สว.สีน้ำเงินขยับแล้ว จับตา 2 แคนดิเดตชิงรองประธานวุฒิฯ  

แฟ้มภาพ

สว.สีน้ำเงินเตรียมขยับแล้ว รอเปิดเซฟเฮ้าส์พบปะหลังวันพุธ 3 ก.ค. หึ่งแคนดิเดตชิงรองประธานวุฒิฯ หลายชื่อเริ่มโผล่ “สรชาติ อดีตส.ส.หนองบัวลำภู” –“บุญส่ง อดีตกกต.”ส่วน”บิ๊กเกรียง”ยังแรง คั่วประมุขสภาสูง เปิดข้อบังคับฯ แคนดิเดต ต้องแสดงวิสัยทัศน์ก่อนโหวต

30 มิ.ย.2567 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมี พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2567 ตั้งแต่ 3 ก.ค. เป็นต้นไป

ปรากฏว่า ล่าสุดนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกหนังสือนัดประชุมสภาฯ นัดแรกในวันพุธที่ 3 ก.ค.นี้ทันที รวมถึงได้นัดประชุมสภาฯ วันพฤหัสบดีที่ 4 ก.ค.นี้แล้วเช่นกัน

 ขณะที่ ในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ขณะนี้ทางสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กำลังรอการประกาศรับรองรายชื่อสว.ชุดใหม่ ที่กกต.บอกว่าจะประกาศในวันพุธที่ 3 ก.ค. อยู่

โดยขั้นตอนเมื่อกกต.ประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็จะทำให้ สว.ชุดปัจจุบัน  พ้นจากหน้าที่โดยทันที ส่วนสว. ชุดใหม่ ก็จะต้องไปเอาหนังสือรับรองจากกกต.แล้วมารายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาต่อไป โดยหากกกต.ไม่เลื่อนการประกาศรับรอง ก็คาดว่าสว.จะเริ่มทยอยมารายงานตัวตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.นี้ และหลังจากนั้นคาดว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ก็จะออกหนังสือนัดประชุมวุฒิสภานัดแรกในสัปดาห์ที่สองของเดือนก.ค. ช่วง 8-12 ก.ค.ต่อไป ซึ่งการประชุมสว.นัดแรก จะมีการเลือกประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งและรองประธานวุฒิสภาคนที่สองทันที

สำหรับขั้นตอน การเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา จะดำเนินไปตาม ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. 2562 ข้อที่ 5 โดยมีขั้นตอนดังนี้

เริ่มจาก เลขาธิการวุฒิสภาเชิญสมาชิกผู้มีอายุสูงสุดซึ่งอยู่ในที่ประชุมวุฒิสภาเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุม เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาดดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา

โดยการเลือกประธานวุฒิสภา สมาชิกแต่ละคนมีสิทธิเสนอชื่อสมาชิกได้หนึ่งชื่อ การเสนอนั้นต้องมีผู้รับรองไม่น้อยกว่าสิบคน และก่อนที่จะดำเนินการเลือกประธานวุฒิสภานั้น ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในการที่จะดำรงตำแหน่งต่อที่ประชุมวุฒิสภาด้วย

 ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาระบุว่า หามีการเสนอชื่อผู้ใดเพียงชื่อเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภา แต่ถ้ามีการเสนอชื่อสองชื่อหรือมากกว่าสองชื่อ ให้มีการลงคะแนนเป็นการลับโดยการเขียนชื่อผู้ซึ่งตนประสงค์จะเลือกลงบนแผ่นกระดาษ ใส่ซองที่เจ้าหน้าที่จัดให้ แล้วให้เรียกชื่อสมาชิกตามลำดับ หมายเลขประจำตัวสมาชิกมาลงคะแนนเป็นรายคน โดยนำซองใส่ลงในภาชนะที่จัดไว้เพื่อการนั้นในการตรวจนับคะแนน ให้ประธานของที่ประชุมเชิญสมาชิกไม่น้อยกว่าห้าคนเป็นกรรมการตรวจนับคะแนน

กรณีมีการเสนอชื่อสองชื่อ ให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดเป็นผู้ได้รับเลือก ถ้าได้คะแนนสูงสุดเท่ากันให้เลือกใหม่อีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าคะแนนเท่ากันอีก ให้ใช้วิธีจับสลาก แต่หากมีการเสนอชื่อมากกว่าสองชื่อ ให้ผู้ได้คะแนนสูงสุดและมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมเป็นผู้ได้รับเลือก

ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา ยังให้การเลือกรองประธานวุฒิสภา ใช้วิธีการเดียวกับการเลือกประธานวุฒิสภาโดยอนุโลม โดยหากวุฒิสภามีมติให้มีรองประธานวุฒิสภาสองคน ให้เลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งก่อน แล้วจึงเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง

“เมื่อได้เลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาแล้ว ให้เลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งต่อไป”ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาระบุ

มีรายงานความเคลื่อนไหว สำหรับรายชื่อแคนดิเดต คนที่จะได้รับการเสนอชื่อให้ชิงเก้าอี้ประธานวุฒิสภาคนใหม่ และรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งและคนที่สอง

แหล่งข่าวจาก ว่าที่สมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่”ขั้วสีน้ำเงิน”เปิดเผยว่า ขณะนี้ สว.ในกลุ่มได้รับสัญญาณมาว่า ให้ว่าที่สว.ทุกคนหลีกเลี่ยงการให้สัมภาษณ์กับสื่อ เพื่อตอบโต้กรณีว่าที่สว.ในกลุ่ม ถูกวิจารณ์ทางการเมือง โดยให้ทุกคนปักหลักในพื้นที่ รอกกต.ประกาศรับรองรายชื่อในวันพุธนี้ 3 ก.ค.

จากนั้น เมื่อแต่ละคนไปรายงานตัวต่อสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาที่กรุงเทพมหานครแล้ว ก็คาดว่าจะมีการนัดพูดคุยกัน  ที่อาจมีเรื่องของ การเตรียมตัวเลือกประธานวุฒิสภา ซึ่งถึงตอนนี้ เต็งหนึ่งยังคงเป็น “บิ๊กเกรียง”พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ อดีตผช.ผบ.ทบ.-อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 อดีตประธานคณะที่ปรึกษา อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย  ตามที่มีกระแสข่าว แต่ก็ต้องรอดูสัญญาณว่าจะยังคงเป็นชื่อเดิม หรือไม่ในช่วงก่อนการโหวต หรือจะเปลี่ยนเป็นชื่ออื่น

“ส่วนรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งกับรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ตอนนี้ว่าที่สว.ในกลุ่ม ก็กำลังติดตามข่าวอยู่แต่เท่าที่คุยกัน ก็คือหากบิ๊กเกรียง เป็นประธานวุฒิสภาจริง รองประธานวุฒิสภา ก็ควรได้คนที่มีประสบการณ์ทางการเมือง เคยผ่านงานในสภาฯ มาก่อน สามารถประสานได้กับทุกฝ่าย โดยอาจเป็นอดีตสส.ก็ได้ ทำให้ว่าที่สว.ในกลุ่ม ก็เริ่มมีการพูดถึงชื่อหลายคน เช่น นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม อดีต สส.หนองบัวลำภู ยุคพรรคความหวังใหม่ของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ  ซึ่งได้คะแนนมาอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้ประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสาร การพัฒนานวัตกรรม หรือกลุ่ม 13 และตอนนี้ก็ได้ข่าวว่า ว่าที่ สว.อีกบางส่วน ก็อาจผลักดันนายบุญส่ง น้อยโสภณ อดีตกกต. อดีตผู้พิพากษาลงชิงรองประธานวุฒิสภา โดยความชัดเจนทั้งหมด คงต้องรอหลังวันที่ 3 ก.ค.” แหล่งข่าวจากสว.สายสีน้ำเงินระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ 'อาชีพ-สายสัมพันธ์' สว.อำนาจเจริญ 'ยิ่งชีพ' งงหนัก 'สมพาน' ขายก๋วยเตี๋ยวอะไร

‘ไอลอว์‘ แฉประวัติอาชีพ-สายสัมพันธ์ สว.อำนาจเจริญ พบฝากเลี้ยง จ่อเปิดชื่อผู้ช่วย-สว. 3 ทั้งหมดหลังจบเวที ด้าน ‘ยิ่งชีพ’ งงสรุป ‘สมพาน’ ขายก๋วยเตี๋ยวอะไรกันแน่

สว.แนะ BWG สื่อสารเชิงรุก สร้างความเข้าใจกำจัดกากอุตสาหกรรมตามหลักวิศวกรรม

คณะสมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ตรวจระบบจัดการกากอุตสาหกรรมของ BWG จ.สระบุรี พร้อมแนะบริษัทสื่อสารเชิงรุก เปิดเ

'ไอติม' ไม่สน 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่น เปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว.

'พริษฐ์' ไม่หวั่น 'ทรงศักดิ์' ฟ้องหมิ่นประมาท เดินหน้าเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ชี้ข้อมูลบัตรเลงคะแนนสอดคล้องโพย จี้ 'กกต.' ส่งศาลตรวจสอบ

ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า

'วันวิชิต' ชี้ระบบเลือก สว. เปิดช่องล็อบบี้ทุกกลุ่ม ส่วนปมฮั้วต้องมีหลักฐานเส้นเงิน ล็อกโหวต กำหนดผล ชี้ข้อสันนิษฐาน สร้างกระแส แต่ไร้ Impact ทางกฎหมาย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต วิเคราะห์ประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ว่า กระบวนการเลือก สว. ตามระบบปัจจุบันเปิดให้ผู้สมัครต้องแนะนำตัว แลกเปลี่ยนข้อมูล และประสานการสนับสนุนระหว่างกัน โดยเฉพาะการเลือกในรอบไขว้ ซึ่งหากผู้สมัครไม่พูดคุยหรือสร้างความรู้จักกับผู้อื่นเลย โอกาสได้รับเลือกย่อมน้อยลง

'เทพไท' จี้ กกต.นำข้อมูลแฮ็ก CCTV รวมสำนวนคดีฮั้วสว.

“เทพไท” เรียกร้อง กกต.ตรวจสอบและนำข้อมูลแฮ็กภาพจาก CCTV ที่ถูกเผยแพร่มาประกอบสำนวนคดีฮั้ว สว. หากยังไม่เคยถูกรวบรวมไว้ พร้อมระบุว่าเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการลงคะแนนตามโพย และควรเร่งสรุปสำนวนส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดยเร็ว