ครม. ถกสถานการณ์ชายแดน-น้ำท่วม สั่งรัฐมนตรีช่วยกันลงพื้นที่ดูแลประชาชน

ครม. เห็นชอบมาตรการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - กัมพูชา “ภูมิธรรม” สั่งรัฐมนตรีช่วยกันลงพื้นที่ดูแลปชช.ได้รับผลกระทบ 2 ภัยพิบัติ “สถานการณ์ชายแดน-น้ำท่วม” พร้อมเยียวยาอย่างเต็มที่
 
29 กรกฎาคม 2568 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า ตามที่ ครม.ทุกท่านได้รับทราบสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ต่อเนื่อง ตั้งแต่ในห้วงเดือนพ.ค.68 จนกระทั่งฝ่ายกัมพูชาได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 24 ก.ค.68 ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตของพลเรือนและทหาร ตนจึงสั่งการให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประชุม และ ศบ.ทก. เพื่อรับทราบและประเมินสถานการณ์ความมั่นคง
 
นายจิรายุ กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. ได้เห็นชอบมาตรการการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตและข้อพิพาทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย พร้อมทั้งเร่งช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.ให้กองทัพปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างเต็มที่ 2.ยืนยันให้กระทรวงการต่างประเทศเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญกลับประเทศไทย และลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตลง รวมทั้งประท้วงและประณามการกระทำของกัมพูชาที่ละเมิดอธิปไตยของไทยและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
 
3.ให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การดูแลประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา 4 .ให้กระทรวงการคลัง พิจารณามาตรการทางภาษีเพื่อช่วยเหลือภาคเอกชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในครั้งนี้ และ5.หากสถานการณ์บริเวณชายแดน มีการยกระดับสู่การใช้กำลังทหารรุนแรง จะเรียกประชุมรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นการประชุม ครม. ตาม มาตรา8 ของพระราชกฤษฎีกาฯ
 
นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า นายภูมิธรรมสั่งการในที่ประชุมว่าในการให้ความช่วยเหลือ ใน 2 ภัยของประเทศ ทั้งภัยน้ำท่วมและชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ครม.ให้การช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชน โดยขอให้ ครม. ที่ว่างเว้นจากภารกิจประจำ ลงพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละกระทรวงที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะกันบริเวณชายแดน และพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยขอให้ไม่กระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่หน้างาน
 
ทั้งนี้ ในส่วนของการช่วยเหลือผู้อพยพ และผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม ขอให้กระทรวงมหาดไทย เร่งจัดหาเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เครื่องนอนเครื่องนุ่งห่มให้เพียงพอ ในส่วนของการฟื้นฟูสภาพบ้านเรือนจากน้ำท่วมขอให้จัดหาน้ำประปาที่สะอาด การบริหารจัดการขยะที่เร่งด่วน ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เร่งจัดหาเครื่องใช้จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ เช่น รถเข็น ให้มีความเพียงพอและสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายผู้อพยพหรือผู้ป่วย และให้กระทรวงสาธารณสุข จัดหาแพทย์ให้เพียงพอต่อการดูแลผู้ป่วย และแยกผู้ป่วยที่มีการแพร่เชื้อออกจากบุคคลอื่นทั่วไป
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

เช็กรายชื่อ! ครม. อนุมัติแต่งตั้งหลายตำแหน่ง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่รองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) กำกับการบริหารราชการ สั่ง และปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดิน

UNCLOS ประนอมภาคบังคับ จากติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย สู่แนวรบ ไทย-กัมพูชา

จากสถานการณ์ไทย-กัมพูชา หลังจากที่รัฐบาลไทยแสดงท่าทีเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้กติกา UNCLOS ขณะเดียวกันหลังจากมีข่าวว่า จีนเตรียมส่งมอบรถถัง T-59D

หมอวรงค์ แนะ 'สีหศักดิ์' คิดให้ดีก่อนเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก  #คิดให้รอบคอบถ้าเข้าประนอมภาคบังคับกับกัมพูชา

กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม

กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล

‘ตาควาย-เนิน350’สุดคึกคัก

รัฐบาลยันเดินหน้า UNCLOS กำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่-แบ่งประโยชน์ร่วมกับเขมร "พล.อ.รังษี" มั่นใจไม่ซ้ำรอยเขาพระวิหาร ชี้ต่างจากศาลโลก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" คึกคัก! แห่เที่ยว 2 วัน ทะลุ 3 พันคน สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชน