เขย่าปมชายแดนใต้ โยนหิน 'นิรโทษ จชต.' ปัดฝุ่น 66/23

“ทักษิณ” ไม่ปิดประตู ‘นิรโทษ จชต.’ ปัดฝุ่น 66/23 ชี้ต้องคุยหลายฝ่าย-หลายขั้นตอน จับตา ‘คณะพูดคุยสันติสุข’ ได้อดีตรอง ปธน.อินโดนีเซีย อาสาช่วย – ปัดตอบ ‘ถอนกำลังทหาร’ รอคุยอะไรจำเป็น-ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรอยู่

23 ก.พ.2568 – นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาประธานอาเซียนให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนี้ ว่า มีความตั้งใจที่อยากเห็นสันติสุขเกิดขึ้น ซึ่งจากบทบาทที่ปรึกษาประธานอาเซียน อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตนอยากเห็นความร่วมมือในพื้นที่และความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านเป็นหัวใจสำคัญ ในการคืนสันติสุขให้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ซึ่งในพื้นที่เราต้องมีการพูดคุยกันให้เข้าใจ ตนได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้นำประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย ก็ได้มีการพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนอยากเห็นประเทศไทยและอยากเห็นอาเซียนเป็นที่มีความสงบสุข ทุกคนร่วมมือกันหมด ตนมีความรู้สึกว่าเป็นการร่วมมือที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเหมือนครั้งนี้ เชื่อมั่นว่าเราน่าจะแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ดีกว่าจากความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายทักษิณ ระบุว่า ส่วนเรื่องที่จะนำไปหารือกับในประเทศอาเซียนนั้นมีเรื่องใดบ้าง นายทักษิณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่คือเรื่องของการที่บุคคล 2 สัญชาติ ซึ่งไม่ผิดอะไรเป็นการข้ามไปข้ามมา เพื่อทำมาหากิน และไปเยี่ยมเยียนกัน แต่การข้ามไปข้ามมาในเชิงของ เพื่อก่อการร้ายในประเทศได้แล้ว ไปหลบซ่อนนั้น เราได้รับการร่วมมือเป็นอย่างดี

เมื่อถามถึงเรื่องของการนิรโทษกรรม นายทักษิณ กล่าวว่า เราต้องคุยกันก่อน หากเราคุยกันจบแล้วทุกสิ่งทุกอย่างสามารถปรับได้หมดว่าเราจะทำอย่างไรถึงจะให้คนที่มีความผิดไปแล้วและสำนึกผิดได้กลับมาประเทศไทยอย่างเดิม แต่ก็ต้องมีการพูดคุยกันอยู่อีกหลายขั้นตอนอยู่

เมื่อถามต่อว่ามองอย่างไรกับการที่รัฐบาลมีการทบทวนที่จะใช้นโยบาย 66/2523 นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นแนวที่เคยใช้สมัยก่อนก็ได้ผลดี แต่วันนี้อาจจะมีการพูดคุยกันในหลายๆ ฝ่ายแล้วก็ปรับให้เป็นไปได้ทุกอย่างเป็นไปได้

เมื่อถามอีกว่าหลังจากไม่ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานมีเป้าหมายอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า 20 กว่าปีก็อยากจะกลับมาเห็นว่าความรู้สึกของคนที่นี่เป็นอย่างไรทัศนคติที่จะเห็นความปรองดองสันติสุขเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร วันนี้เท่าที่ดูแล้วมันฟูขึ้นเยอะ ยิ่งตนไปประสานงานกับต่างประเทศด้วยมั่นใจว่ามันเป็นสิ่งที่หาข้อยุติได้ และรู้สึกดีใจเหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เมื่อถามด้วยว่า พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มองว่านายทักษิณเป็นแสงสว่างสุดท้าย และต้องรออีกนานแค่ไหน นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่ต้องรอภายในปีนี้มันจะเห็นสัญลักษณ์ที่ดีขึ้นเยอะและปีหน้าน่าจะจบ

นายทักษิณ กล่าวอีกว่า การเดินทางมาครั้งนี้ตนมาใน 3 บทบาท ทั้งเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้สนับสนุนรัฐบาลเพื่อไทยที่มีลูกสาวเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเองมีความรู้สึกว่ายังทำงานไม่จบ ก็อยากจะเห็นสันติสุขใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากจะเห็นตรงนี้ให้จบ โดยการเอาประสบการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสมัยก่อนที่เคยทำไปมาแชร์กันว่าเราควรปรับอย่างไร เพราะวันนี้ทัศนคติของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เบาลงเยอะ เข้าใจขึ้นเยอะ

เมื่อถามย้ำว่าหลังจากนี้จะเห็นความชัดเจนในการตั้งคณะพูดคุยหรือการเดินหน้าต่อในการดำเนินการคืนสันติสุขให้กับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นายทักษิณ กล่าวว่า ภายในปีนี้ทุกอย่างคงเห็นได้ชัดขึ้นเพราะอดีตรองประธานาธิบดีของประเทศอินโดนีเซีย นายยูซูฟ คัลลา ก็อาสามาช่วย และมีคนอาสาเข้ามาช่วยจากหลายๆ ที่ด้วย

เมื่อถามต่อว่าส่วนตัวจะมีการเข้าพูดคุยด้วยตนเองหรือไม่นั้น นายทักษิณ กล่าวว่า แน่นอน ตนเองจะพยายามอยู่ห่างๆ และให้คำแนะนำ แต่ว่าเจ้าหน้าที่เขาก็ต้องทำงานของเขาโดยตรง

เมื่อถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าตัวเองจะเข้าไปอยู่ในคณะการพูดคุย นายทักษิณ กล่าวว่า “ไม่ครับ ผมแก่แล้ว”

ส่วนจะมีการถอนกำลังทหารออกหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งพูดไปไกล หลังจากวันนี้ที่มีการพูดคุยกันอะไรที่จำเป็นก็อยู่ต่อไป อะไรไม่จำเป็นก็ไม่ควรอยู่.



เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ ครบรอบ 36 ปี เดินหน้าส่งต่อโอกาส สานต่อภารกิจเพื่อสังคม มอบเงิน 190,000 บาท สมทบทุนสภากาชาดไทย ยกระดับการฟื้นฟูสุขภาพผู้สูงวัย

กรุงเทพฯ –17 กันยายน 2569 — สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ฉลองครบรอบ   36 ปีแห่งการก่อตั้ง

เปิดมิติใหม่การศึกษา 5 จังหวัดชายแดนใต้ ดัน Active Learning พัฒนาครู–ยกระดับผู้เรียนอย่างยั่งยืน

การศึกษาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังก้าวสู่การพัฒนาอีกมิติหนึ่ง เมื่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ร่วมผลักดันการเรียนรู้แบบ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ลงสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3 ปี

ยุทธวิธี ดับไฟใต้ เตรียมรับมือกลุ่มสุดโต่ง

จากสถานการณ์การก่อเหตุความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส เมื่อช่วงวันที่ 22-23 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการก่อเหตุกันหลายสิบจุด ทำให้สถานการณ์ไฟใต้กลับมาปะทุอีกครั้ง

'บิ๊กปู' สั่งขันน็อตการข่าว โฆษกปัดล้มเหลว ชี้ไม่ได้เกิดในพื้นที่เพ่งเล็ง

'ผบ.ทบ.' สั่งปรับปรุงงานด้านการข่าว หลังป่วนใต้หนัก ด้านโฆษกยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว แค่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เหตุไม่ได้ก่อเหตุในพื้นที่ชุมชุน-เพ่งเล็ง เผยทุกเหตุการณ์ส่วนใหญ่เกี่ยวข้อง BRN

กอ.รมน.ภาค 4 สน. เตือนประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง หลังเกิดเหตุรุนแรงหลายจุด

กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มความระมัดระวัง หลังเกิดเหตุรุนแรงหลายจุดช่วงค่ำวันที่ 22 ส.ค. เจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ พร้อมขอให้หลีกเลี่ยงจุดเกิดเหตุ หากพบสิ่

'อนุทิน' เผยเจอ 'ทักษิณ' พูดคุยเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ชี้เป็นมิตรหรือศัตรู ต้องมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ