ดร.ณัฏฐ์ อัด ‘นิด้าโพล’ ชี้นำประชาชน ผลสำรวจไม่สะท้อนความเป็นจริง

“ดร.ณัฏฐ์” มือกฎหมายมหาชน ชี้ การเมืองไทยระบบอุปถัมภ์ การจัดทำโพล “นิด้าโพล” ความนิยมผู้นำทางการเมืองและพรรคการเมือง ชี้นำประชาชน ไม่สะท้อนความเป็นจริง

30 ธ.ค.2567 - สืบเนื่องจากกรณีศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2567” ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด ดร.ณัฎฐ์ ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน แสดงทัศนะต่อเรื่องดังกล่าว ว่าการจัดทำโพลไม่ว่าจะสำนักโพลใด โดยเฉพาะผลโพลนิด้าล่าสุด ไม่สะท้อนในความเป็นจริง โดยเฉพาะบริบทความนิยมทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง และพรรคการเมือง ย่อมแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ตามบริบทของสังคม ไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ เพราะการเมืองไทยนั้นแตกต่างจากการเมืองในต่างประเทศ  ซึ่งการเมืองไทยเป็นระบบการเมืองอุปถัมภ์ เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ระหว่างนักการเมืองกับประชาชนเจ้าของอำนาจ ลักษณะใกล้ชิดเหมือนกับบุคคลในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นการเมืองท้องถิ่นหรือการเมืองระดับชาติ

“ดังนั้นเมื่อเวลาเปลี่ยน กาลเวลาเปลี่ยน บริบททางสังคมเปลี่ยน ความนิยมทางการเมืองต่อผู้นำทางการเมือง หรือหัวหน้าพรรค และพรรคการเมืองต่างๆ ย่อมเกิดขี้นได้โดยฉับพลัน”

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวต่อว่าแม้วิธีการจัดทำโพล เป็นการวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง แต่ปัญหาวิธีการสุ่มตัวอย่างและจัดเก็บ ประมวลผลในยุคปัจจุบันแตกต่างจากในอดีต เพราะวิธีการจัดเก็บตัวอย่างในยุคดิจิทัล ปัจจุบันจัดเก็บตัวอย่างผ่านระบบออนไลน์ ลักษณะเป็นการชี้นำ ตั้งธงล่วงหน้า

โดยจะเห็นข้อพิรุธของนิด้าโพล ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แสดงว่า ผู้จัดเก็บตัวอย่างและบุคคลผู้ให้สัมภาษณ์ต้องเป็นบุคคลที่รู้จักกันมาก่อน ขาดความเป็นกลาง เพราะมิฉะนั้นผู้จัดเก็บตัวอย่างไม่อาจเข้าถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ของผู้สัมภาษณ์ได้ แม้ระบุขอบเขตทุกภาคของประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่างก็ตาม ผลโพลจึงมีความน่าเชื่อถือในระดับน้อย เพราะไม่ได้เกิดจากได้ข้อมูลที่แท้จริงและไม่เป็นไปตามธรรมชาติ   ส่งผลให้ผลโพลของนิด้าโพล มีระดับความน่าเชื่อถือน้อย ไม่สามารถอ้างอิงผลโพลได้

ดังจะเห็น ภาพรวมการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 4/2567” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 19-24 ธันวาคม 2567 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เมื่อเปิดเผยผลโพลสู่สาธารณะ มีลักษณะเป็นการชี้นำประชาชน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ ไม่สะท้อนความเป็นจริงในสังคมไทย เพราะคะแนนนิยมไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง หรือพรรคการเมือง อยู่ที่ปัจเจกชนเหล่านั้น จะชื่นชอบในตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองใด ซึ่งมีตัวแปรอื่นๆ ประกอบกระบวนการตัดสินใจของบุคคล

“หากพิจารณาในแง่สำนักโพล อาจต้องพึ่งพิงแหล่งทุนในการจัดทำวิจัย ย่อมต้องเอาใจนายทุน แม้สำนักโพลเหล่านั้น จะระบุชื่อสำนักโพลต่อด้วยชื่อสถาบันการศึกษาให้เกิดความน่าเชื่อถือก็ตาม”

ดร.ณัฏฐ์ กล่าวอีกว่าที่ผ่านมาตนเห็นหลายสำนักโพล ทำนายทายทักผิดพลาด และไม่ตรงต่อความเป็นจริง หน้าแหกไปตามๆกัน โดยเฉพาะความนิยมทางการเมือง จะพบปรากฏการณ์ เห็นได้จากกลุ่มแอพพลิเคชั่นไลน์ต่างๆ มีการนำข้อความสุ่มตัวอย่างมาลง แล้วชี้นำเพื่อให้สมาชิกในกลุ่ม กรอกข้อความและกดความนิยมของนักการเมืองและพรรคการเมืองที่กำหนดธงไว้ล่วงหน้า แล้วจะสะท้อนความนิยมทางการเมืองต่อผู้นำทางการเมืองและพรรคการเมืองตามความเป็นจริงได้อย่างไร

ดังนั้นผลโพลที่ปรากฏของนิด้าโพล ยังไม่สะท้อนถึงความนิยมของผู้นำทางการเมืองและพรรคการเมืองอย่างแท้จริง เพราะขาดตรรกะและวิธีวิจัยที่ถูกต้อง ยังไม่สะท้อนภาพรวมความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะวิธีการสุ่มตัวอย่างและกลุ่มบุคคล การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เฉพาะบุคคล เป็นลักษณะการนั่งเทียน แตกต่างจากอดีตที่วิธีการจัดเก็บตัวอย่างจากประชาชนภาคลงสนามด้วยการสอบถามพี่น้องประชาชนที่เกิดขึ้นได้จริง ตนให้ความรู้แก่ประชาชนอีกแง่มุมหนึ่ง อันเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ

“ดังนั้นผลโพลของนิด้าโพล ล่าสุด ยังไม่สามารถสะท้อนถึงความนิยมบุคคลที่ประชาชนจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีและไม่สะท้อนความนิยมในพรรคการเมืองนั้นได้ เป็นเพียงวิธีการชี้นำประชาชนในทางการเมืองเท่านั้น ทั้งนี้ ผลนิด้าโพลยังไม่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในทางการเมืองต่อรัฐบาลปัจจุบัน” ดร.ณัฏฐ์ ระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ซัด 'รักชนก' อภิปรายส่อเสียด ยัน 'สุชาติ' ไม่เอี่ยวค้ามนุษย์

“ดร.ณัฏฐ์” โต้ “รักชนก” ปมโพสต์ตามหารัฐมนตรี ชี้ข้อมูลเก่า-ไร้มูล ยืนยัน “สุชาติ” ไม่เกี่ยวคดีค้ามนุษย์ และไม่เคยถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด คดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ทักแล้วไม่ฟัง ยังดื้อดึงแก้ ม.112

“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมจุดชี้ขาด “คดี อดีต 44 สส.ก้าวไกล” เหตุใด เลขาธิการ สส.ทักท้วงแล้ว แต่ยังดื้อดึงเสนอ ร่าง แก้ไข ปอ.มาตรา 112 อีก

ดร.ณัฏฐ์ ชี้น้ำมันแพงเข้าข่ายเหตุเร่งด่วน ครม.สั่งแก้ได้ทันที

นักกฎหมายมหาชน ระบุปัญหาราคาน้ำมันกระทบความมั่นคงเศรษฐกิจ เข้าข่าย “จำเป็นเร่งด่วน” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 วรรคสอง ครม.มีอำนาจดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย หวั่นปล่อยช้ากระทบทั้งเศรษฐกิจและการเมือง

'ดร.ณัฏฐ์' ซัด 'ปิยบุตร' บิดเบือนคดี 44 สส. ชี้ไม่ใช่นิติสงคราม

"ดร.ณัฏฐ์" สวนหมัด "ปิยบุตร" บิดเบือนข้อเท็จจริง คดีจริยธรรม อดีต 44 สส.ก้าวไกล ไม่ใช่นิติสงคราม แต่ใช้อำนาจเกินขอบเขต-ล้มล้างการปกครอง