญ่ ไม่สามารถนำมาจุดประเด็นความขัดแย้งได้อีกแล้ว
“ที่ สว.บางคนระบุ นายเศรษฐาจะอยู่เป็นนายกฯ ได้อีกแค่ปีเดียวนั้น เป็นการสร้างวาทกรรมเดิมๆ จากฝ่ายตรงข้ามที่มีอคติ ใช้วิธีจุดกระแสบั่นทอนจิตใจนายเศรษฐา ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีแน่ นายเศรษฐาทำงานเต็มที่ แอคทีฟตลอดเวลา ช่วยกันทำงานด้วยดีกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ไม่มีเค้าลางเปลี่ยนนายกฯใดๆ ทั้งสิ้น”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความเสื่อมทรุดของ 'พรรคส้ม' เป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ เป็นฝ่ายค้านก็ไม่ดี!
ผลสำรวจ “ดัชนีการเมืองไทย” เดือนเมษายน 2569 ของ “สวนดุสิตโพล” กลายเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของ “พรรคประ
นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ
นายกฯ พยักหน้ารับ กู้เงิน 4 แสนล้าน สร้างความเชื่อมั่นได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม
'กรวีร์' บอกฝ่ายค้านลดประเด็นการเมือง หลังจี้นายกฯตอบกระทู้ทุกสัปดาห์
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงการยืนยันร่างกฎหมายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเฉพาะพ.ร.บ.อากาศสะอาดว่า ทางวิปรัฐบาลได้ประสานกับทางครม.เรื่องของการยืนยันกฎหมาย เชื่อว่าครม.จะพิจารณาอย่างรอบด้าน และเสนอเข้ามาให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าน่าจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ซึ่งเป็นเดดไลน์
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.

