พรรคไทยภักดีออกแถลงการณ์ยก 4 เหตุผลค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญ

13 ก.พ.2568 – นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี ได้โพสต์แถลงการณ์พรรคไทยภักดี เรื่อง ขอคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเปิดช่องทางร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยไม่ทำประชามติ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ บนเฟซบุ๊กระบุว่า การที่พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ต่อรัฐสภา เพื่อเปิดช่องทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาทำการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยไม่ทำประชามติสอบถามความคิดเห็นของประชาชนผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 พรรคไทยภักดีขอคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วยเหตุผลดังนี้

1.บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร เป็นแนวทางการปฏิบัติที่ทุก ๆ ฝ่ายจะต้องกระทำตามอย่างเคร่งครัด การกระทำของพรรคการเมืองทั้งสองที่ไม่กระทำตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และละเมิดกฎหมายอาญาหลายมาตรา ทั้งมาตรา 116, 157 ฯลฯ

2.อำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน จึงเป็นการชอบแล้วที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ระบุไว้อย่างประจักษ์ชัดเจนว่า หากจะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จะต้องทำประชามติเพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชนก่อน การกระทำดังกล่าวของพรรคการเมืองทั้งสองจึงเป็นการไม่เคารพต่ออำนาจของประชาชน เป็นการกระทำที่ “ฉ้อโกง” ประชาชน

3.รัฐธรรมนูญ 2560 ได้รับการยกย่องในฐานะ “รัฐธรรมนูญปราบโกง” ความพยายามของพรรคการเมืองทั้งสองแสดงให้เห็นถึงเจตนาอันเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนว่า ต้องการที่จะล้มเลิกบทบัญญัติมาตรการปราบโกงในรัฐธรรมนูญ 2560 อันเป็นอุปสรรคสำคัญของพรรคการเมืองทั้งสองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นเหตุทำให้วิกฤตปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน การโกงชาติบ้านเมืองทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น บั่นทอนเสถียรภาพความมั่นคงของประเทศมากขึ้นในอนาคต

4.ภายใต้บริบทที่ประชาชนประสบปัญหาเดือดร้อนทุกข์เข็ญท่วมท้นแผ่นดินจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ข้าวยากหมากแพง ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่เงินในกระเป๋ากลับน้อยลงกว่าเดิม ธุรกิจ SME สุ่มเสี่ยงที่จะล้มละลาย ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ดิ่งลงทุก ๆ วัน ฯลฯ เป็นเวลาที่รัฐบาลและรัฐสภาควรจะร่วมมือกันสร้างสรรค์มาตรการวิธีการที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนนี้ให้กับประชาชน มิใช่เวลาที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของฝ่ายการเมืองแต่เพียงฝ่ายเดียว ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ของประชาชนร่วมอยู่ด้วยเลย “แก้เศรษฐกิจ ไม่แก้รัฐธรรมนูญ”

ด้วยจิตคารวะ
พรรคไทยภักดี
13 กุมภาพันธ์ 2568

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง

นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้

เมื่อ 'ภูมิใจไทย' ถอนชื่อ บททดสอบการแก้รธน.ระหว่าง 'หลักการประชาธิปไตย' กับ 'สมการการเมือง'

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง เมื่อพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อ : บททดสอบการแก้รัฐธรรมนูญระหว่าง "หลักการประชาธิปไตย" กับ "สมการการเมือง" มีเนื้อหาดังนี้