'สว.สำรอง' บุก กกต. ทวงร้องจี้ 'แสวง บุญมี' ยุติปฏิบัติหน้าที่ หลังฮั้วสว.ไม่คืบ ด้าน 'มนัส' ซัดแหลกแจ้งโพยฮั้วตั้งแต่ มิ.ย.2567 แต่เงียบ แฉเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเอี่ยววงฮั้วตั้งแต่อำเภอ
21 พ.ค.2568 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คณะสว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เข้าทวงถามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนขอให้กกต.มีคำสั่งให้นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ยุติการปฏิบัติหน้าที่ โดย พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ยื่นคำร้องต่อกกต. ขอให้นายแสวงยุติการปฏิบัติหน้าที่ และได้ทวงถามความคืบหน้ามาหลายครั้ง และ กกต.ก็ได้มีมติออกมาว่านายแสวง ไม่ได้กระทำความผิด ขณะที่ทางกลุ่มได้ทำจดหมายเปิดผนึกต่อ กกต.จำนวน 10 ฉบับ เพื่อให้ทบทวนมติกกต.แต่จนบัดนี้ ประธานกกต.ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ดังนั้นวันนี้จึงจะส่งจดหมายเพิ่มอีก 1 ฉบับ ให้กับประธานกกต. และคณะกรรมการกกต.5 คน ได้ทบทวนและดำเนินการ เนื่องจากข้อกล่าวหาพ.ต.อ.มนัส ที่ได้กล่าวหามาทั้งหมดมีมูลเพียงพอ ดังนั้นผู้บังคับบัญชาก็จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบ และพักงานทำอะไรสักอย่างนายแสวง โดยขอให้ประธานกกต.หยิบยกเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาเพื่อตอบกับสังคมให้ชัดเจนว่าไม่ได้ช่วยเหลือกัน เนื่องจากเห็นว่าพฤติกรรมของนายแสวง มีความชัดเจนแล้ว ซึ่งการสอบฮั้วสว. ไม่มีความคืบหน้าเป็นเพราะนายแสวง และล่าสุดมีคณะทำงานร่วมของกกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำท่าว่าจะเป็นไปด้วยดี แต่ก็มีสัญญาณบางอย่างที่อาจจะทำให้กระบวนการติดขัด ดังนั้นนายแสวง ไปนั่งข้างๆห้องน่าจะดีที่สุด
ส่วนกรณีที่กระทรวงมหาดไทยออกหนังสือแนะนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 2 ฉบับ เกี่ยวกับการให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ ในการสอบสวนกระบวนการฮั้วเลือกสว. ซึ่งเห็นว่าเนื้อหาในหนังสือดังกล่าวเป็นไปในลักษณะหลบเลี่ยง หลีกเลี่ยง อิดออด ที่จะให้ความร่วมมือในหลายประการ ทางกลุ่มจึงมีหนังสือส่งให้กกต. เพื่อขอให้คณะกรรมการใช้อำนาจตามกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการสืบสวนไต่สวน กกต.สามารถสั่งให้หน่วยงานทุกหน่วยต้องสนับสนุนภารกิจของกกต. ดังนั้นกระทรวงมหาดไทยอาจจะลืมไปว่ามีหน้าที่ให้ความร่วมมือเฉพาะดีเอสไอ จึงขอให้กกต.ใช้อำนาจทำหนังสือหรือขอความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าสาเหตุที่กระทรวงมหาดไทยอิดออดในเรื่องนี้ เป็นเพราะในการเลือกสว.ระดับอำเภอ กกต.ได้ตั้งเจ้าหน้าที่กรมการปกครองเป็นกกต. ท้องถิ่น และอำเภอ ตอนกระบวนการรับผิดชอบในขั้นตอนกระบวนการรับสมัคร การบริหารจัดการเลือก สว. รวมทั้งการรายงานผล ซึ่งในช่วงที่มีการเปิดรับสมัครนั้นพบว่าในหลายพื้นที่ เจ้าหน้าที่กกต.ในระดับอำเภอ ได้รายงานจำนวนผู้สมัครในแต่ละวันไปยังผู้ที่มีหน้าที่บริหารจัดการเรื่องฮั้ว หาคน เกณฑ์คนมาสมัคร เพื่อให้ครอบคลุมในกลุ่มต่างๆ จึงทำให้กระบวนการฮั้วทำได้ดีเพราะมีคนส่งข้อมูล
นอกจากนี้การตรวจสอบคุณสมบัติในระดับอำเภอ ก็มีการตรวจสอบที่หละหลวม จึงมองว่าเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอเข้าไปมีส่วนร่วมกับกระบวนการ จึงเป็นที่มาของ จ.อำนาจเจริญ ที่ทำหนังสือหารือถึงความร่วมมือกับดีเอสไอ ซึ่งอาจจะกังวลหรือหวั่นเกรง จึงได้เห็นหนังสือแนะนำออกมาอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว พร้อมกันนี้ก็ขอให้กกต.ใช้กรณีความปรากฏดำเนินการเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอ ตรวจสอบกรณีอาจเข้าไปมีส่วนร่วมหรือพัวพันที่ก่อให้เกิดการทุจริตหรือปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฎหมายการเลือกสว.ตั้งแต่ระดับอำเภอ
ด้านพ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวตอบโต้การชี้แจงของสำนักงานกกต.กรณีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รายงานว่าจะมีการฮั้วเลือกสว.หลังวันเลือกสว.ระดับประเทศไปแล้วว่า สิ่งที่กกต.ชี้แจงไม่เป็นความจริง ตนไม่ได้กล่าวหาผู้สมัครสว.แม้แต่คนเดียว เพียงแต่เบาะแสไปแจ้งต่อนายแสวง ซึ่งเป็นเลขาธิการกกต. และเป็นผอ.การเลือกระดับประเทศได้รับทราบเบาะแส ว่ามีคนนำโพยฮั้ว โพยจัดตั้งเข้าไปในสถานที่เลือกโดยเขียนไว้ในหนังสือสว. 3 ขอให้ยึดหนังสือสว.3 เพื่อให้การเลือกเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และไม่เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ซึ่งหลังได้รับคำร้องก็แจ้งต่อนายแสวง ทันทีก่อนที่กระบวนการเลือกสว.จะเริ่มขึ้น เพื่อให้แจ้งต่อคณะกรรมการดำเนินการ แต่นายแสวง กลับไม่ดำเนินการใดๆ ตามขั้นตอนของกฎหมายทั้งที่มีเหตุอันควรสงสัยแล้ว ซึ่งตนไม่ได้ขอเปิดดูหนังสือสว.3ของผู้สมัคร ถ้านายแสวง แจ้งให้กับกกต.รับทราบและดำเนินการ กระบวนการฮั้วสว.ในวันนี้ก็ไม่เกิดขึ้น ในเมื่อนายแสวง เป็นเลขาฯกกต.คุมกระบวนการสืบสวนไต่สวน ถือเป็นตัวหลักและเป็นคนที่เปิดประตูที่จะให้การเลือกสุจริตหรือไม่ในวันดังกล่าว
"ผมยังเชื่อมั่นการทำหน้าที่ของกกต.ที่ทำเพื่อประเทศชาติ แต่เมื่อเจอกกต.มีพฤติกรรมช่วยเหลือพวกเดียวกัน ไม่ตั้งกรรมการสืบสวน ไม่ดำเนินการทางวินัย แถมยังให้ลูกน้องมาสอบลูกพี่อีก และผมได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินด้วย เมื่อเดือนต.ค.ปี 2567 จนถึงวันนี้ตนก็ได้ดำเนินการทวงถามความคืบหน้าในครั้งที่ 4 ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ องค์กรอิสระช่วยเหลือกันหรือไม่ " พ.ต.อ.มนัส กล่าว
พ.ต.อ.มนัส ได้นำภาพถ่ายคู่กับนายแสวง มาโชว์ต่อสื่อมวลชน โดยกล่าวว่า ภาพใบนี้เป็นการยืนยันว่าตนได้แจ้งเบาะแสให้นายแสวงรับทราบในวันที่ 26 มิ.ย.เวลา 08.29น.แล้วหากตนพูดไม่เป็นความจริงก็ขอให้นายแสวง บอกว่าสิ่งที่ตนรายงานไว้ในแบบรายงานแบบผู้ตรวจการเลือกตั้ง ไม่เป็นความจริง ก็ขอให้ดำเนินคดีกับตน และขอให้นายแสวง ออกมาเปิดเผยความจริงแบบรายงานผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่ได้รายงานไว้เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2567 ขอให้ออกมาชี้แจงสิ่งที่ตนรายงานไว้ในใบผู้ตรวจการเลือกตั้งเป็นความจริงหรือไม่ หากไม่เจอก็ขอให้ดำเนินคดีกับตน
ขณะที่นายพิศุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ศิลปินนักร้อง ในฐานสว.สำรอง ร้องเพลงขอบคุณเพื่อส่งสัญญาณเป็นเชิงสัญลักษณ์ว่าดีเอสไอ เป็นหน่วยงานเดียวที่จะทำให้ได้ความยุติธรรม ร้องว่า "ดีเอสไอช่วยด้วย ดีเอสไอช่วยที ช่วยทำความจริงให้ปรากฎ"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘คำรบ’ ชี้ 'แก๊งลูกเทพ' มีเอี่ยวฮั้วสว. เผยผู้ร่วมขบวนการมากกว่า 2 หมื่นคน
แกนนำกลุ่มสว.สำรองชี้เป้า”แก๊งลูกเทพ”มีเอี่ยวฮั้วสว. ลั่นหลักฐานแน่น ผู้ร่วมขบวนการเรือนหมื่น ยอมรับกลุ่มรมต.อาจรอด เพราะคดีอาญา หลักฐานต้องชัดสิ้นข้อสงสัย เตือนกกต.หากไม่ส่งศาลฎีกาสอย 138 สว.โดนร้องเอาผิดติดคุก!
สว.สำรองขู่ กกต.ขยายเวลาชี้ขาดคดีฮั้วเจอคุก!
กลุ่ม สว.สำรอง ดักคอ กกต.ขยายชี้ขาดคดีฮั้ว หากทำมันคือการโกหกประชาชน เตือนหากเล่นตุกติก ถูกร้องเอาผิด ติดคุกห้าปี ชี้เข้ายุคตกต่ำสุดขีดในความเชื่อมั่นของสังคม
อดีตผู้พิพากษาจับไต๋พีอาร์ กกต.บอกเป็นเพียง 'ผู้พิจารณาสำนวน'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุใสในศาลฎีกา
'รุทธพล' โวจับ 2 ตัวละครสำคัญคดี Forex ครบแล้ว
'รุทธพล' เผยรวบผู้ต้องหาตามหมายจับคดี Forex ครบแล้ว 2 ราย ชี้เป็นตัวละครสำคัญ เชื่อ 'ภาวุธ' ไม่หนี แจง เรียกสอบปากในช่วงปิดสมัยประชุมสภา เหตุดีเอสไอต้องทำให้เสร็จโดยเร็ว
คดีฟอเรกซ์สอบผู้เสียหาย 100 ปากแล้ว! มั่นใจจบก่อนปิดสมัยประชุมสภา
'รุทธพล' เผยความคืบหน้าคดีฟอเรกซ์หลังสอบผู้เสียหาย 100 ปาก หลักฐาน-ธุรกรรม -เส้นเงิน เพียงพอ คาดทำทันก่อนปิดสมัยประชุมสภาฯ โยนปม 'ภาวุธ' ชี้แจงฟังขึ้นหรือไม่ให้ดีเอสไอตอบ
ตกอีกคดี! มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้องฟ้อง 'กกต.' ปมพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องยื่นฟ้อง 'กกต.' ปมจัดพิมพ์ 'บาร์โค้ด' บนบัตรเลือกตั้ง อ้างทำลายความลับและละเมิดสิทธิ ชี้เป็นเพียงการแสดงความเห็น-ไร้เหตุผลโต้แย้ง ย้ำชัดผู้ร้องไม่ใช่ผู้ถูกละเมิดสิทธิโดยตรง

