“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ ปมโยกงบประมาณ “พิเชษฐ์” รองประธาน สภา “โอกาสตกเก้าอี้สูง” ส่งผลให้สิ้นสมาชิกภาพ สส. - เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แม้ กมธ.ฯถอนโครงการไปแล้ว
19 กรกฎาคม 2568 - สืบเนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องในส่วนนี้ไว้พิจารณา โดยเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2568 พิจารณาเสร็จสิ้น และเป็นกฎหมายบังคับใช้แล้ว ไม่อยู่ในขั้นตอนการอนุมัติงบประมาณในกระบวนการทางนิติบัญญัติ จึงต้องด้วยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 8:1 เสียง ให้รับคำร้องกรณีการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ประจำปี 2569 ไว้พิจารณา และมีมติสั่งไม่รับคำร้องในส่วนที่ผู้ร้องขอให้พิเชษฐ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ นั้น
ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ “ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม”นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะว่า ปมโยกงบประมาณเพื่อผลประโยชน์ของตนเองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รัฐธรรมนูญได้บัญญัติห้ามไว้ ตามมาตรา 144 วรรคสอง โดยกระบวนการตรวจสอบ รัฐธรรมนูญกำหนดกระบวนการตรวจสอบได้ 2 ช่องทาง
ช่องทางที่หนึ่ง สส.ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนทั้งสิ้นเท่าที่มีอยู่ในสภา มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ตาม รธน.มาตรา 144 วรรคสาม
ช่องทางที่สอง ให้อำนาจ ปปช.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตาม รธน.มาตรา 144 วรรคหก
หากเปรียบเทียบกับ รธน. 2540 มาตรา 180 วรรคห้า , รธน.2550 มาตรา 168 วรรคห้าและ รธน.2560 มาตรา 144 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้เหมือนกัน
”ในการพิจารณาร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปึงบประมาณ ร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม และร่าง พรบ.โอนงบประมาณ สส.จะแปรญัตติเพิ่มเติมรายการ หรือจำนวนรายการมิได้” แต่อาจแปรญัติได้ในทางลดหรือตัดทอนรายจ่าย ซึ่งมิใช่รายจ่ายตามข้อผูกพันอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ (1)เงินส่งใช้เงินกู้ (2)ดอกเบี้ยเงินกู้ และ (3)เงินที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย
สาระสำคัญเป็นข้อห้ามเด็ดขาด.... “ในการพิจารณาของ สส.สว.หรือคณะกรรมาธิการ การเสนอ การแปรญัตติหรือการกระทำโดยประการใดๆ ที่มีผลให้ สส. สว.หรือกรรมาธิการ มีส่วนไม่ว่า โดยทางตรงหรือทางอ้อม ในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้”
รัฐธรรมนูญ 2560 ได้บัญญัติเพิ่มเติมข้อห้ามไว้ แตกต่างจาก รธน.2540 และ รธน.2550
(1) รธน.2540 รธน.2550 ให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน
โดย รธน.2560 ขยายกรอบระยะเวลาใหม่ โดยกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับความเห็น
(2) หากกระทำฝ่าฝืน รธน. ให้การเสนอแปรญัตติหรือการกระทำดังกล่าวสิ้นผลลง แต่ รธน.2560 ได้เพิ่มความเข้มข้น
“ถ้าเป็นการกระทำของ สส.หรือ สว.ให้ผู้กระทำนั้น สิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น”
“กรณีที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้กระทำการหรืออนุมัติให้กระทำการ หรือรู้ว่ามีการกระทำดังกล่าว แต่มิได้สั่งให้ยับยั้ง ให้ ครม.พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งนั้นเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่า ตนมิได้อยู่ในที่ประชุมในขณะที่มีลงมติ และให้ผู้กระทำนั้น ต้องรับผิดชดใช้เงินนั้นคืนพร้อมด้วยดอกเบี้ย”
กรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 มีสถานะเป็น สส. อีกสถานะหนึ่งด้วย ถูกกล่าวหาว่า แปรงบประมาณหรือโยกงบประมาณ เพื่อผลประโยชน์ของตนเองไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แม้กระทำในฐานะรองประธานสภาฯ แต่ประหนึ่งว่า ตนเป็นเจ้าของงบประมาณ ซึ่งเป็นข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสอง จะกระทำมิได้เด็ดขาด แม้ภายหลัง กมธ.งบประมาณ จะถอนงบประมาณโครงการดังกล่าวออก เมื่อเป็นการกระทำฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญสำเร็จแล้ว แม้ถอนในภายหลัง ย่อมไม่พ้นความผิด นายพิเชษฐ์ฯ อาจเป็น สส.คนแรก ที่ถูกเชือด กรณีแปร งบประมาณหรือ โยกงบประมาณ ในร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 อันเป็นผลสืบเนื่องจากโครงการต่างๆที่ส่อพิรุธ เป็นผลสืบเนื่องบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ยกระดับการปราบโกง มีโอกาสสูงที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การกระทำของนายพิเชษฐ์ฯฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ตกจากเก้าอี้จากตำแหน่งรองประธานสภาฯและสิ้นสมาชิกภาพความเป็น สส.และถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดร.ณัฏฐ์ อัด ‘สมชัย’ เมาหมัด ชี้คดีบัตรเลือกตั้งต้องวัดกันด้วยพยาน
จากกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ กกต.กล่าวหากระทำความผิดอาญาหลายข้อหา ได้โพ
'วุฒิสภา' เสียงแตก เสนอสูตรเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คน ร่าง รธน.ใหม่ มีทั้งหนุน-ค้าน
ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารายงานศึกษา เรื่อง รายงานศึกษาทบทวนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และการศึกษารูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.)
คำร้องคดีเลือกตั้งเสี่ยงโมฆะ หากศาล รธน.ทำลายหลักการจะเกิดวิกฤตศรัทธา
มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่มีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้วินิจฉัยกรณีการจัดเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ปมบัตรเลือกตั้ง ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. หากแจงชัด ศาลรธน.อาจงดไต่สวน
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ปมคดีบัตรเลือกตั้ง เป็นปัญหาข้อเท็จจริง หน้าที่ กกต.พิสูจน์ หากมีพยานหลักฐานเพียงพอเปิดช่องให้ ศาล รธน. งดไต่สวน กำหนดวันชี้ชะตาได้
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ ศาล รธน.เคยตีตกคดีบัตรเลือกตั้ง หากละเมิดสิทธิให้ไปศาลอื่น
สืบเนื่องจากมติผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องปมบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดต่อศา
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว.ยังไม่จบ ปมอนุฯวินิจฉัยส่อกระทบมติ กกต.
สืบเนื่องจากกระแสข่าว คดีฮั้ว สว.ที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัย กกต.คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัย ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่กระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77(1) นั้น

