
27 ส.ค.2567 -เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ที่มหาวิทยาลัยสงขลานัครินทร์ วิทยาเขตตรัง (มอ.ตรัง) นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ปัจจุบัน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานัครินทร์ วิทยาเขตตรัง พร้อมเยี่ยมชมห้องประชุมมหาวิทยาลัย และมีการประชุมหารือเตรียมเปิดโรงเรียนนานาชาติ ที่จังหวัดตรัง โดยใช้สถานที่ของ มอ.ตรัง ใช้เวลาประชุมกว่า 4 ชั่วโมง
หลังจากประชุม นายชวน หลีกภัย ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ถึงกรณีไม่เห็นด้วยที่พรรคประชาธิปัตย์ จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และอาจจะถูกขับออกจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ว่า ตนต้องของคุณพี่น้องชาวตรัง ตนเองเกิดจากพี่น้อง ตนได้เป็นผู้แทนราษฎรมาจากระบบไม่ซื้อเสียงไม่โกงเลือกตั้งเหมือนนักการเมืองบางกลุ่ม มาด้วยความบริสุทธิ์ตลอดมา และพี่น้องเมตตาตนเองมาตลอด 50 กว่าปี เป็น ส.ส.คนเดียวที่อยู่มานานที่สุด 17 สมัย ไม่เคยแพ้ ไม่เคยตก ไม่เคยหยุด และตนเองก็ยังมั่นคงในพรรค แม้พรรคจะรุ่งเรือง ตกต่ำ ตนเองไม่เคยทิ้ง เหมือนบ้านเก่าที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตนเองไม่ไป
แต่ว่าก็มีคนในพรรคบางกลุ่มเขาอยากไปร่วม ขอเรียนพี่น้องว่าคนที่อยากเป็นรัฐบาลไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่ตนเองเป็นคนรณรงค์กับพี่น้องเองว่า พี่น้องปักษ์ไต้อย่าเลือกพรรคไทยรักไทย อย่าเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเขามีนโยบายเลือกปฏิบัติแกล้งพวกเรา เขาบอกว่าจะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่เลือกเขา จังหวัดอื่นไว้ที่หลัง ไม่เคยมีรัฐบาลชุดใหน ไม่ว่ามาจากชุดยึดอำนาจ หรือชุดประชาธิปไตย ที่ใช้นโยบายแกล้งประชาชน เพราะไม่เลือกไม่พัฒนา
“แต่คุณทักษิณเจ้าของพรรคเขาใช้มาตรอันนี้ผมเลยบอกว่าอย่าเลือก ปรากฏว่าเลือกตั้งที่ผ่านมาปักษ์ไต้เขาไม่ได้เลยแม้แต่คนเดียว ที่ภาคอื่น ๆ เขาได้มาท่วมท้น แต่ภาคไต้ไม่เลือกคนของพรรคเพื่อไทยเลย ผมเป็นหนี้บุญคุณมากที่พี่น้องกรุณาเชื่อผมส่วนหนึ่งแล้วไม่เลือกพรรคนี้ ดังนั้น เมื่อมีคนอยากไปร่วมรัฐบาลผมบอกว่าการไปร่วมก็ปกติ แต่ผมเองเคยประกาศไม่ให้เลือก บัดนี้ผมเองจะมาร่วมรัฐบาลที่ผมบอกไม่ให้เลือกเท่ากับผมทรยศต่อประชาชน ผมขออนุญาตที่จะไม่เห็นในการไปร่วม เพราะฉะนั้นพี่น้องอย่างห่วง ผมเป็นเด็กบ้านนอก เป็นคนต่างจังหวัดที่พูดคำใหนคำนั้น และเป็นคนรุ่นเก่ายึดมั่นความกตัญญูรู้คุณต่อบ้านเมือง ต่อพรรคการเมือง ต่อผู้มีพระคุณ ผมรู้ว่าพี่น้องเป็นผู้ที่ผมรู้สึกบุญคุณที่ท่านสนับสนุนมาโดยตลอดในชีวิตการเมืองตั้ง 50 กว่าปี ซึ่งในประเทศไทยถือว่าผมอยู่นานที่สุดแล้ว ผมไม่เคยแพ้ ไม่เคยหยุด เพราะฉะนั้นผมก็ยังมั่นคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำ แต่การที่คนส่วนหนึ่ง กรรมการชุดปัจจุบันนี้เขามีความคิดแตกต่างกันไป ก็เป็นเรื่องของคนเหล่านั้น ถ้ายกมือผมก็คงแพ้ แต่ว่าผมก็บอกให้เขารู้ว่าผมไม่เห็นด้วย “
ผู้สื่อข่าวถามว่าประชาชนกลัวว่าท่านชวนจะถูกขับออกจากพรรคประชาธิปัตย์ นายชวนยืนยันว่าตนเองไม่ไป มีคนอื่นหลายคนออกจากพรรค เสียดาย แม้กระทั่งคุณอภิสิทธิ์ ซึ่งท่านเองก็ยังมีความผู้พันอยู่ ยังพบกันอยู่ประจำ ที่ท่านตัดสินใจลาออกเพราะว่าตกลงไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ แต่ตนอยู่ แม้เหลือตนเองคนเดียวตนก็จะอยู่ ไม่มีปัญหา
ทั้งนี้นายชวนได้พนมมือไหว้ขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนด้วยความเคารพ ยืนยันว่ายังทำงานอยู่เหมือนเดิม ยังดูแลปัญหาพี่น้องอยู่ตลอดเวลาไม่ได้หยุด ในสภาฯก็ยังอภิปรายในเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ห่วงเรื่องราคายางจะตกก็พูดแทนพี่น้องชาวตรังและภาคใต้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' ฟันธง! 'อนุทิน' ไม่เอาเพื่อไทยร่วมรัฐบาล
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยคาดว่า พรรคภูมิใจไทยจะจับมือกับพรรคกล้าธรรม เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วเลือกดึงพรรคเล็กพรรคน้อยหรือทาบทามพรรคประชาธิปัตย์มาเสริมเสถียรภาพรัฐบาลผสม
'กรณ์' ปวดใจ! การนับคะแนนที่ชลบุรี ทำให้ย้อนนึกถึงตอนนั่งทับกล่องบัตรเลือกตั้งค่อนคืน เพราะมีการยัดบัตรโกงคะแนน
กรณ์ จาติกวณิช แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความว่า ผมติดตามสถานการณ์ปัญหาการนับคะแนนที่ชลบุรีแล้วรู้สึกปวดใจ
‘อภิสิทธิ์-กรณ์-การดี‘ นำทัพสีฟ้าขึ้นรถแห่หาเสียง 33 เขต ทั่วกรุงเทพฯ
พรรคประชาธิปัตย์ระดมแกนนำและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขึ้นคาราวานรถแห่กระจายทั่วกรุงเทพมหานคร 33 เขต รณรงค์เชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งและลงประช
'อภิสิทธิ์' นำทัพปชป. ปล่อยขบวนรถหาเสียงวันสุดท้าย ย้ำจุดยืน 'การเมืองสุจริต'
ประชาธิปัตย์เปิดฉากวันหาเสียงสุดท้าย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อารมณ์ดีออกสเต็ปหยอกสื่อ ก่อนปล่อยขบวนรถแห่ 3 เส้นทางทั่วกรุง ประกาศจุดยืนขอเป็นหลักประกั
ปชป.วัดใจประชาชน 'อภิสิทธิ์' ลั่นเหลือคนเดียวก็จะพูดให้รัฐบาลขี้โกงล้มได้!
“อภิสิทธิ์” ประกาศลั่นวัดใจประชาชน เวลาเหลือไม่มาก ต้องชนะ แม้แพ้เป็นฝ่ายค้าน เหลือคนเดียวก็จะพูดให้รัฐบาลขี้โกงล้มได้ จะสู้กับค
“องอาจ-สกลธี” พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 เบอร์ 8 ”เจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร“ ลงพื้นที่และรับฟังปัญหาของประชาชน 16 ชุมชนริมน้ำที่
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ดูแลกรุงเทพมหานคร นายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. นายเจตน์สฤษฎิ์ เลิศธนสาร เขต 33

