'จาตุรนต์' ชี้ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สะท้อนรัฐแก้ปัญหาไม่ตก ทั้งที่ทุ่มทรัพยากรมหาศาล ลั่น แนะตั้งทีมเจรจา-ปชช. มีส่วนร่วม เผย กมธ.ดับไฟใต้ เตรียมเสนอข้อสังเกตแก้ปัญหาต่อรัฐบาล
07 พ.ค.2568 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาฯ กล่าวถึงความคืบหน้าของ กมธ. ว่า ขณะนี้เป็นช่วงสุดท้ายที่จะต้องทำรายงานให้เสร็จ มีการร่างเนื้อหาสาระของรายงานที่ กมธ.ไปศึกษาที่ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และกำลังจะจัดทำข้อเสนอและข้อสังเกตที่ต้องเสนอต่อสภาฯ เพื่อให้ส่งไปยังรัฐบาล ทั้งนี้ ทาง กมธ.จะไม่เสนอเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่ กมธ.ได้พูดคุยกันว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์เป็นที่สนใจของประชาชน เราควรนำมาเป็นปัจจัยประกอบในการเสนอข้อสังเกต และเสนอทางออกในการแก้ปัญหาเกิดขึ้นให้จริง ไม่ใช่ทำไปแล้วยืดเยื้อ เรื้อรังไปเรื่อยอย่างที่ผ่านมา
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขณะนี้มองว่าเกิดจากอะไรนั้น ทาง กมธ.เราศึกษาเรื่องเหล่านี้มากนานพอสมควรเพื่อจัดทำข้อเสนอในภาพรวมและหวังผลในการแก้ปัญหาระยะยาว จึงไม่ได้มีการพูดถึงเหตุการณ์เฉพาะที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง นอกจากจะเห็นประเด็นที่จะแนะนำรัฐบาลก็จะเสนอไป แต่ในกรณีที่เกิดขึ้น กมธ.ไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้เนื่องจากเรากำลังจัดทำความเห็นในภาพรวม แต่ถ้าถามว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาอย่างไร เพราะอะไร เราจะพบว่ากรณีดังกล่าวเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปี ซึ่งมีแนวโน้มที่มีความรุนแรง ความไม่สงบเพิ่มมากขึ้น
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่เพึ่งเกิดเป็นกรณีที่คล้ายกับกลายเหตุการณ์ คือไม่สามารถพิสูจน์หรือจับตัวคนร้ายได้ ทำให้ไม่ทราบชัดเจนว่าเกิดจากการกระทำของใครต้องการอะไร แต่ความรุนแรงครั้งหลังๆนี้มีลักษณะพิเศษโดยเป็นการกระทำแบบไม่จำกัดเป้าหมาย หรือมุ่งไปที่ประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับความขัดแย้งเลย ซึ่งเลยไปถึงคนชราและเด็กเป็นต้น และเป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องให้ความสนใจพิเศษว่าเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้น คนที่ทำเป็นใคร ต้องการอะไร แต่การเกิดความรุนแรงแบบนี้ ตนคิดว่าสังคมไทยและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ต้องช่วยกันชี้ให้เห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและเลวร้าย ซึ่งไม่จำกัดว่าเป็นการใช้ความรุนแรงแก่เด็กและคนชราเท่านั้น แต่เป็นการใช้ความรุนแรงต่อใครก็ตามเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและสมควรประณาม
“ความรุนแรงที่เกิดขึ้นหลังมานี้ สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ใน 20 ปีมานี้ เรายังแก้ปัญหาไม่ตก และการแก้ปัญหาไม่สำเร็จนี้ ไม่ได้แสดงออกทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจากที่กมธ.ศึกษามา การแก้ปัญหาไม่ตกยังแสดงออกในหลายด้านคือกว่า 20 ปีมานี้เราทุ่มเททรัพยากรมหาศาลลงไปในพื้นที่ ประมาณ 4-5 แสนล้านบาท แต่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็นพื้นที่ที่เศรษฐกิจเติบโตช้าที่สุด กระบวนการยุติธรรมก็อ่อนแอ และหลายกรณีที่เกิดขึ้นไม่สามารถพิสูจน์ด้วยกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ จนทำให้ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์กับใครหรือฝ่ายไหน เราไม่มีระบบที่ทำให้สามารถเกิดความเชื่อถือว่าเป็นการกระทำของใคร ใครเป็นผู้กระทำผิด ทำให้อยู่กันด้วยความไม่ไว้วางใจ ไม่เชื่อใจ นำไปสู่การแก้แค้น ตอบโต้กันไปมา สถานการณ์แบบนี้มีลักษณพิเศษคือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคิดว่ามาถึงขั้นนี้สิ่งที่เราต้องดูคือเมื่อ 20 ปี มีการพยายามไปแก้ปัญหา ใช้กฎหมายความมั่นคงพิเศษถึง 3 ฉบับ รวมทั้งกฎอัยการศึก มีองค์กรระดับประเทศถึง 3 องค์กร ทั้ง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งมีนายกฯเป็นประธาน และกำหนดนโยบายด้านต่างๆให้แก่จังหวัดชายแดนภาคใต้” นายจาตุรนต์ กล่าว
นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ใน 8 ปีมานี้ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบาย โดยเฉพาะคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระงับการทำหน้าที่ของสภาที่ปรึกษา แม้ขณะนี้จะยกเลิกคำสั่งนี้แล้ว แต่สภาที่ปรึกษาใหม่ก็เพิ่งตั้งขึ้น ดังนั้น ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจมากขึ้น ลดความหวาดกลัวคือการเพิ่มประสิทธิภาพเพิ่มมาตรการคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินประชาชน เพราะที่ผ่านมายังไม่เข้มแข็ง
เมื่อถามว่าฝ่ายตรงข้ามเจาะกลุ่มเป้าหมายเด็กและคนชรา มองว่ารัฐบาลไม่ชัดเจนเรื่องการเจรจาใช่หรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การพูดคุยกับผู้เห็นต่างในทางลับมีมาตลอด ซึ่งการพูดคุยอย่างเป็นทางการระหว่างรัฐบาลกับผู้เห็นต่าง เกิดขึ้นในปี 56 ต่อเนื่องมา และยังคงอยู่ไม่ใช่ยกเลิก เพียงแต่การตั้งคณะพูดคุยตั้งโดยนายกฯ เมื่อเปลี่ยนนายกฯ ก็ต้องเปลี่ยนคณะพูดคุย ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงที่ยังไม่ตั้งคณะพูดคุย ส่วนการตั้งหรือไม่ตั้งเพราะสาเหตุอะไร กมธ.คงไม่ก้าวล่วงแต่อาจจะมี้หตุผลหรือกลยุทธ์ทางเทคนิคของฝ่ายบริหาร แต่โดยหลักแล้วการพูดคุยเป็นประโยชน์ เปิดโอกาสให้กับผู้ที่ขัดแย้งกับรัฐได้หาทางออกโดยสันติวิธี แต่จะมีผลแค่ไหนหรือแก้ปัญหาได้หรืแไม่จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะจากที่ดูการพูดคุยยังมีการจำกัดไม่ครอบคลุมถึงประชาชนจำนวนมากจึงไม่นำไปสู่ข้อสรุปในการแก้ปัญหา ฉะนั้น เราต้องช่วยกันหาทางแก้โดยทบทวนการใช้ยุทธศาสตร์ การใช้งบประมาณ และการบังคับใช้กฎหมาย
นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า การจะสรุปกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าไม่พูดคุย ก็สรุปง่ายเกินไป เพราะปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ซับซ้อนและสะสมมาหลายปี จะบอกว่าถ้าพูดคุยแล้วแก้ปัญหาทั้งหมดได้ บางคนก็จะบอกว่าอย่างนี้เอาประชาชนมาเป็นตัวประกันก็จะกลายเป็นบังคับรัฐบาลได้หมดจะเกิดปัญหา ฉะนั้น ในสถานการณ์เฉพาะหน้านี้การตั้งคณะพูดคุยควรจะเกิดขึ้นและเดินหน้าต่อไป รวมทั้งให้ประชาชนเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาลได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“วันวิชิต” ชี้รัฐบาลมาถูกทาง คุมปืนคือจังหวะสำคัญเปลี่ยนสังคมไทย ชี้ รัฐบาล กำลัง ลดคุณค่าของปืน ให้กลายเป็นสิ่งกึ่งผิดกฎหมาย พร้อม ขอคนไทยก้าวข้ามดราม่านายกฯ ปม “ยิงปืนในบ้านผิดหรือไม่”
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศเดินหน้าควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศไทยควรใช้ในการจัดระเบียบเรื่องอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งจนสังคมเริ่มตระหนักร่วมกันว่า
'จุลพันธ์' ยันรัฐบาลไม่มีแนวคิดให้ประชาชนร่วมจ่ายบัตรทอง
กลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อคัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขโครงสร้างโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่หรือโครงการบัตรทอง โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนรับมอบ
‘ปลัดคลัง’แจงยังไม่มีนัดประชุมกลั่นกรองใช้เงินกู้
‘ปลัดคลัง’ แจงยังไม่มีนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ ระบุทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดโครงการ ชี้โครงการหนุนใช้รถ EV ของสรรพสามิตได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเก็บตกรายละเอียดก่อนชงคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา พร้อมยืนยันภายใน ก.ย. 69 ต้องได้ข้อสรุปทุกโครงการ
นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง
นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ

