ไม่พลาด! 'อนุสรณ์' ไล่อัด 'หญิงหน่อย' มโนไปเรื่อย ปูดแก้รธน.โละทิ้งสส.ปาร์ตี้ลิสต์

24 มิ.ย.2567 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) อ้างว่ามีความพยายามจะแก้รัฐธรรมนูญให้ สส.มีที่มาจากระบบเขตทั้งหมด 500 ที่นั่ง ตัดระบบบัญชีรายชื่อออกไป เพื่อสกัดพรรคก้าวไกล ว่า ถ้าท่านพูดกับคนในครอบครัว หรือสมาชิกพรรคของท่านเป็นการภายใน จะมโนกันฉ่ำแค่ไหนก็เป็นสิทธิ แต่การจินตนาการแบบไม่มีมูลความจริงเลยออกสื่อ ต้องระมัดระวังว่าต้นทุนความน่าเชื่อถือของท่านจะหดหายลดต่ำลงไปเรื่อยๆ

สิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้ประกาศจุดยืนชัด และได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การเสนอแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ ส.ส.ร.ไปร่างรัฐธรรมนูญ และหากมีการตั้ง ส.ส.ร.พรรคการเมืองก็จะไม่สามารถไปครอบงำการทำงานของส.ส.ร.ได้ การจินตนาการแบบไม่มีมูลความจริงเจือปน จะด้วยเหตุใดก็ตาม แต่หากมุ่งหวังจะลดทอนความน่าเชื่อถือ ดิสเครดิตคนอื่น ระวังจะกลายเป็นการย้อนกลับเข้าตัวไปดิสเครดิตตัวเอง บ้านเมืองมีหลักมีการ ใครจะโหนพรรคไหนก็โหนไป ตนติดตามเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่เคยได้ยินเรื่องตัดสส.ระบบบัญชีรายชื่อ เหลือเฉพาะ สส.เขต

“การทำงานการเมืองต้องตรงไปตรงมา อย่าใช้วิธีหาคะแนนด้วยการใส่ร้าย ทำลายคะแนน หรือด้อยค่าพรรคการเมืองอื่นด้วยการปล่อยข่าวที่ไม่มีมูลความจริง ” นายอนุสรณ์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ก่อนเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 (ตอนที่ 3)

“ใครมาเป็นรัฐบาล มันก็โกงเหมือนกันหมด แต่กินแล้วแบ่งเราบ้าง ทำให้เราอยู่ดีกินดีบ้าง นี่ยอมรับได้” “เคยถามชาวบ้านเมื่อตอนที่นักการเมืองของพวกเขาถูกตรวจพบว่า

ฝ่ายค้านโวยแหลก รัฐมนตรีเบี้ยวตอบกระทู้ซ้ำซาก รู้ล่วงหน้ายังไม่มา

ฝ่ายค้านโวยแหลก 'รัฐมนตรี' เบี้ยวตอบกระทู้ 'ปกรณ์วุฒิ' บอก แต้มบุญไม่ถึง จ่อ ไม่ให้ความร่วมมือตามข้อตกลง ด้าน 'พริษฐ์' ขอให้สิทธิ 'ฝ่ายค้าน' เหมากระทู้สดสัปดาห์หน้า ก่อนถูก 'กรวีร์' เบรคบอกให้ไม่ได้ ก่อนเรื่องยุติ หลัง 'โสภณ' ให้วิปสองฝ่ายตกลงกันเอง

'โสภณ' แจ้งข่าวดี จัดแข่งลดพุงข้าราชการสภา ไอเดียแจกของขวัญปีใหม่

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกิจกรรมพานแว่นฟ้า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ประชาชนสร้างสรรค์ผลงานเขียนที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ว่า ตนยังไม่ได้เห็นรางวัลที่ชนะเลิศ แต่การทำอะไรเราต้องทำจริง เหมือนที่เราพูดว่าจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสภา เราเปลี่ยนทางกายภาพก่อน คือความเข้มแข็งของร่างกาย จิตใจที่จะทำงาน ซึ่งเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมก็อีกเรื่องหนี่ง ตนไม่ชอบอยู่คำหนึ่งคือ “เล่นการเมือง”