'พิสิษฐ์' ยันตั้งกรรมาธิการเลือกองค์กรอิสระ ไม่มีล็อกสเปก

“พิสิษฐ์” ตั้งกรรมาธิการเลือกองค์กรอิสระ ไม่มีล็อกสเปก ให้อำนาจประธานเป็นคนเลือก ก่อนเสนอ กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภาเลือกแบบลับ ยันสว.มีอำนาจเต็มเดินหน้าเลือกกรรมการองค์กรอิสระ 

24 มี.ค.2568 –  นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงข่าวชี้แจงกรณีการทำหน้าที่ในการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการล็อกสเปก ว่า สมาชิกวุฒิสภาได้รับการรับรองมาอย่างถูกต้องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง 100% ดังนั้นมีอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญเต็มร้อย จึงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ตามกฎหมาย ส่วนประเด็นที่มาที่ระบุว่ามีการล็อกสเปก ต้องให้ได้ 15 คนซ้ำกันไปมานั้น

นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ขอชี้แจงโดยใช้ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา 2562 ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งได้มีการชี้แจงในที่ประชุมสภาไปแล้ว แต่อาจจะมีสมาชิกบางส่วนอาจไม่เข้าใจ ว่าการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2567 ได้มีมติกำหนดแนวทางการตั้งกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ โดยมีขั้นตอนคือ 1. คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภา มีมติเห็นควรให้คณะกรรมาธิการวิสามัญประจำวุฒิสภาทุกคณะหรือ 21 คณะ ดังนั้นจึงมีประธานกรรมาธิการ 21 คณะ โดยให้ประธานกรรมาธิการ 21 คณะ ในฐานะที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งกรรมาธิการในกรรมาธิการวิสามัญด้วย เป็นผู้มีอำนาจเสนอรายชื่อผู้แทนของกรรมาธิการสามัญวุฒิสภาเพื่อตั้งเป็นองค์คณะเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือพูดง่ายๆคือ ให้ประธานกรรมาธิการทั้ง 21 คณะ มีอำนาจที่จะแต่งตั้งใครก็ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเลือกอยู่แต่ละคณะ มีอำนาจที่จะตั้งใครก็ได้ในกรรมาธิการ

“ขั้นตอนต่อมาเมื่อวันที่มีการประชุมคณะกรรมการกิจการสภา ก็จะมีการเลือกตั้งโดยเลือกแบบลับ กรรมาธิการกิจการสภาทั้ง 21 คน โดยกรรมการกิจการสภา 21 คน และกรรมการวิสามัญอีก 11 คน แบ่งการเลือกออกเป็น 2 ชุด ชุดละไม่เกิน 15 คน โดย 11 คนแรก จะถูกคัดเลือกออกมา 3 คน ส่วนที่เหลือ จาก 21 คนจะถูกคัดเลือกอีก 12 คน โดยให้คณะกรรมาธิการทั้งหมดเป็นผู้เลือก ยืนยันว่าไม่มีการล็อคกัน เลือกตั้งโดยสุจริต” นายพิสิษฐ์ ระบุ

นายพิสิษฐ์ ระบุว่า ส่วนที่สมาชิกมีการอภิปรายว่า ครั้งที่ผ่านมาในการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระต่างๆมีครั้งแรกที่เป็นครั้งเดียวซึ่งทำตามข้อบังคับข้อที่ 105 โดยเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาในการเสนอชื่อ ส่วนที่เหลือไม่ว่าจะเป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป.ป.ช. จะใช้วิธีให้มีการเลือกผู้แทนจากกรรมาธิการสามัญวุฒิสภาจาก 21 คณะ โดยประธานกรรมาธิการเป็นคนเลือก 1คน และเมื่อเข้าสู่คณะกรรมการกิจการสภา ก็จะเป็นการโหวตเลือกที่คณะกรรมการไม่ได้โหวตเลือกตัวบุคคล ซึ่ง 6 ครั้งที่ผ่านมาก็เป็นขั้นตอนตามที่กล่าวมา จึงขอชี้แจงว่าไม่มีการล็อค แต่ใช้วิธีการโหวตเลือกแบบลับ และเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา

เมื่อถามว่า คณะกรรมการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค มีการเสนอชื่อทุกครั้ง แต่ไม่ได้รับการเลือก นายพิสิษฐ์ ยอมรับว่ามีการเสนอทุกครั้งแต่การเลือกจะให้คณะกรรมาธิการกิจการวุฒิสภาเป็นผู้เลือก ซึ่งการโหวตจะได้หรือไม่ได้ ตนเองไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นการโหวตแบบลับ ทุกคนมีสิทธิเสนอหมด ซึ่งการเลือกให้สิทธิประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะเป็นผู้มีสิทธิเสนอชื่อ ดังนั้นจะเสนอใครก็ได้ ส่วนนางอังคณา นีละไพจิตร จะเสนอชื่อใครก็ได้โดยที่ไม่ต้องมีการโหวตในคณะกรรมมาธิการ แต่เลือกมาแล้วมาเสนอในคณะกรรมการกิจการสภา ขั้นตอนการเลือกก็จะเลือกที่ตัวคณะกรรมาธิการเป็นหลักไม่ได้เลือกที่รายชื่อ ยกเว้นขั้นตอนการเลือกสมาชิกกิจการวุฒิสภาถึงจะเลือกรายชื่อ

เมื่อถามอีกว่าคุณสมบัติของสว.ก็ยังมีการตรวจสอบโดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็มีการสอบสวนคดีฮั้วสว. แต่ยังมีการเดินหน้าตั้งกรรมาธิการเลือกกรรมการองค์กรอิสระ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า โดยรัฐธรรมนูญ สว.ได้รับการรับรองจากกกต.อย่างถูกต้อง ดังนั้นอำนาจหน้าที่จึงมี ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาหลายคนก็ระบุว่าให้ชะลอไว้ก่อน จึงขอถามกลับว่าเรามีอำนาจอะไรในการชะลอ ชะลอไปแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเราอาจจะผิดมาตรา 157 ด้วยซ้ำไป ฐานเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทั้งที่เป็นหน้าที่ ตนเองจึงมองว่าสว.มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทุกประการ ดังนั้นเมื่อมีอำนาจหน้าที่แล้วก็ต้องทำ ซึ่งมาตรา 82 วรรคสอง ต่อให้ในอนาคตพวกเราอาจจะถูกตัดสิทธิ แต่การทำหน้าที่ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

“สมาชิกวุฒิสภาเรามาเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสำคัญ อะไรที่มันขัดแย้งผมมองว่าความเห็นมันมีสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม อันนี้ผมก็โหวตไม่ชอบอยู่แล้วครับ ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของสมาชิกวุฒิสภา ” นายพิสิษฐ์ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประธานศาลรธน. เผยปัญหาเลือกตั้งมีทั่วโลก ต้องให้องค์กรวินิจฉัย เวทีสากลคอยจับตา

ประธานศาลรัฐธรรมนูญยันทำหน้าที่ภายใต้ รธน.-หลักนิติธรรม ฟังความรอบด้าน รับเป็นปกติในการพิจารณาคดีมีความกดดันจากสังคม ต้องทำความเข้าใจทุกฝ่าย เปรียบศาลไม่ได้อยู่ในบ้านป่าเมืองเถื่อน หากมีคำวินิจฉัย สังคม-ทั่วโลก จับตา เผยทั่วโลกมีปัญหาการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ไทย

'จตุพร' เตือน พ่อค้าน้ำมันร่ำรวยกับชาวบ้านทุกข์ระทมอยู่ร่วมกันยาก เมื่อ 'อนุทิน' เอาไม่อยู่

'จตุพร' ประหลาดใจ น้ำมันขึ้นราคา 6 บาทต่อลิตรแล้วกลับมีเหลือเฟือ พ่อค้าฟาดกำไรสองขยัก ปชช.เดือดร้อนหนัก ยังทนกันได้หรือไม่ เชื่อวิกฤตลากยาว 2 เดือน ฟัดกระหน่ำใส่ รบ.เปราะบาง ส่อซ้ำเติมอารมณ์บาดหมางระอุ พ่อค้าร่ำรวยกับชาวบ้านทุกข์ระทมอยู่ร่วมกันยาก เมื่อ 'อนุทิน' เอาไม่อยู่

'เจ๊นันทนา' ยกธงขาว! บอกไม่มีอำนาจร้องเอาผิด กกต.

'สว.นันทนา' ประกาศยุติยื่นร้องเอาผิด กกต.ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด เหตุกฎหมายไม่เปิดช่อง พร้อมส่งเรื่องคืน 'ทนายอั๋น' รวบรวมชื่อ ปชช.ร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ-ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอโทษ ปชช.ทำได้แค่ส่งเสียง