ยุ่งแล้ว! เทพไท ขุดมาประจาน พปชร. หาเสียงไว้ทำไม่ได้อื้อ

8 ม.ค.2565 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ข้อความในเฟซบุ๊ก ผมเห็นข่าวการเกิดวิวาทะ ระหว่างคนรอบข้างนายกรัฐมนตรี กับทีมงานของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ กรณีที่พรรคไทยสร้างไทย ได้ออกนโยบายให้บำนาญประชาชน เดือนละ 3,000 บาท จนทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบว่า ขัดต่อกฎหมายการหาเสียงหรือไม่

ส่วนตัวเห็นว่า นโยบายของพรรคการเมืองนั้น จะนำเสนอนโยบายในการหาเสียงในเรื่องใดนั้น จะต้องรับผิดชอบในนโยบายนั้นๆ เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้ว ก็ต้องทำตามที่โฆษณาหาเสียงไว้ สำหรับนโยบายของพรรคไทยสร้างไทยนั้น ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถทำได้หรือไม่ เพราะยังไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่นโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ใช้หาเสียงในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อปี 2562 ถือว่าเป็นสัญญาประชาคม เมื่อเป็นรัฐบาลแล้ว ได้นำนโยบายไปปฏิบัติตามที่ได้โฆษณาหาเสียงไว้ สามารถได้จริงหรือไม่ เช่น

นโยบายเพิ่มค่าจ้างและค่าแรง
– ค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท/วัน
– จบอาชีวะ เงินเดือนเริ่มต้น 18,000 บาท
– จบปริญญาตรี เงินเดือนเริ่มต้น 20,000 บาท

นโยบายดูแลราคาสินค้าเกษตร พรรคพลังประชารัฐได้เคยประกาศไว้ในหลายโอกาส ว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะดูแลราคาสินค้าเกษตร ไม่ให้มีราคาต่ำกว่านี้ เช่น

– ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาท/ตัน
– ข้าวเจ้า 12,000 บาท/ตัน
– อ้อย 1,000 บาท/ตัน
– ยางพารา 65 บาท/กก.
– ปาล์ม 5 บาท/กก.
– มันสำปะหลัง 3 บาท/กก.

นโยบาย “มารดาประชารัฐ” ซึ่งเป็นนโยบายสวัสดิการของพรรค ที่ตั้งใจมอบให้กับแม่และเด็ก

– ตั้งครรภ์รับ 3,000 บาท/เดือน โดยสามารถรับได้สูงสุดไม่เกิน 9 เดือน รวมไม่เกิน 27,000 บาท
– ค่าคลอดบุตร 10,000 บาท
– ค่าดูแลเด็ก 2,000 บาท/เดือน โดยจะได้รับจนเด็กอายุ 6 ขวบ รวมแล้วเป็นเงิน 144,000 บาท/คน

นอกจากนี้ยังมีนโยบายอื่นๆ ที่ประกาศออกมาอีก เช่น
-เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 5,000 บาท/เดือน
-ยกเว้นภาษีแม่ค้าออนไลน์ 2 ปี
-ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10%
-พักหนี้กองทุนหมู่บ้าน 4 ปี
-ตั้งกองทุนพลังประชารัฐ หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท

ผมอยากให้ กกต.และสังคม ได้ตรวจสอบพรรคพลังประชารัฐ ว่าการที่ได้เสนอชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จนเป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ได้นำนโยบายที่หาเสียงไปสู่การปฏิบัติได้จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ หลอกลวงประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเท่านั้น เสร็จการเลือกตั้งแล้วมาเป็นรัฐบาล ก็ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้น

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะเป็นเพียงพรรคร่วมรัฐบาล แต่ก็ได้ผลักดันนโยบายประกันรายได้เกษตรกร ที่ใช้ในการหาเสียง มาเป็นนโยบายของรัฐบาลจนเป็นผลสำเร็จ ซึ่งเป็นการทำตามนโยบายที่ใช้หาเสียง และคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนแล้ว"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”