สีสันจบแล้ว! นายกฯ สั่งสรุปข้อมูลซักฟอก ปัดโต้ทุกดอก กลัวเดือดไป

‘เศรษฐา’ สั่งทีมงานสรุปข้อมูลซักฟอก สีสันจบแล้วจากนี้ขอทำงานต่อ ออกตัวยังไม่เก่งการเมือง ปัดโต้ทุกดอก กลัวเดือดมากไป ลั่นรับทราบฝ่ายค้านแนะปรับ ครม.

5 เม.ย. 2567 – เมื่อเวลา 09.10 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะสมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ว่า ทุกท่านก็เห็นอยู่ ท่านหาข้อสรุปกันเองดีกว่า แต่สำหรับฝ่ายตนเองแล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์ หรือเข้ากับบริบทสถานการณ์ปัจจุบัน โดยคำนึงถึงขีดจำกัดต่างๆ และสามารถนำไปปฏิบัติได้ ก็น้อมรับ และได้ให้ทีมงานสรุปทั้งหมด แต่จะไม่เป็นการตอบโต้ทางสื่อ

เมื่อถามถึงข้อเสนอแนะเรื่องของการให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ปรับคนให้ตรงกับตำแหน่งงาน นายกฯ กล่าวว่า “รับทราบครับ”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า จะรับทราบหรือนำข้อเสนอไปพิจารณา นายเศรษฐา กล่าวว่า ” รับทราบครับ เพราะเราทำงานเป็นทีม ผมก็มีทีมงานของผมอยู่ ซึ่งก็ต้องรวบรวมทุกความคิดเห็น แล้วเราก็จะไปนั่งพิจารณากัน เรื่องนี้ก็อาจจะอยู่ในหลายๆ เรื่อง ที่ต้องพิจารณา อาจจะตีตกไป หรือนำไปพิจารณา เรื่องนี้ผมไม่ทราบ และย้ำว่าก็ต้องมานั่งพูดคุยกัน อะไรเป็นเหตุผลที่เหมาะสม เราทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ”

ส่วนกรณีร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 67 ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายค้านอยากจะเห็นโรดแมปที่ชัดเจน ในการทำงานของรัฐบาลจะสามารถเห็นภาพได้หรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่าหลายเรื่องมีเรื่องของการลงทุน กว่าจะเริ่มได้ ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะเห็นดอกเห็นผล ก็ต้องให้เวลาเม็ดเงินทำงานก่อน เพราะงบประมาณที่ใช้มาตลอดคืองบประจำที่เป็นการจ่ายเงินเดือนอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงการอภิปรายทั่วไปฯ ทั้ง 2 วัน เห็นนายกรัฐมนตรีเก็บทุกเม็ดเก็บทุกดอก ในการชี้แจง นายเศรษฐา กล่าวว่า จริงๆ แล้วยังไม่ครบ แต่ไม่อยากให้อุณหภูมิสูง คิดว่าหลายเรื่องก็ต้องตอบโต้ เพราะคือมุกเดิมๆ อะไรที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และเพื่อประชาชนจริงๆ เราก็จะรับไว้พิจารณา แล้วช่วงบ่ายของวันนี้ก็จะมีการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล ว่าเรื่องที่เขาได้พูดไป จะสามารถดำเนินการไปอะไรไปได้บ้าง

“ไม่อยากให้เดือด จนกระทั่งฝ่ายเราเองต้องโกรธเกินไป เพราะจะกลายเป็นว่าหัวหน้าทีมเดือดมาก เดี๋ยวลูกน้องก็จะเดือด แล้วทุกอย่างตีตกหมด เราก็ต้องกลับมาพิจารณา ให้มาเป็นเหตุเป็นผล ก็ต้องให้โอกาสด้วย สีสันจบไป แล้วตอนนี้ก็ทำงานต่อ” นายกฯ ระบุ

เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าเก่งการเมืองมากขึ้น นายเศรษฐา กล่าวว่า ไม่ได้เก่ง ซึ่งวันนี้ได้มาที่พรรคเพื่อไทยเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ตนมาในฐานะสมาชิกพรรค

เมื่อถามย้ำว่า ต้องกำชับ สส. ถึงเรื่องการลงพื้นที่หรือไม่ เพราะปิดสมัยประชุมสภาแล้ว นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเชื่อว่า สส. ของพรรคเพื่อไทยเข้าใจถึงหน้าที่และทุกคนก็มุมานะ ในการแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชน ดูได้จากการนำเรื่องต่างๆ เข้ามาคุย เพราะในช่วงที่ตนอยู่ในสภา มี สส.แวะเวียนมาหลายคน ไม่ใช่แค่พรรคเพื่อไทยอย่างเดียว มีทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติมา พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมาพูดถึงเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำ จะมีการดูใน 3 จังหวัดหลักการท่องเที่ยวของภาคใต้ ทั้งจังหวัดพังงา กระบี่ และภูเก็ต โดยพรุ่งนี้ (6 เม.ย.) จะเดินทางไปที่ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดนครศรีธรรมราช ไปดูเรื่องน้ำ เรื่องขยะ ถนน และเรื่องท่าเรือที่จะรับเรือสำราญ เพื่อจะได้โยงทั้งหมดเข้ากับ 8 วิสัยทัศน์.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘มนพร’ งง! ข่าวนั่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 แจง พรรคยังไม่ได้พูดคุยกัน

นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวนั่งตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ว่า ต

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

'เต้' ไขก๊อกแล้ว! จ่อตั้งพรรคก้าวล้ำ ทิ้งบอมบ์ 'ราเชน' สำเหนียกบุญคุณ

'เต้ มงคลกิตติ์' ยื่น กกต. ลาออกจากทางเลือกใหม่ พร้อมตั้งพรรคใหม่ 'ก้าวล้ำ' สานต่อทุกนโยบายที่เคยทำ แย้มส่งชิงผู้ว่ากทม. ทวงบุญคุณ 'ราเชน' เข้าสภาได้เพราะใคร

'คลัง' ออกเกณฑ์ใหม่ เงินทดรองช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มีผลกับเหตุภัยตั้งแต่ 6 มี.ค.นี้

คลังออกหลักเกณฑ์ใหม่ เงินทดรองราชการช่วยผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน มีผลกับเหตุภัยตั้งแต่ 6 มี.ค.69 เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงได้รวดเร็ว โปร่งใส สอดคล้องค่าครองชีพปัจจุบัน

ภูมิใจไทยยิ่งผยอง! แนะ 'พท.-กธ.-ปชน' ดัดหลัง งดโหวตเลือกนายกฯ คะแนนไม่ถึง 250 เสียง ชื่อ 'อนุทิน' ตก

เทพไท ระบุเมื่อผลการเลือกตั้งสส.ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ1 มีส.ส.จำนวน 193 คนได้รับชัยชนะอย่างท้วมท้น จนทำให้แกนนำพรรคทะนงตัว