‘จตุพร’ หวัง 8 ก.ค. นิรโทษกรรมผ่านฉลุย

ย้ำฮั้ว สว. ไม่นิรโทษกรรม เน้นยึดหลักคดีการเมือง ไม่ยกเว้นคดี 112 ฆ่าคนตาย และคดีทุจริต ติงอย่าตีความกฎหมายบิดเบี้ยว หวัง สส.ผ่าน กม.นิรโทษ ได้เริ่มต้นสังคมเสริมสร้างสันติสุข

5 กรกฎาคม  2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยหวังว่า การผ่านกฎหมายนิรโทษกรรมในวันที่ 8 ก.ค.นี้จะเป็นการเริ่มต้นสังคมที่ดีและช่วยเสริมสร้างสังคมสันติสุข เพราะในช่วงท้ายๆ ชีวิตของคนซึ่งเข้าใกล้เวลาพรากจากจะได้มีชีวิตที่เหลืออยู่โดยหลุดพ้นคดีทางการเมือง

อีกทั้งกล่าวว่า นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 มา มีการนิรโทษกรรมแล้วถึง 23 ครั้ง โดยตราเป็น พรบ. 19 ฉบับ และ พรก. 4 ฉบับ ซึ่งนิรโทษกรรมเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เป็นฉบับล่าสุด กระทั่งมาถึงการตรากฎหมายเสริมสร้างสันติสุข หรือนิรโทษกรรม ที่ผ่านการพิจารณาของ สว.แล้ว และอยู่ระหว่าง สส.จะมีมติรับรองหรือไม่ในขณะนี้

หลักการนิรโทษกรรมครั้งนี้ อยู่ที่ล้างผิดให้กับคดีชุมนุมทางการเมืองช่วงปี 2548-2568 ส่วนคดี ม.112 คดีทุจริต และคดีฆาตกรรม ไม่ได้รับประโยชน์จากการนิรโทษกรรม สิ่งสำคัญยังแตกต่างจากการพยายามตรากฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยและเหมาเข่งช่วงปลายปี 2556 สมัยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ซึ่งสังคมขณะนั้นรับไม่ได้

ในช่วง 20 ปีตั้งแต่ 2548-2568 ที่เป็นคดีทางการเมืองจะได้รับการนิรโทษกรรมนั้น มีการตรวจสอบว่า มีผู้ต้องคดีได้รับโทษแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาคดี โดยกลุ่มพันธมิตรฯ กปปส.และ นปช.รวมกันมีประมาณ 3,000 คน 

ส่วนคดีการชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ช่วงปี 2563-2564 ที่ไม่ใช่คดี ม.112 รวมกันแล้วประมาณ 3,000 คน อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาของ สส.ให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ต้องคดี ม.112 จำนวน 3 คน (จากจำนวนกว่า 50 คนที่ต้องคดี) ได้รับผลการนิรโทษกรรมครั้งนี้ด้วย แต่การพิจารณาของ สว.ได้ตัดออกไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้จึงอยู่ที่ สส.จะรับได้หรือเห็นชอบด้วยหรือไม่

นายจตุพร กล่าวถึงการถกเถียงครั้งสำคัญว่า การฮั้ว สว.จะได้ประโยชน์จากนิรโทษกรรมด้วยหรือไม่ แต่ที่สำคัญแล้ว ทั้งสภา สส.และ สว.ประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า การฮั้ว สว.ไม่ได้รับการยกเว้นหรือได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ด้วย 

พร้อมทั้งย้ำว่า ยังมีคนบางส่วนอธิบายว่า จะนิรโทษกรรมให้กับผู้หลบหนี หรือพยายามล็อคเป้าว่า หมายถึงคดีชั้น 14 ซึ่งเป็นคดีทุจริต แต่ผู้หลบหนีไปต่างประเทศจะได้รับอานิสงส์จากนิรโทษกรรมต้องเกี่ยวกับคดีการเมืองเท่านั้น โดยไม่ใช่คดีทุจริต ฆ่าคนตาย และคดี ม.112 ซึ่งไม่มีการยกเว้น

อีกทั้งกล่าวถึงบางฝ่ายพยายามตีความถึงช่วงเวลาการนิรโทษกรรมทำไมต้องเป็นปี 2568 และไม่นับถึงแค่ปี 2564 ว่า ผู้ชุมนุมทางการเมืองล่าสุดคือ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่ชุมนุมถึงปี 2568 จึงต้องมีสิทธิ์ด้วย เพราะเป็นการชุมนุมทางการเมือง

“การพยายามอธิบายนิรโทษกรรมว่า เป็นการไปช่วยการฮั้ว สว. ไปช่วยคุณอุ๊งอิ๊ง คุณเศรษฐา คุณทักษิณ ซึ่งเป็นความเท็จทั้งหมด เอาข้อกฎหมายไหนเข้ามา ซึ่งการอธิบายกฎหมายใดๆ ก็ตาม ต้องไม่เกินกฎหมายที่กำหนด”

ส่วนการพยายามอธิบายคณะกรรมการที่นายกฯ เป็นประธานว่า ไปตัดอำนาจของศาล นั้น นายจตุพร กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลยังอยู่ แต่การนิรโทษกรรมเป็นการยกโทษให้กับคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมืองและเป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหาร

“ผมเองพยายาจะเข้าใจว่า ตีความ หรืออธิบายข้อกฎหมายนี้อย่างไร แต่เชื่อว่าถ้านิรโทษคดีทุจริต คนรับไม่ได้ และ ม.112 คนอีกซีกหนึ่งหรือคนส่วนใหญ่ก็รับไม่ได้เลย คดีฆ่ากันตายคนก็รับไม่ได้ ดังนั้น ร่างกฎหมายฉบับนี้ ผ่าน สส.และ สว.มาแล้ว ขั้นตอนต่อไปถ้า สส.ไม่ติดใจในสาระที่ สว.แก้ไข แล้วให้ความเห็นชอบก็ผ่าน” 

นายจตุพร กล่าวว่า การนิรโทษกรรมนั้น เพราะต่างฝ่ายต่างเห็นปัญหากันมามาก ในอดีต พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ยังกล้าตรา พรก.นิรโทษกรรมให้กับคนใช้กำลังมายึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.เปรม ถึง 2 ครั้ง แต่มาวันนี้ก็แปลกใจกับการพยายามอธิบายการนิรโทษกรรมโดยจงใจเข้าใจผิดทางกฎหมาย

นอกจากนี้ การพยายามแปรเจตนา โดยตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ให้ศาลอยู่ในคณะกรรมการ ซึ่งขั้นตอนนี้เลยการพิจารณาคดีของศาลแล้ว คณะกรรมการเป็นการจัดการของฝ่ายบริหารที่กระทำโดยชอบกฎหมาย อีกอย่างการอธิบายเลยเถิดถึงขั้นกระทบพระราชอำนาจจึงแปรเจตนาไปกันใหญ่

“ถามว่า ในแต่ละประเด็นเมื่อเป็นนักกฎหมายแล้ว ไปวินิจฉัยกฎหมายอย่างนั้นได้อย่างไง โดยข้อเท็จจริงแล้ว ถ้ามีการนิรโทษกรรมฮั้ว สว.จริงตามที่กล่าวหาแล้ว เมื่อเขียนล็อกแล้วไปทำ บ้านเมืองก็ลุกเป็นไฟ แต่ไม่ใช่ไปคิดกันก่อนไฟไหม้ ถ้าข้อเท็จจริงไม่เป็นอย่างนั้น แสดงว่ามีเจตนาพิเศษ”

นายจตุพร กล่าวว่า กฎหมายนิรโทษกรรมถูกบันทึกรายละเอียดและข้อสงสัยไว้อย่างครบถ้วนแล้ว ดังนั้น หวังว่า การเสริมสร้างสังคมสันติสุขจะเป็นการเริ่มต้นสังคมที่ดี เพราะในช่วงท้ายๆ ของชีวิต คนเข้าใกล้เวลาพรากจะได้ใช้ชีวิตอย่างปกติด้วยคุณค่า 

“ส่วนอื่น (คดี ม.112) ที่เกี่ยวข้องกับพระราชอำนาจ ยังมีทางออก แต่อย่าได้บิดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง และการตีความกฎหมายก็อย่าได้เกินความจริงใน 3 เรื่อง คือ ดคี ม.112 คดีทุจริต และคดีฆ่าคนตาย ซึ่งกฎหมายนิรโทษกรรมไม่ให้การยกเว้นโทษอยู่แล้ว”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เร่งจบนิรโทษกรรม ‘โสภณ’ชงเข้าสภาฯพุธนี้ส้มกระอัก‘ม.112’นอนคุกต่อ

ลุ้นคลอด กม.นิรโทษกรรม ฉบับที่ 24 ปิดจบพุธนี้ "โสภณ" สั่งบรรจุร่าง กม.เป็นเรื่องด่วน หากสภาไม่ติดใจ หลังสภาสูงเพิ่มล็อกสองชั้นไม่ให้นิรโทษฯ อายุต่ำกว่า 18 ปี ทำผิด 112 ก็ไม่ล้างผิด รอนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายทันที สว.แจงกฎหมายประกาศใช้ ยังไม่มีผลทันที ต้องให้กรรมการสันติสุขไฟเขียวรายบุคคล

สภาฯ บรรจุวาระ 'กฎหมายนิรโทษกรรม' ลุ้นคลอด 8 ก.ค. 'สว.' ตอกฝาโลงห้ามล้างคดี 112 เยาวชน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 8 ก.ค.นี้ มีวาระการประชุมพิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เสริมสร้างสังคมสันติสุข ที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว

'จตุพร' บี้มท.ขยายผลเอาผิดแก๊งโกงสอบท้องถิ่น ลั่นปราบทุจริตไม่ได้ อย่าคิดทำเรื่องอื่น

'จตุพร' กระตุกมท.ต้องเอาจริง เด็ดขาดล้างบางแก๊งโกงสอบท้องถิ่น เช่นเดียวกับเอาผิดกับปลัดภูเก็ต ชี้ผลสอบ5 ขรก.ทุจริตเป็นสารตั้งต้น ลุยขยายผลจัดการพี่ใหญ่เบื้องหลัง แนะปราบโกงไม่สำเร็จอย่าคิดทำเรื่องอื่น

'จตุพร' ย้ำกม.นิรโทษฯ ไม่เกี่ยวช่วยคดีฮั้ว สว. ฟาดคนขวางอย่าปลุก ปชช.มาเป็นเหยื่ออีกเลย

'จตุพร' ย้ำกม.นิรโทษฯ ไม่เกี่ยวช่วยคดีฮั้ว สว. ไม่เกี่ยวกับ ม.112 คดีทุจริต คดีฆ่าคนตาย ยันผ่าน สว.หวังปล่อยคดีชุมนุมการเมือง 48-68 ฟาดคนขวางอย่าปลุก ปชช.มาเป็นเหยื่ออีกเลย

กฎหมายนิรโทษกรรม จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร คณะรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กฎหมายนิรโทษกรรม : จุดเริ่มต้นของการเยียวยา ไม่ใช่จุดจบของความยุติธรรม มีเนื้อหาดังนี้

สว.ผ่านร่างนิรโทษกรรม 103 เสียง ยันชัดไม่ล้างผิด ม.112 ไม่สอดไส้คดีฮั้ว สว.

วุฒิสภามีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ด้วยคะแนน 103 เสียงต่อ 3 เสียง พร้อมแก้ไขเนื้อหาหลายประเด็น โดยยืนยันไม่ครอบคลุมความผิดตามมาตรา 112 ขณะที่ “พิสิษ