"ศิริกัญญา" สับงบกลางควร กระจายลงแก้ภัยแล้ง ไม่ใช่กระจุกอยู่ที่จังหวัดแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล มองไม่ได้มีไว้โปะส่วนขาด ชี้ต้องจัดสรรงบให้เพียงพอแต่แรก เหตุตั้งเงินชดใช้เงินคงคลังสูงสุดเป็นประวัติการณ์
13 สิงหาคม 2568 - เวลา 12.20 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 6 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงงบกลาง ที่มีการปรับลด 50,000 ล้านบาท ว่า สาเหตุมาจากการเบิกจ่ายงบในส่วนของงบใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นที่อาจจะไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยรวมไปถึงมีการโยกโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณในส่วนนี้เพื่อไปชำระหนี้อื่น ๆ ที่อาจจะตั้งไว้ไม่เพียงพอ
นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เงินชดใช้เงินคงคลังในปีนี้เพิ่มขึ้นมา 123,541 ล้านบาท ถือเป็นครั้งที่ที่เราตั้งงบสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เป็นเพราะตั้งงบปี 67 ตั้งไว้ไม่พอ และงบประมาณสำรองก็ไม่เหลือ ซึ่งใช้เพื่อชำระดอกเบี้ย บำนาญข้าราชการ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ และงบบุคลากร ซึ่งงบประมาณเหล่านี้มีการคำนวณไว้ล่วงหน้าได้อยู่แล้ว แต่เกิดการตั้งใจตั้งไว้ให้ต่ำกว่าความเป็นจริง แล้วอาศัยเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็น ซึ่งก็ต้องตั้งงบมาใช้คืน เช่นเดียวกับปีนี้ ที่มีโอกาสเกิดเหตุการณ์นี้อีก โดยยกตัวอย่างดอกเบี้ยต่อรายได้ ซึ่งไม่เคยเป็นไปตามแผนการคลัง ซึ่งสุดท้ายก็คงต้องมีการชำระดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้ทางสำนักงบประมาณ และกระทรวงการคลัง จะลุ้นว่าดอกเบี้ยจะลดลงในอนาคต และงบประมาณที่จะต้องใช้ในการชำระดอกเบี้ย จะลดลงตาม แต่ตนเองคิดว่าอย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะเพียงพอ คงจะต้องใช้เงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉินจำเป็นอีกแล้วหรือไม่ต้องใช้เงินคงคลัง
นางสาวศิริกัญญา ยกตัวอย่าง เบี้ย บำเหน็จบำนาญ ที่มีการตั้งไว้ไม่เคยเพียงพอเลยสักปี โดยในปี 69 ตั้งไว้ต่ำกว่าคำขอถึง 50,000 ล้านบาท ซึ่งเรื่องแบบนี้คำนวณได้อยู่แล้ว ว่าจะมีข้าราชการที่เกษียณกี่คนต่อปี มันไม่มีทางผิดพลาดได้มากขนาดนี้ จากที่กรมบัญชีกลางขอมา ซึ่งถือเป็นความตั้งใจ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการได้เริ่มมีการปรับเพิ่มขึ้นแล้ว แต่ยังไม่ทันกับการเจริญเติบโตของค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการอยู่ดี และทั้งสองอย่างนี้น่าจะใช้งบกลางไปแล้ว 60,000 ล้านบาท
“มันไม่ใช่เรื่องที่เราจะต้องไปใช้เงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉิน เป็นรายการที่เราสามารถที่จะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าได้ การทำแบบนี้มันไม่ได้ตั้งไว้งบการเงินสำรอง ไม่ได้ตั้งไว้เพื่อใช้ในงบที่มันตั้งใจตั้งขาด” นางสาวศิริกัญญา กล่าว
นางสาวศิริกัญญา ยกตัวอย่างอีก ในส่วนค่า K เงินชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้าง เป็นค่าที่เมื่อจัดซื้อจัดจ้างไปแล้ว แล้ว ค่าวัสดุอุปกรณ์เปลี่ยนแปลง ซึ่งค้างไว้กว่า 3,000 ล้านบาท แต่ตั้งงบไว้เพียง 960 ล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะใช้หมด ถือเป็นดินพอกหางหมูเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 3,500 ล้านบาทแล้ว ไม่อยากให้ตั้งงบกลางไว้ เพียงแค่โปะในส่วนที่ขาด
สำหรับงบกลางเงินสำรองใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 67 ใช้หมดจนถึงสุดท้าย แต่ ปี 68 ตั้งไว้ 96,557 ล้านบาท แต่ใช้ไปเพียงแค่ 20,000 กว่าล้านบาท ยังเหลืออีก 70,000 ล้านบาท อาจเกิดจากการที่กั๊กไว้ใช้ในไตรมาสสุดท้าย เพื่อใช้ชำระหนี้ต่าง ๆ หรือไม่ แต่ถ้าไม่ใช้เราก็เห็นภาพของการเบิกจ่ายสำหรับเงินสำรองจ่ายฉุกเฉินจำเป็น
ส่วนปี 68 มีงบประมาณก้อนที่เป็นการช่วยเหลือภัยแล้ง แล้วพบว่ามีข้อพิรุธว่ามีการจัดสรรงบกลางเพื่อช่วยเหลือภัยแล้งในลักษณะที่ค่อนข้างที่จะเอนเอียงไปทางภาคที่เป็นของแกนนำพรรครัฐบาล จากนั้นสำนักงบประมาณออกหนังสือให้ทบทวนในเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันทบทวนแล้ว ก็อยากให้มีการตั้งงบมาอีกรอบ ซึ่งมีการปรับลดงบลงจาก 7,404 ล้านบาท เหลือ 2,108 ล้านบาท
"ถือว่าใจกล้ามาก เพราะเรื่องนี้กำลังอยู่ในการสอบสวนของ ป.ป.ช. และขอให้งบครั้งนี้กระจาย ไม่กระจุกอยู่พรรคร่วมรัฐบาลใดพรรคหนึ่ง เพื่อให้การแก้ไขภัยแล้งให้พี่น้องประชาชนประสบผลสำเร็จ" นางสาวศิริกัญญา กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลอนุมัติงบ 433 ล้าน เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา
รัฐบาลอนุมัติงบ 433.5 ล้านบาท ให้ มท. เสริมความปลอดภัย 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา สร้างบังเกอร์ -หอกระจายข่าว เพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารและการแจ้งเตือนภัย
กมธ.งบฯ 70 ข้องใจสภาฯ ใช้เงิน 8 ล้านพัฒนาเว็บไซต์ อบรมเยาวชนหัวละ 2.5 หมื่น ไม่ถูกปรับลด
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน กมธ. คนที่สาม ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
'นักเขียนซีไรต์' ตอก 'ไหม' ที่ชนไม่ใช่กำแพง แต่เป็น 'กะลา'
วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความว่า "ไม่ใช่กำแพง!" ผมไม่ได้ตั้งใจจะเกาะกระแสน้ำตาของคุณศิริกัญญาที่อาบ "กำแพง" หรอกครับ แม้จะชอบที่พวกส้มออกมาดิ้นด้วยการสวนกลับคุณอนุทินอย่างสุดกลั้น บางคนถึงกับออกอาการคลั่ง
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
'วิโรจน์' สวน 'อนุทิน' ใครบ้าเอาหัวโขกกำแพง มีแต่ทุบทิ้ง
'วิโรจน์' โต้นายกฯ ทันควัน! กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนาสูงแค่ไหน ให้ทุบทิ้ง ไม่มีใครบ้าเอาหัวโขก
หนูขอดูเงินก่อนเคาะเฟส2
นายกฯ รับต้องเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนตัดสินใจลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพีพุ่งไม่พูดถึง “ศุภจี” รอถก “เอกนิติ” ดันไทยเที่ยวไทยพลัสหรือไม่

