"ชวน" ขอรัฐบาลจัดงบกลางช่วยทหารแนวหน้า-ประชาชนชายแดนใต้ มองเสี่ยงไม่ต่างคนชายแดนไทย-กัมพูชา บอกความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ หากไม่เลือกปฏิบัติ
13 สิงหาคม 2568 - เวลา 14.10 น. นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายในมาตรา 6 งบกลาง กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบวงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยรัฐบาลได้ประกาศเยียวยาให้ผู้เสียชีวิตและทุพพลภาพ หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ รายละ 10 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 1 ล้านบาท บาดเจ็บมาก 5 แสนบาท ส่วนกรณีประชาชนเสียชีวิตและทุพพลภาพ รายละ 8 ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส 8 แสนบาท บาดเจ็บมาก 4 แสนบาท
“จะเป็น 10 ล้าน20 ล้าน หรือ 100 ล้านกับชีวิตที่เสียไป ไม่อาจจะเทียบได้ ผมยืนยันว่า ผมพูดเรื่องนี้มาหลายครั้ง เราเสียหายจากความผิดพลาดทางนโยบายเศรษฐกิจจะเสียหายกี่แสนล้านบาทก็ไม่อาจเทียบได้กับชีวิตที่เสียไปกับความผิดพลาดในนโยบายความมั่นคงกรณีภาคใต้” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า นับตั้งแต่นโยบาย 8 เม.ย. 2544 บัดนี้สูญเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ทหารในกองทัพไทย และประชาชนเป็นจำนวนมากกว่า 8 พันคน ไม่นับรวมผู้บาดเจ็บและทุพพลภาพที่มีมากกว่า 1 หมื่นคน เราต้องเห็นคุณค่าชีวิตมากกว่าตัวเงิน จะต้องคิดว่าความมั่นคงมีเหมือนกันทุกภาค ตนเองเคยไปเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บทุกปีในภาคใต้ ทุกคนปรารภเหมือนกันว่าหากจะได้เงินเยียวยาเพิ่มก็จะเป็นประโยชน์ มติ ครม.ดังกล่าว อาจเกิดความรู้สึก 2 ด้าน โดยเฉพาะด้านที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เจ้าหน้าที่รู้สึกว่ามีความเหลื่อมล้ำ ทั้งยังหวังว่ารัฐบาลจะช่วยปรับค่าชดเชยที่เขาได้รับให้เพิ่มขึ้น จะสิบล้านบาท แปดล้านบาทก็เป็นอีกเรื่อง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ในภาคใต้เสี่ยงไม่ต่างจากทหารในชายแดนไทย-กัมพูชา ดังนั้นคนในพื้นที่ย่อมมีความรู้สึกว่าเหลื่อมล้ำหรือแตกต่าง จึงขอเรียนเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลว่า เราต้องการความสามัคคี รัฐบาลก็เรียกร้องความสามัคคี แต่ความสามัคคีจะเกิดขึ้นเมื่อเราปฏิบัติกับคนอย่างเดียวกัน จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ถูกเลือกปฏิบัติ
นายชวน กล่าวอีกว่า ฉะนั้น พื้นที่อื่นที่มีสถานการณ์เสี่ยงอย่างเดียวกัน จะปรับค่าชดเชยให้เท่ากับสถานการณ์ในชายแดนไทย-กัมพูชาหรือไม่ หากไม่สามารถทำได้จะมีความคิดที่จะปรับค่าชดเชยได้หรือไม่ ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บพอที่จะมีโอกาสใช้งบกลางเพื่อเพิ่มรายจ่ายให้กับครอบครัวผู้ที่ได้รับบาดเจ็บได้หรือไม่ คนน้อยใจจะได้หมดความน้อยใจ ท้ายที่สุดคนที่เสี่ยงเหมือนกันจะได้รับการตอบแทนเช่นเดียวกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม
เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ
'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
'วันนอร์' รายงานนายกฯ แนวทางดับไฟใต้ รับต้องใช้เวลา
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ เดินทางเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ต่อมา 15.35 น. นายวันมูหะมัดนอร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบนายกฯว่า ได้มารายงานให้นายกฯทราบถึงความคืบหน้าว่า ได้ทำอะไรไปบ้างหลังจากที่นายกฯได้มอบหมายว่า ทำอย่างไรที่จะให้เกิดสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตนไปทำการบ้านมา จึงมาแจ้งให้นายกฯทราบ
นายกฯ มอบ 'ภราดร' ประสานงานฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลนี้ไม่หนีกระทู้สดแน่นอน
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม.ว่า สืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานที่ต้องพึ่งพาจากการนำเข้ามาใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ได้มีประชาชนให้ความสนใจเรื่องการเปลี่ยนมาเป็นโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น ดังนั้น นายกฯ จึงได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษาแบบเบ็ดเสร็จ

