"อนุทิน" บอกไม่ได้ติดตามปม ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องคดี "ทักษิณ-เพื่อไทย" ล้มล้างการปกครอง ลั่น ครม.แพทองธาร ยังไม่มีสัญญาณร้ายแรง
21 พ.ย.2567 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ด่านพรมแดนบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี นายอนุชิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีในวันพรุ่งนี้ (22 พ.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณารับคำร้องคดีล้มล้างการปกครอง ตามมาตรา 49 ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ว่า ตนไม่ได้ติดตามเรื่องนี้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง
ถามว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องเนื่องจากพรรคภูมิใจไทยก็เป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อศาลตัดสินออกมาหากไม่เป็นคุณกับรัฐบาล พรรคร่วมก็จะล้มไปด้วย นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อยู่
เมื่อถามว่าหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกังวลหรือไม่ว่าจะเกิดสุญญากาศขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่เคยมีสุญญากาศอยู่แล้ว รัฐบาลต่อให้พ้นสภาพไป ก็ยังคงสภาพรัฐบาลรักษาการ ซึ่งสิ่งนี้ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ที่คงสภาพไว้จนกว่ารัฐมนตรีชุดใหม่จะเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ แต่รัฐมนตรีชุดนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณว่าจะมีความซีเรียสอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะอยู่เหนือการควบคุม ซึ่งเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า อย่างกรณีครั้งที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นสภาพการเป็นรัฐมนตรี วันนั้นทุกคนก็ยังทำงานจนถึง 16.00 น. การทำงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ความเห็นอกเห็นใจก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โสภณ’ปัดยื้อสอบปปช. เปิด‘ครม.เงา’จับผิดรบ.
“อนุทิน” ดอดร่วมวงสื่อทำเนียบฯ ทีมโทรโข่งปั้นรายการใหม่ “คุยให้เคลียร์กับโฆษก”
ฉลุย!ค่าไฟสูตรใหม่ ไม่เกิน500หน่วยถูกลงเคาะรับซื้อโซลาร์2.2บาท
“กพช.” ไฟเขียวปรับโครงสร้างค่าไฟ 200 หน่วยแรก คิดไม่เกิน 3 บาท
'แสวง' เผย กกต.ส่ง 4 พยานคนนอกสู้คดีบาร์โค้ด
'แสวง' เตรียมยื่นบัญชีพยานต่อศาล รธน.คดีคิวอาร์ 11 คน 7 คนใน กกต. 4 คนนอกผู้เชี่ยวชาญ พร้อมความเห็นครบ รอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
ฟ้าหนุนส้มยื่นสอบปปช.ปล่อยโอ๋
“นายกฯ” พา “รมว.กลาโหมสิงคโปร์” กินโจ๊กเจ้าดังบางรัก เซ็นตั้ง “วีระพงษ์” ผู้แทนการค้าไทย
เคาะอุ้มค่าไฟ3บาท 200หน่วย‘ขั้นบันได’สะดุด กองทุนนํ้ามันกู้2หมื่นล้าน
รัฐบาลเคาะวาระแห่งชาติด้านพลังงาน อุ้มค่าไฟ 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาท
เกมใหม่หลังยกเลิกMOU44 ดึง‘กัมพูชา’เข้ากรอบ‘คนละครึ่ง’
แม้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพด้วยคะแนนสนับสนุนที่ท่วมท้น แถมมีพรรครอร่วมรัฐบาลรอเสียบ แต่การเมืองเป็นเรื่องไม่แน่นอน พรรคภูมิใจไทย จึงต้องเดินหน้านโยบายที่ได้หาเสียงไว้ให้เป็นรูปธรรม เช่น คนละครึ่งพลัส (ไทยช่วยไทยพลัส) ผลักดันทหารอาสา ยกเลิก MOU 44 เป็นต้น

