
‘เท้ง ณัฐพงษ์’ มั่นใจ โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ ขอ ปชช. ออกไปกาด้วยความหวัง ชี้ ต้องเลือกคนที่เป็นพ่อเมืองแห่งการเปลี่ยนแปลง น้อมรับผลโพล หลัง ‘มัลลิกา’ แซง ‘ชัยวัฒน์’
21 มิ.ย.2569 – ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจช่วงโค้งสุดท้ายในการสู้ศึกเลือกตั้งกรุงเทพมหานครของนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ว่า มั่นใจในทีมงานของพรรคประชาชนทุกคน ทั้งนายชัยวัฒน์ ทีมผู้บริหาร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 คน ซึ่งขณะนี้เหลือเวลาอีก 7 วันสุดท้าย ก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดของชาวกรุงเทพฯ ในวันนี้คือ ตนเองอยากให้ทุกคนออกไปกาเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้กทม.ดีขึ้น เรามีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ มาหลายสมัย แต่ที่ผ่านมา กทม. มีปัญหาที่ใหญ่กว่าปัญหาหน้าบ้าน นอกเหนือจากปัญหาทางเท้า ถนนไม่เรียบ น้ำไม่ระบาย ไฟไม่สว่างต่างๆ รวมถึงปัญหาค่าครองชีพ ส่วยเทศกิจ ที่ยังอยู่ สินบนใบอนุญาตที่มีอยู่
“สิ่งเหล่านี้แก้ไม่ได้ หากเราไม่มีการเมืองท้องถิ่นในสภาฯกทม. ที่เข้ามาช่วยผู้ว่าฯ อีกแรง ดังนั้น การมีพลังของ ส.ก. ที่เป็นตัวแทนของประชาชนที่แท้จริง จะมาช่วยจัดการพิจารณางบประมาณให้โปร่งใส ผ่านข้อบัญญัติที่ก้าวหน้า ตนคิดว่าจะเป็นอีกแรงสำคัญที่ทำให้เราเปลี่ยนกทม. ได้ดีกว่านี้ได้ ดังนั้น พรรคประชาชนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีทีมบริหารอย่างนายชัยวัฒน์ที่พร้อมทำงาน มี ส.ก. 50 คน 50 เขต และยังมีพลังของ สส. อีก 119 คนในการผลักดันกฎหมายระดับประเทศที่สภาด้วย” หัวหน้าพรรค ปชน. ระบุ
เมื่อถามว่า ผลโพลตอนนี้ที่นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แซงนายชัยวัฒน์ ไปแล้วนั้น จะทำให้คะแนนกลับมาได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราน้อมรับทุกข้อคิดเห็นจากผลโพล แต่ตนเองสมัยการเลือกตั้งปี 2562 ผลโพลตนเองก็อยู่ที่ 3-4 แต่ก็ชนะการเลือกตั้งมาได้ โพลที่แม่นที่สุด คือโพลในวันเลือกตั้ง ดังนั้น จากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้ง ตนเองและพรรคประชาชนมีหน้าที่ออกไปทำให้พี่น้อง กทม. เห็นความสำคัญในสนามการเลือกตั้งครั้งนี้ แล้วออกไปเลือกตั้งด้วยความหวัง ครั้งนี้เราไม่ได้เลือกแค่มาแก้ปัญหาหน้าบ้าน แต่เราเลือกพ่อเมืองที่เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ออกไปด้วยความหวังให้กทม.ดีขึ้นกว่านี้ เมื่อถามว่า หากพรรคประชาชนชนะการเลือกตั้ง นายสุรพล นิติไกรพจน์ จะยังเป็นที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ อยู่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ยังคงเป็นอยู่ในขณะนี้ ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไร
เมื่อถามว่า จะมีหมัดเด็ดอะไรในช่วงท้ายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากงาน Policy Fest ที่เรามีการเปิดงานออกไปเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการแสดงวิสัยทัศน์ พูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง การทำงานในสภาฯกทม. ที่ยกระดับมากขึ้น รวมถึงนโยบาย 100 วันจากวันนี้ถึงวันเลือกตั้ง เรามีการสื่อสารออกมาเรื่อยๆ อยู่แล้วว่าอะไรที่เป็นประโยชน์มากที่สุดของคน กทม. ฝากให้ทุกคนติดตามการสื่อสารการทำงานของพวกเรา และผู้สมัครทุกคน เพื่อให้ทุกคนออกใช้สิทธิ์วันที่ 28 มิ.ย.นี้ ได้อย่างมีพลังมากที่สุด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร. เตรียมทำความเห็นแย้ง 'อัยการสั่งไม่ฟ้อง' อดีตผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คดียาเสพติด-ฟอกเงิน
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยถึงกรณีที่มีรายข่าวจากพรรคประขาชนระบุ อัยการสั่งไม่ฟ้อง นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) ของพรรคประชาชนในคดียาเสพติดและฟอกเงิน ว่า
'เด็จพี่' สอน 'เท้ง' ทองแท้ไม่กลัวไฟ คนโปร่งใสต้องไม่กลัวความจริง
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวห
ซัดพรรคส้ม 10 ปี ไม่เคยทำประโยชน์ให้ประชาชน!
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตั้งพรรคส้มมาจะ 10 ปีแล้ว เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน "ทุก
พลิก! อัยการสั่งไม่ฟ้อง อดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน คดียาเสพติด-ฟอกเงิน
คดีอดีตผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 พรรคประชาชน มีความคืบหน้า หลังอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องข้อหายาเสพติดและฟอกเงิน แต่กระบวนการยังไม่สิ้นสุด ต้องรอ ผบ.ตร. พิจารณาว่าจะเห็นพ้องหรือแย้ง
'สนธิญา' ยื่นสอบจริยธรรม 'ไอซ์ รักชนก' ปมโพสต์จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา
'สนธิญา' ยื่น 'โสภณ' สอบจริยธรรม 'ไอซ์ รักชนก' ปมโพสต์จุ้น-เผลอเตะชามข้าวหมา ลั่นระดับประธาน กมธ. ไม่ควรทำเช่นนี้ ชี้ฟ้องหมิ่นประมาทได้ แต่ไม่ทำ ไม่อยากจองเวร
'ปชน.' ไล่บี้ 'รมว.แรงงาน' เร่งพีอาร์เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม'
'ปชน.' จี้ รมว.แรงงาน เร่งประชาสัมพันธ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. หลังยอดลงทะเบียนวูบ เผยมีเวลาถึง 15 ก.ค. นี้ หากไม่ลงทะเบียนล่วงหน้าหมดสิทธิร่วมดูแลเงิน 2.9 ล้านล้านบาท

