'ชัยธวัช' กังวลศาล รธน.รับคำร้อง พ.ร.ป.เลือก สว.ขัดรัฐธรรมนูญ หวั่นได้ สว.ชุดใหม่ช้า ซัดชุดเก่าเคลื่อนไหวล้มกระดานหวังอยู่ยาว ข้องใจทำไมไม่โวยวายตั้งแต่แรกว่าไม่ได้มาจาก ปชช.
06 มิ.ย.2567 - นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจคำร้องเกี่ยวกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. จะทำให้การเลือก สว.ผ่านพ้นไปด้วยดีหรือไม่ว่า ต้องยอมรับว่ามีข้อกังวล เพราะดูเหมือนมีปัญหาตลอดรายทาง และอาจจะเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เกิดการฟ้องร้อง ร้องเรียน จนกระทั่ง ทำให้การประกาศผล สว.ชุดใหม่เกิดขึ้นได้อย่างล่าช้า หรืออาจถูกล้มไปเลยหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมกังวลอยู่ แม้พรรคก้าวไกลจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ก็จับตาดูอยู่ เพราะจะมีผลทำให้ไม่ได้ สว.ชุดใหม่เสียที เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าเมื่อมีกระบวนการเลือก สว.แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องรับรองและประกาศรายชื่อ สว.ชุดใหม่ภายในกี่วันเหมือนกับ สส. เมื่อไม่มีการกำหนดที่ชัดเจนก็หมายความว่าถ้ากระบวนการมีการร้องเรียนเข้ามาแทรก จนทำให้ กกต.ไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ก็เท่ากับว่า สว.ชุดเดิมก็จะเป็น สว.ไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่น่าจะดีมากนัก
เมื่อถามว่าการที่ศาลรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้วกฎหมายลูกต้องแก้ไขกระบวนการเลือก สว.อาจต้องยาวนาน 1-2 ปี ซึ่งอาจทำให้ผลกระทบทางการเมืองตามมา นายชัยธวัช กล่าวว่า ถ้ามีผลกระทบก็จะทำให้ สว.ชุดเก่าทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไม่น่าอยากเห็น ซึ่งหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่วินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าการได้มาซึ่ง สว.ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะ พ.ร.บ.ก็บังคับใช้มาตั้งนานแล้ว
เมื่อถามว่าจะมีการเรียกร้องไปยังกลุ่ม สว.ชุดเดิมที่มีการเคลื่อนไหวที่อาจจะนำไปสู่การล้มกระดานเลือก สว.หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีใครบ้างที่เคลื่อนไหว แต่อาจจะต้องระมัดระวังเพราะอาจถูกมองว่าเป็นการที่จะเตะถ่วงที่จะให้ตัวเองอยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ จริงๆ แล้วถ้าจะถามว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาที่ใครก็ต้องโยนความผิดให้ คสช. และคนที่ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฯและระเบียบต่างๆเป็นผลมาจากการออกแบบรัฐธรรมนูญ จนทำให้กลไกในการได้มาซึ่ง สว.ไม่สมเหตุสมผลตั้งแต่ต้น ซึ่งถือเป็นต้นทาง
“ผมคิดว่าถ้าคนที่เห็นดีเห็นงามกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กับการออกแบบ สว.ตั้งแต่ต้น และปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2560 ตั้งแต่ต้น พอมาถึงจังหวะที่ตนเองจะต้องหมดอำนาจ ไปตามกลไกรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าไม่น่าจะเหมาะสม เพราะไม่เคยเห็น สว.ชุดเดิมโวยวายตั้งแต่แรกว่าที่มาของ สว.ไม่ควรเป็นแบบนี้ มีแต่ประชาชน และนักการเมืองบางส่วนไม่เห็นด้วยที่ สว.เป็นแบบนี้ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งประชาชนโดยตรง”นายชัยธวัช กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 'อุดม' นั่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ 'จักรพงศ์' เป็นตุลาการ
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป
'โสภณ' รอศาลรัฐธรรมนูญก่อนเปิดสภาสมัยวิสามัญถกเงินกู้ 4 แสนล้าน
'โสภณ' รอเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนส่ง ครม.ทูลเกล้าฯ เปิดสภาวิสามัญ ถก พ.ร.ก.กู้เงินฯ 4 แสนล้าน
มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต
ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ
ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง
คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน
รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

