ศาลรธน. สั่งหน่วยงานส่งเอกสารเพิ่ม ปม 'พิเชษฐ์' รองปธ.สภา แปรงบลงพื้นที่ตัวเอง

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหน่วยงานส่งเอกสารเพิ่มเติมปม "พิเชษฐ์ "รองปธ.สภาแปรงบ 69 ลงพื้นที่ตัวเองภายใน 23 ก.ค.นี้ ส่วนนัดไต่สวน 24 ก.ค. ให้เฉพาะคู่กรณีเข้าร่วม ไม่มีถ่ายทอดภาพและเสียง

22 กรกฎาคม 2568 - ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของนายภัณฑิล น่วมเจิม สส. พรรคประชาชน ที่ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 144 วรรคสาม ว่ากรณีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เป็นผู้จัดทำโครงการและมีการเสนองบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 3 โครงการ โดยนายพิเชษฐ์มีส่วนทางตรงและทางอ้อมในการใช้งบประมาณประจำปี 2568 และกรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขอเสนอทั้ง 3 โครงการอีกครั้งในงบประมาณปี 2569 แบบโครงการเดียวกันและต่อเนื่อง ที่นายพิเชษฐ์มีส่วนในการเสนอ การแปรญัตติหรือการกระทำใดที่มีส่วนไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อมในการใช้งบประมาณ

โดยมีคำสั่งให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องจัดส่งสำเนาหลักฐานตามประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนด และยื่นต่อศาลภายในวันพุธที่ 23 ก.ค.2568 เพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาและเพื่อประกอบการวินิจฉัยของศาล

ทั้งนี้ในการไต่สวนพยานบุคคลในวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ค.นี้ศาลอนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมฟังการไต่สวนพยานบุคคลเท่านั้น โดยงดถ่ายทอดทั้งภาพและเสียงในการไต่สวนพยานเนื่องจากบุคคลที่มาให้การต่อศาลเป็นพยานคู่

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ศาลได้มีคำสั่งให้ นายพิเชษฐ์ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลฯภายในวันจันทร์ที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยไม่อนุญาตให้มีการขอขยายเหลือเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.

ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'

ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่ 

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม