สว.กลุ่มอิสระ สะกิดจับตาชิง ‘รองปธ.คนที่หนึ่ง’ คาดลงแข่งเยอะแน่

สว.กลุ่มอิสระเผย จุดพีกชิงเก้าอี้ใหญ่สภาสูงคือ รองปธ.คนที่หนึ่ง คาดลงแข่งเยอะ ย้ำ ‘บุญส่ง’ เหมาะนั่งรองปธ.วุฒิฯ ยันเป็นเรื่องปกติหากจะคุยกับกลุ่มสีน้ำเงินก่อนโหวต  

21 ก.ค.2567-นายวราวุธ ตีระนันทน์  สมาชิกวุฒิสภา(สว.) แกนนำกลุ่มสว.อิสระ กล่าวถึงการประชุมวุฒิสภาเพื่อเลือกประธานวุฒิสภา-รองประธานวุฒิสภาวันอังคารนี้ 23 ก.ค.ว่า สำหรับประธานวุฒิสภา ล่าสุดถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะเสนอใครเป็นประธานวุฒิสภา ยังไม่รู้ว่าจะสู้กันยังไง  แต่สำหรับรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง คาดว่า จะมีคนลงสมัครกันหลายคน ส่วนรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ก่อนหน้านี้ นายบุญส่ง น้อยโสภณ อดีตกกต. ก็ปรารถไว้กับสว.ด้วยกันว่าสนใจจะลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภา แต่ถึงตอนนี้ ยังไม่คุยกันล่าสุดว่านายบุญส่งจะเอาอย่างไร คาดว่าวันพรุ่งนี้จันทร์ที่ 22 ก.ค. คงรู้อะไรกันบ้าง

“ถึงวันนี้มันยังไม่นิ่ง คงต้องรอดูวันพรุ่งนี้แต่เท่าที่ทราบ ก็คงมีการสู้ชิงตำแหน่งรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งกับรองคนที่สอง แต่รองประธานวุฒิสภาคนที่สอง คงมีคนลงไม่เยอะ แต่รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งคงมีคนลงสมัครกันหลายคน ส่วนใหญ่จะชิงรองประธานคนที่หนึ่ง แต่รองประธานคนที่สองคงไม่เยอะ เพราะส่วนมากคนอยากจะเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งกันเยอะ”

ถามว่า ถึงตอนนี้ สว.อิสระ ยังยืนยันสนับสนุนนายบุญส่ง เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งอยู่หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า สว.ที่มาคุยกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ก็เห็นว่านายบุญส่งมีความเหมาะสม เพราะมีความรู้ด้านกฎหมายมาก ผ่านงานสำคัญต่างๆ ทั้งอดีตผู้พิพากษา อดีตกกต. อดีตอธิบดีศาลอุทธรณ์ อดีตที่ปรึกษารองประธานวุฒิสภามาห้าปี  พวกเราก็เห็นว่าหากดูเรื่องคุณสมบัติ ก็ยังไม่เห็นใครเหมาะสมเท่านายบุญส่ง

เมื่อถามว่า จะมีการคุยกับสว.กลุ่มสีน้ำเงิน ก่อนวันลงมติอังคารนี้หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ส่วนตัวผมไม่มีคอนแทรคที่จะไปคุยกับใคร ส่วนผู้หลักผู้ใหญ่ที่จะคุย ผมมองว่าเป็นเรื่องปกติที่จะคุยกันว่าได้แค่ไหน มีความเป็นไปได้แค่ไหน ผมว่าก็มีการคุยกัน แต่เราจะไปก้าวล่วงไม่ได้ เพราะผมไม่ได้ลงสมัครอะไรในวันอังคารนี้

ต่อข้อถามที่ว่า หากนายบุญส่ง ลงสมัครชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่สองวันอังคารนี้ คิดว่าจะได้รับเลือกหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า ถ้าเอาเรื่องความรู้ความสามารถ ส่วนตัวตอนนี้ผมยังไม่เห็นใครที่มีคุณสมบัติ ผ่านงานมาเท่านายบุญส่ง คือไปถึงประธานฯได้เลย แต่ก็ไม่ได้ไขว่คว้าถึงตรงนั้น เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่เข้าใจ รู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควร อะไรเป็นไปได้ ขนาดรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง นายบุญส่งยังไม่ลงแข่งขัน อันนี้ผมฟังจากที่ท่านพูด เพราะนายบุญส่งเล่าให้ฟังว่าตอนเป็นที่ปรึกษานายศุภชัย สมเจริญ ตอนเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ก็พบว่ารองประธานคนที่หนึ่งกับรองประธานคนที่สอง ก็ทำงานร่วมกันได้ 

นายวราวุธกล่าวอีกว่า ถึงตอนนี้ สว.ไม่ควรมีสี ไม่ควรมีกลุ่มมีก๊วนอะไรอีกต่อไปแล้ว อยากให้สว.ทุกคนสมานฉันท์ ซึ่งตอนที่สว.หารือกันเมื่อวันที่ 18 ก.ค. สว.หลายคนก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้ อย่างสว.อิสระที่มาคุยกัน เราก็ยืนยันว่าเราจะไม่ตั้งป้อมไม่ทะเลาะกับใคร

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่ามีสว.ที่สนใจจะลงสมัครชิงเก้าอี้รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งมีเช่นนายนพดล อินนา อดีตส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคไทยรักไทยปี 2544 -นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม อดีตส.ส.หนองบัวลำภู อดีตผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ -นายแล ดิลกวิทยรัตน์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อังคณา ซัดพรรคคนรุ่นใหม่ แตะต้องเตือนไม่ได้ วิจารณ์ก็มาถล่ม เป็น กมธ.กม. ไม่ทำการบ้าน แค่นั่งฟังคอยยกมือโหวต

อังคณา ซัดก่อนเลือกตั้งก็ไม่เคยถ่อมตน ใครวิพากษ์วิจารณ์ไรก็มาถล่มเขาหมด คิดแต่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต้องดีกว่า ไม่ฟัง แตะต้องไม่ได้

นักวิชาการมธ. ระบุไม่มีกลไกเอาผิดกกต.แบบเห็นผล เพราะรธน.60 ไม่ดี ป.ป.ช.มาจากสว.เหมือนกัน

ศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผ

'สว.ชิบ' จี้ 'รัฐบาล' เร่งยกระดับแก้ปัญหาวิกฤตฝุ่นพิษด่วน อย่าปล่อยให้คนไทยตายผ่อนส่ง

ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฯ เห็นว่าวิกฤต PM2.5 ในขณะนี้ ควรถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญให้สังคมไทยเร่งยกระดับการจัดการสิ่งแวดล้อม จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

สว.-สสส.-สช. ประสานเสียง ชู ‘นโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม’ เปิดตลาดนัดนโยบาย ดันข้อเสนอเข้าสภาฯ นำไทยฝ่าวิกฤตซ้อนวิกฤตที่ซับซ้อน ย้ำนักการเมือง-รัฐแก้เพียงลำพังไม่ได้ หวังใช้เสียงประชาชนเปลี่ยนทิศทางประเทศผ่านการเลือกตั้ง 69

วันที่ 13 ม.ค. 2569 นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในเวทีเสวนา “ความหวังการเลือกตั้งฝ่าวิกฤตประเทศไทย” ภายใต้งาน "Opening Day: Policy Watch Connect 2026" ว่า