"อดิศร" ชวน สส.ทำบุญใหญ่ทางการเมือง มอบอิสรภาพให้เยาวชนผู้เห็นต่าง กลับมาช่วยพัฒนาประเทศ ย้ำสังคมไทยต้องลืม จึงจะเดินหน้าต่อได้
9 กรกฎาคม 2568 - เวลา 15.20 น. นายอดิศร เพียงเกษ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า วันนี้เป็นวันนิรโทษกรรม ให้อภัยซึ่งกันและกัน ทุกคนต้องใจถึง เพราะเป็นวันที่ต้องลืม ลืม และลืม มนุษย์เป็นสัตว์การเมือง ความเห็นทางการเมืองที่ต่างกันทำให้เกิดการต่อสู้แย่งชิง ตนเองมีประสบการณ์ได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมในยุคหนึ่ง คือหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และหลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519
นายอดิศร ระบุว่า ด้วยความที่สังคมไม่เป็นธรรม มีการใช้ความรุนแรงกับลูกหลานเยาวชนคนหนุ่มสาว ต้องเข้าป่าจับปืน การนิรโทษกรรมในคราวนั้นไม่ต้องผ่านสภา ไม่ต้องโต้เถียงกันอย่างทุกวันนี้ โดยออกเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/23 ให้คนที่อยู่ในป่าได้กลับมาอยู่ในเมือง
นายอดิศร กล่าวต่อว่า วันนี้ตนเองลุกขึ้นอภิปรายโดยไม่ต้องอ่านร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 5 ฉบับ เพราะการนิรโทษกรรมเป็นเรื่องง่ายๆ การให้อภัยเป็นเรื่องง่าย แต่ทำไมต้องทำเป็นเรื่องยาก คิดไม่เหมือนกันก็อภัยทานกัน และวันที่ 10 ก.ค. เป็นวันเข้าพรรษา วันนี้ไม่อยากจะนำร่าง พ.ร.บ. ฉบับใดเป็นหลัก อยากให้วันนี้เป็นวันทอดกฐิน ทอดเทียนทางการเมือง บุญกุศลเกิดขึ้นทุกคน ไม่ว่าความผิดใดๆ ที่เป็นมูลเหตุทางการเมือง ยกให้เขาไป
“ผมจะถูกตราหน้าด่าว่า สมัยพวกคุณเป็นเยาวชน เขานิรโทษให้คุณ พอคุณอายุขนาดนี้ มาต่อสู้ในสภาฯ ลูกหลานทำแบบที่คุณต่อสู้มา อยู่ในคุกในตะราง พอถึงเวลาแล้ว คุณเอาผิดลูกหลานที่เป็นผ้าขาว ถ้าผมไม่ได้รับนิรโทษกรรม เวลานี้ผมจะอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ลูกหลานที่อยู่ในคุก รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป เขาอาจจะเป็น สส. เหมือนพวกเรา” นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวอีกว่า วันนี้ขอขอบคุณทุกพรรคการเมือง อาจจะเห็นต่างกันบ้าง แต่ก็เป็นนิมิตหมายที่อยากให้ทุกคนลืม ถ้าไม่ลืม เดินต่อไม่ได้ พรรคเพื่อไทยเองก็เห็นว่าคุณประโยชน์จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้จะมหาศาล จึงขอเรียกร้อง อยากให้บ้านเมืองนี้ไปได้จริงๆ อย่าคิดเล็กคิดน้อย บ้านเมืองไม่สามัคคี จะไปพัฒนาภายนอกได้อย่างไร บุคลากรสำคัญที่สุด ลูกหลานคิดต่างแล้วติดคุก ถ้าเป็นลูกของคุณบ้าง จะอยู่อย่างไร นายกรัฐมนตรีหรือผู้มีอำนาจ จะมีความสุขได้อย่างไร หากลูกหลานคิดต่างแล้วติดคุกโดยไม่ได้รับการอภัยโทษ
“วันนี้เรามาทำบุญแบบยิ่งใหญ่กันดีไหมครับ ทำบุญทางการเมือง ให้ลูกหลานหรือคนที่เห็นต่างกัน ได้มีอิสรภาพ เพื่อมาพัฒนาชาติบ้านเมือง” นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร ยังได้ทิ้งท้ายด้วยบทกลอน ระบุว่า “นิรโทษ ไม่ถือโทษ ยกโทษให้
สร้างปรองดอง คล้องใจ ให้สุขศานต์
ที่ผ่านมา หลายหลาก จินตนาการ
ประสานงาน ประสานใจ ไทยก้าวเดิน”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์
'อนุทิน' โผล่สภาฯ บรรยากาศคึกคัก สส.แห่ทักทายร่วมเฟรมไม่ขาดสาย
"อนุทิน" โผล่สภาฯ หลังเสร็จภารกิจทำเนียบฯ เสริมบรรยากาศในห้องประชุมคึกคัก บรรดา สส. ทยอยเข้าทักทายไม่ขาดสาย เชิญถ่ายรูปตลอดเวลา
หวิดวุ่น! ถกนัดแรก กมธ.ตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ฝ่ายค้านท้วงไม่ได้เก้าอี้ 'รองประธาน'
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและการสร้างการเปลี่ยนด้านพลังงานประเทศ พ.ศ.2569 ครั้งที่ 1 ที่มีนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานที่ประชุมชั่วคราว ได้เปิดให้สมาชิกเสนอชื่อประธานกมธ.ฯ
'อดิศร' เหน็บ 'ส้มจางที่กทม.' เลือกตั้งผู้ว่าถ้าแพ้ เขาเรียกว่า ตายคารัง
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่าน X ว่าส้มจาง ที่ กทม. ผลโพลฝ่อ ไปต่อ ไม่ไหว คบเด็กสร้างบ้าน อัน
สภาฯ เตรียมถกวาระด่วน ดีเอสไอ ขอตัว 'ชนนพัฒฐ์' ดำเนินคดีเว็บพนัน
ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 28 พ.ค. มีวาระการพิจารณาสำคัญคือ เรื่องด่วน การขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา125 เรียกตัวนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำ ในระหว่างสมัยประชุมสภาฯ ภายหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือด่วนถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามโดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ
สภาฯ ชำแหละงบ กสทช. ปี 66 ฝ่ายค้านซัด 16 ปี สุดล้มเหลว คุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้ ปล่อยทุนยึดองค์กร
“สภา” ถกรายงานงบ กสทช. ปี 66 สตง. ชำแหละหลายประเด็นต้องเร่งปรับปรุง ทั้งงบกลางคงเหลือสูง เงินกันเหลื่อมปีเกินพันล้าน กองทุนสะสมเกินจำเป็น คุรุภัณฑ์สูญหาย-เสื่อมสภาพอื้อ ชี้การติดตามประเมินผลยังเน้นเชิงปริมาณจากการเบิกจ่ายมากกว่าผลสัมฤทธิ์ของโครงการ “สาทิตย์” ซัด 16 ปีล้มเหลว ปล่อยทุนยึดองค์กร-คุ้มครองผู้บริโภคไม่ได้ จี้ถึงขั้นยุบตั้งใหม่

