'กมธ.ป.ป.ช.' ลุยหาความคืบหน้า 2 งานร้อน 'ตึกสตง.ถล่ม- ฮั้วสว.'

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. ลุยสอบ 2 ประเด็นร้อน ตึกสตง.ถล่ม  เชิญ “กรมบัญชีกลาง” ให้ข้อมูล  หลังคำตอบ “ผู้ว่าการฯ-ผู้บริหาร” พร้อมเรียก “ผู้ร้อง-กกต.” คลี่ปม “ฮั้วเลือก สว.”

11 พ.ค.2568 – นายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า แม้จะยังเป็นช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภา แต่ กมธ.ป.ป.ช.ก็ยังทำงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจสอบแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีที่สังคมกำลังให้ความสนใจ โดยในการประชุมวันพุธที่ 14 พ.ค.68 นี้ มีวาระการติดตามตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ย่านจตุจักร กทม. มูลค่างบประมาณมากกว่า 2.1 พันล้านบาท ที่เกิดโศกนาฏกรรมถล่มลงจนมีผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายนับร้อยคน ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมา กมธ.ป.ป.ช.ได้เชิญผู้ว่าการ สตง. และผู้บริหาร สตง. มาให้ข้อมูลไปแล้ว แต่ยังคงมีประเด็นที่ กมธ.ป.ป.ช.ยังคงติดใจ และยังไม่ได้คำตอบจาก สตง. อาทิ กระบวนการเลือกบริษัทรับเหมา, การออกแบบอาคารที่มีข้อสังเกตว่า พยายามเลี่ยงข้อกำหนดในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 และระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง, การตั้งงบประมาณสำหรับอุปกรณ์ เครื่องใช้สำนักงาน รวมถึงพื้นที่สันทนาการ ที่ไม่คำนึงถึงความคุ้มค่า และความจำเป็น ทั้งที่เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐอื่นๆ ตลอดจนความรับผิดชอบของวิศวกรควบคุมงานและผู้บริหารโครงการ

“การประชุมสัปดาห์นี้ วันที่ 14 พ.ค.ได้เชิญ กรมบัญชีกลาง มาร่วมทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบผู้ตรวจสอบมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและการเบิกจ่ายงบประมาณ เพื่อตรวจสอบ สตง. ซึ่งเป็นองค์กรตรวจสอบสูงสุดของประเทศ ในส่วนของผู้ว่าการ หรือผู้บริหาร สตง.คงต้องเชิญมาให้ข้อมูลต่อ กมธ.ป.ป.ช.อีกอย่างแน่นอน โดยยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องการเมือง หรือตามกระแสสังคม แต่เป็นการแสวงหาความจริง เพื่อคืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน” นายฉลาด ระบุ

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. เปิดเผยด้วยว่า ส่วนการประชุมวันพฤหัสบดีที่ 15 พ.ค.68 จะมีวาระการพิจารณาตรวจสอบการเลือก สว. ปี 2567 ที่ส่อไปในทางทุจริต หรือกรณีฮั้วเลือก สว. ที่แม้ขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายเรียกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดแรก ให้มาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากับคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ที่ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว แต่ในชั้น กมธ.ป.ป.ช.ซึ่งได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความผิดปกติการเลือก สว. ปี 2567 เข้ามา ก็จะเดินหน้าตรวจสอบต่อ

นายฉลาด ระบุว่า โดยได้เชิญผู้ร้องในพื้นที่จังหวัดต่างๆ อาทิ จ.อำนาจเจริญ รวมไปถึง กกต. มาให้ข้อมูล เพื่อดูว่ากระบวนการขั้นตอนต่างๆ ตามกฎหมายมีช่องโหว่อย่างไร จึงถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางทุจริต เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขปิดช่องว่างเหล่านั้น เพราะสร้างความเสื่อมเสียโดยตรงต่อฝ่ายนิติบัญญัติ และประชาธิปไตย ทั้งในแง่ภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือ ยิ่งหากข้อสันนิษฐานที่ว่า มีความพยายามยึดวุฒิสภา โดยส่งคนของตัวเองเข้ามาเป็น สว. จำนวนมาก ใช้เป็นเครื่องมือต่อรองอำนาจผลประโยชน์ทางการเมือง ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และปล่อยให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้เด็ดขาด

“ในส่วนของ ดีเอสไอ เป็นการดำเนินคดีนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ขณะที่ในชั้น กมธ.ป.ป.ช.จะเป็นการตรวจสอบกระบวนการต่างๆในการเลือก สว. มีข้อบกพร่อง หรือช่องโหว่หรือไม่อย่างไร ถึงมีคนบงการ และทำกันเป็นขบวนการเข้ามายึดวุฒิสภา เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายเช่นนี้” นายฉลาด กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการชี้จุดหักเห 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้่ำเงิน' ที่กลืนกินระบบการตรวจสอบ

'อ.ลอย' ชี้จุดหักเหสำคัญทำไม 'กลุ่มอนุรักษ์นิยม' ไม่เอา 'ระบอบสีน้ำเงิน' มองว่าไม่ใช่ 'โล่ป้องกันภัย' อีกต่อไป แต่กลับเป็น 'สารพิษทางการเมือง' ใช้อำนาจผ่านการฮั้วสว.โกงสอบท้องถิ่น กลืนกินระบบการตรวจสอบ ภาพทางการเมืองจะเปลี่ยนจาก 'การสู้ระหว่างขั้วซ้าย-ขวา' ไปสู่ 'การต่อสู้ระหว่างฝ่ายปฏิรูปคุณธรรม กับ ฝ่ายทุนการเมืองกลุ่มอิทธิพล'

แคมเปญ 'สว.ประชาชน' ของ 'ธนาธร' อั้วสว.หรือไม่ 'เอ็ดดี้' นักวิชาการอิสระมีคำตอบ

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เรื่อง แคมเปญ 'สว. ประชาชน' ของธนาธร อั้ว สว.หรือไม่?

'ทนายบอน' มองคดีฮั้วส.ว. 'โพย' อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหลักฐานโยงนักการเมือง-ซื้อเสียง

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือทนายบอน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "คดีฮั้ว ส.ว." ชื่อเล่นข

'โอฬาร' ชี้ กกต.ไม่ใช่ 'บุรุษไปรษณีย์' ต้องกลั่นกรองหลักฐานก่อนส่งศาล คดี สว.ใช้กระแสตัดสินไม

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง