
ผู้สมัคร สว. บุกกกต.จี้ตรวจสอบคุณสมบัติว่าที่สว. 200 คน เตรียมฟ้อง 157 หากประกาศรับรอง 3 ก.ค. พร้อมโชว์หลักฐานบัตรลงคะแนน มีหมายเลขลงคะแนนตรงกับโพย
1 ก.ค.2567-ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กลุ่มผู้สมัคร สว.นำโดยพล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้สมัครสว.กลุ่ม 2 ยื่นหลักฐานต่อ กกต.ที่เกี่ยวข้องกับการบล็อกโหวตการเลือกสว.
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือต่อกกต.โดยขอให้ทำการตรวจสอบว่าที่สว. 111 คน และยื่นคำร้องขอคัดค้านการประกาศรับรองผลผู้ที่ได้เป็นสว.รวมถึงรายชื่อสำรองด้วย เนื่องจากค้นพบความปกติในการลงคะแนนโดยเฉพาะการเลือกไขว้ซึ่งมีลักษณะการลงคะแนนเป็นชุดๆโดยใบลงคะแนนมีหมายเลขเหมือนๆกัน โดยพล.ต.ท.คำรบ ยกตัวอย่างโดยมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายการลงคะแนนในช่วงเลือกไขว้ในสาย ง. โดยพบว่าผู้สมัครกลุ่มที่ 19 ลงคะแนนให้กลุ่มที่ 2 ที่มีการลงคะแนนให้กับหมายเลขเหมือนๆกัน จำนวน 4-5 ใบลงคะแนน และเมื่อนำไปเทียบกับโพยที่ตนเก็บได้ พบว่าเบอร์ที่เขาลงคะแนนตรงกับโพยทุกเบอร์
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า หลักฐานนี้ชี้ชัดได้ว่ามีการจัดตั้งกลุ่มในการลงคะแนนโดยในวันเลือกรอบไขว้กลุ่มผู้สมัครที่มีพฤติกรรมดังกล่าวจะจัดกลุ่ม กลุ่มละ 10 คน และจะเลือกคนในกลุ่ม และยังมีผู้สมัครสว.ที่ไม่ลงคะแนนในกับตัวเอง ปต่ลงคะแนนให้กับผู้ที่เป็นเป้าหมาย
“ผมยื่นหลักฐานเพื่อขอให้กกต.ใช้อำนาจในการเปิดกล่องนับคะแนนใหม่ โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อตรวจหาพิรุธการลงคะแนนเป็นกลุ่ม ซึ่งผิดปกติวิสัย ขณะนี้หลักฐานคือใบลงคะแนนที่กกต.เก็บไว้ในกล่องจำนวน 40 กล่อง ถ้าตรวจสอบโดยใช้วิธีนี้จะใช้เวลาไม่เกิน 4 ชม. ซึ่งจะทำให้ทราบว่าใครลงคะแนนให้กับใครบ้าง หากการยื่นหนังสือในวันนี้กกต.ไม่ได้ดำเนินการตามที่ร้องขอ ก็จะยื่นหนังสือให้กับหน่วยงานที่มีอำนาจทางปกครอง และบังคับให้กกต.ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง และถ้ากกตยังดื้อดึงประกาศรับรองผลสว. จะยื่นร้องต่อศาลฎีกาศาลฎีกา และจะร้องตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่”
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้กกต.ได้แถลงถึงโพยที่พบว่าอาจจะเป็นการทำการบ้านของผู้สมัคร ถ้าตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานว่าเอื้อประโยชน์ต่อกัน จะเอาผิดได้หรือไม่ พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า การให้ประโยชน์นั้นไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เรื่องเงิน แต่ในเรื่องนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องของสัญญาว่าจะให้ตำแหน่ง ก็ถือว่าเป็นการให้ประโยชน์ต่อกันแล้ว อยากให้กกต.ใช้ความกล้าหาญในการนับคะแนนใหม่ โดยเปิดให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบด้วย
ด้านนายจิรัฏฐ์ แจ่มสว่าง ผู้สมัครสว.กลุ่มการศึกษา 3 กล่าวว่า การมายื่นต่อกกตครั้งนี้เพื่อขอให้ตรวจสอบในการลงคะแนน เนื่องจากจะเห็นได้ชัดว่าการลงการลงคะแนนนั้นเป็นตัวเลขชุดๆ หมายเลขในใบลงคะแนนเหมือนกันนับ 10 ใบ จึงอยากให้กกต.ตรวจสอบเส้นทางของการลงคะแนนของกลุ่มคนเหล่านี้ เชื่อว่าเกี่ยวกับกลุ่มพรรคการเมือง ขอให้กกต.ตรวจสอบว่าผิดจริงหรือไม่ถ้าผิดจริงถือว่าผิดกติกาในการเลือก ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัตินั้นไม่ได้อยากให้ตรวจสอบเพียงเป็นรายคน เพราะตามขั้นตอนกกต.ต้องตรวจสอบคุณสมบัติทุกคนมาก่อนหน้านี้แล้ว หากอนุญาตให้มาสมัครในระดับอำเภอ ประเทศแต่กลับพบปัญหาในระดับประเทศ ขณะที่กตยังไม่ได้ออกมาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงอยากให้ชะลอการประกาศรับรองว่าที่ แล้วกลับไปตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่ได้รับเลือกเป็นสว. รวมถึงบัญชีสำรองอีกครั้ง เพราะตนเห็นคุณสมบัติแปลกๆจากผู้สมัครหลายคน ที่มีฉายาว่า “เสื้อลาย โปรไฟล์สั้น” กลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่น่าสงสัย โดยในวันเลือกรอบประเทศกลุ่มนี้ใส่ชุดเหมือนๆกันคือชุดมินเนี่ยน จึงอยากให้กกต.ไปตรวจสอบคุณสมบัติคนเหล่านี้โดยเฉพาะ
ทั้งนี้มีผู้สมัครสว.กลุ่ม 9 ให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนว่า ก่อนการลงคะแนนในรอบประเทศ มีผู้สมัครกลุ่ม 19 โทรศัพท์มาหาตน แล้วถ้าถามมาให้เป็นโหวตเตอร์เพื่อทำการลงคะแนนให้ตามหมายเลขที่กำหนดไว้ โดยแสดงเบอร์โทรศัพท์ต่อสื่อมวลชนด้วย
ส่วนนายจักรพงษ์ คงปัญญา ผู้สมัคร สว.กลุ่ม 12 พร้อมผู้สมัครสว. อีกหลายคนที่ได้รับความเสียหายจากการเลือกสว.ยื่นหนังสือต่อ กกต. ขอคัดค้านการประกาศรายชื่อสว.ระดับประเทศ จนกว่าจะมีการตรวจสอบความถูกต้อง เนื่องจากมีประจักษ์พยานสำคัญที่อยู่ในเหตุการณ์ พบการลงคะแนนที่มีความผิดปกติ ลงคะแนนให้กันเป็นชุดๆ เลขเรียงกันหลายครั้ง ทำให้มีคะแนนสูงผิดปกติ เมื่อเทียบกับทั่วไป และบล็อคคะแนนไม่ให้บุคคลเป้าหมาย ผ่านรอบแรกได้ โดยการโจมตีปล่อยข่าวเท็จก่อนลงคะแนน ทำให้บัตรเสีย หรือมีการซื้อคะแนนแลกคะแนน
ดังนั้น การที่ กกต.ไม่ได้ตรวจสอบคุณสมบัติทุกคนให้ครบถ้วนก่อนเลือกในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ถ้ามีผู้สมัคร คุณสมบัติไม่ถูกต้อง หลุดเข้ามาแม้แต่ 1 คน จะทำให้คะแนนระดับอำเภอในรอบแรก มีความเบี่ยงแบนและผิดพลาดทันที ยิ่งเข้ารอบลึก ก็ยิ่งมีความผิดพลาดมาตามลำดับ การที่กกต.จะรับรอง ผู้ที่ผ่านการเลือกรอบประเทศ 200 คนไปก่อน แล้วค่อยสอยทีหลังจึงเป็นหลักการที่ไม่ถูกต้อง พร้อมเสนอข้อเรียกร้อง คือ 1.หยุดการประกาศรับรอง 200 รายชื่อ จนกว่าจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของทุกคะแนน พร้อมให้เปิดเผยต่อสาธารณะ 2.หากพบว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการฮั้วลงคะแนนให้กัน ให้กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งเป็นโมฆะ และให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ทันที 3. ก่อนการเลือกตั้งใหม่ให้กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครใหม่ทั้งหมด เพื่อป้องกันคนที่ไม่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ทั้ง 20 กลุ่ม โดยให้มีผู้เชี่ยวชาญร่วมกับ กกต. และเปิดเผยกระบวนการตรวจสอบต่อสาธารณะ 4. วันเลือกตั้งใหม่ กกต.ตั้งเข้มงวดไม่ให้ผู้สมัครนำเอกสารหรือโพย จดหรือเขียนตัวเลขใดๆ ในเสื้อผ้าหรือร่างกาย รวมทั้งเครื่องมือสื่อสารต่างๆ เข้าสู่สถานที่เลือกโดยเด็ดขาด 5. ให้กกต.จัดพิมพ์เอกสารแนะนำตัว(สว.3) ให้ผู้สมัครใหม่โดยแจกก่อนเข้าช่องลงคะแนนและให้เวลาผู้สมัครอ่านอย่างน้อย1 ชั่วโมง ก่อนลงคะแนน 6. ให้ทุกฝ่ายยอมรับ ผลการดำเนินการของ กกต.และถือเป็นสิ้นสุดเพื่อให้ได้มาซึ่งสว.200 คน เข้ามาทำหน้าที่
ส่วนกรณีถ้าพบผู้สมัครสว.คุณสมบัติไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนดจะทำอย่างไร นายจักรพงษ์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 107 ระบุชัดเจนว่า กกต.ต้องทบทวน บริหารจัดการปัญหา หรือยกเลิกแล้วจัดตั้งใหม่ แต่ถ้า กกต.ประกาศรับรองแล้วไปสอบที่หลังจะสร้างปัญหามาก เพราะผู้สมัครบางคนไม่ถือว่าบริสุทธิ์ยุติธรรมกับคนอื่น พร้อมยอมรับถ้ามีปัญหาเรื่องงบประมาณในการจัดเลือกใหม่ ก็ให้จัดในระบบเลือกประเทศไปก่อนให้ได้ สว. 200 คนก่อน และค่อยปัญหาอุดช่องว่างหรือรูโหว่ หรือรอครบเทอมแล้วเลือกใหม่ แต่ก็เป็นไปตามเงื่อนไข 6 ข้อที่ได้เรียกร้อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
2 ปียังสอบไม่เสร็จ! กกต. แจงเส้นเงิน 8.6 แสน นักการเมืองอำนาจเจริญโอนให้เจ้าหน้าที่ กกต. อยู่ในสำนวน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจง กรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้วสว. พบเส้นทางการเงินในจังหวัด อำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ของสำนักงานกกต. จำนวน 13 ครั้ง
'สส.อังสณา' นำทีมพรรคเศรษฐกิจ ช่วยเด็ก 13 ถูกทำร้ายซ้ำซาก ประสานพม.เข้าคุ้มครอง
น.ส.อังสณา เนียมวณิชกุล สส.พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยนายพิริยะ อุไรวงค์ นายวงศธร โชคภัทรชัยกิจ และนายอลงกต สงพัฒน์แก้ว ผู้ช่วย สส. พรรคเศรษฐกิจ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมารดาของเด็กอายุ 13 ปี
'ไอติม' กาหัว 'กกต.' แจงเส้นเงินนักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย'
'ไอติม' ให้เวลา กกต. 1-2 วัน แจงเส้นเงิน 8 แสนของ 'ญานี' นักการเมืองท้องถิ่นซุ้ม 'สุขสมรวย' โอนเข้ากระเป๋าพนักงานสอบสวน กกต. ช่วงเลือก สว. จี้ เร่งชี้แจง-ส่งศาลฟันฮั้ว เตือนอย่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่
'หมอตุลย์' จ่อยื่นร้องเรียนนายกฯ ขยายผลโกงสอบท้องถิ่นย้อนไปถึงปี 2566
นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความว่า ในวันอังคารที่ 11 ส.ค. ผมจะไปร้องเรียนเรื่องทุจริตสอบกสถ.
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 สั่งเลือกตั้งใหม่ 'นายก อบจ.ขอนแก่น' คดีใบเหลือง 'วัฒนา ช่างเหลา'
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาหมายเลขดำที่ ลต.อบจ.1/2569 ระหว่าง กกต.ผู้ร้อง กับ นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้คัดค้าน เรื่อง พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ขอให้มีการเลือกตั้ง นายก อบจ.ใหม่)
อดีตผู้พิพากษา ถอดรหัสกม.ฮั้วสว. เหตุใดตัดสิทธิทางการเมือง จึงไม่ควรอิงมาตรฐานเดียวกับคดีอาญา
การส่งหลักฐานอันควรเชื่อได้ไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อปกป้องระบบ มิใช่การทำหน้าที่เป็นศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อลงโทษตัวบุคคล

