'สนธิญา' ร้องศาล รธน. สอบ 'พีระพันธุ์' ถือหุ้นบริษัท

"สนธิญา" ร้องศาลรัฐธรรมนูญ ปมพีระพันธุ์-ภรรยา ถือครองหุ้นขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี หวังได้ความชัดเจนหลัง พีระพันธุ์ เงียบมาตลอด

14 สิงหาคม 2568 - ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องการถือหุ้นบริษัทเอกชนขณะการดำรงตำแหน่งทางการเมือง

นายสนธิญา กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ยื่นเอกสารไปที่ผู้ตรวจการแผ่นดินและอัยการสูงสุด เมื่ออาทิตย์ที่แล้วตนได้ไปร้องศาลปกครองกลางกรณี นายพีระพันธุ์ กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ปล่อยให้มีการเซ็นสัญญาโรงงานไฟฟ้าเอกชน 5,302 เมกะวัตต์ วันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ขณะที่ไฟฟ้าสำรองของไทยเกินอยู่ 36% สัญญาตัวนี้จะทำให้ไฟฟ้าสำรองเพิ่มขึ้น 50% มีสัญญาระยะยาว ทำให้ราคาไฟฟ้าแพงขึ้น กรณีการเซ็นสัญญาโดยคัดคุณสมบัติไม่ใช่การประมูล ตนขอให้ศาลปกครองกลางคุ้มครองชั่วคราวและยกเลิกการเซ็นสัญญาดังกล่าว ต้องขอฝากถึง นายพีระพันธุ์ที่บอกว่าจะทำให้ราคาค่าไฟต่ำลง ตนขอถามว่าไปอนุญาตให้เซ็นสัญญาเกี่ยวกับไฟฟ้าเอกชนได้อย่างไร

สำหรับประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ อยู่ในคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ชี้ว่าการกระทำดังกล่าวของนายพีระพันธุ์ ให้ กกต. สามารถยื่นมาที่ศาลรัฐธรรมนูญได้อาทิตย์หน้า ตนจะไปยื่นให้ กกต. เร่งรัด ไม่ว่าจะเป็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน อัยการสูงสุด และกกต. สุดท้ายจะมาจบที่ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด

เมื่อถามว่า คาดการณ์ไว้หรือไม่ว่า นายพีระพันธุ์ จะผิดตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกี่ข้อ นายสนธิญา เผยว่า ตนไม่ได้เป็นผู้พิจารณาว่าผิดหรือไม่ผิด แต่กรณีนี้ตนนับถือท่านเป็นการส่วนตัว เคยทำงานตอนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตนเรียกร้องมาตั้งแต่แรก

1.ขอให้ชี้แจงถึงการถือหุ้น 2.ขอให้ชี้แจงที่เป็นหุ้นส่วนกรรมการที่มีอำนาจในบริษัทโดยเฉพาะบริษัทของมารดา 3.กรณีบริษัทผู้รับถือหุ้นของบริษัทภรรยานายพีระพันธุ์ เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามโอนย้ายถ่ายเทให้บุคคลนอก เมื่อโอนไม่ได้ก็จะกลับไปสู่ภรรยาของนายพีระพันธุ์ ดังนั้น นายพีระพันธุ์ถือหุ้นตั้งแต่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จะผูกพันตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. เรื่องการถือหุ้นของคู่สมรส

อีกทั้งการแต่งตั้งหลายๆ บุคคล เพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัยว่าจะรับหรือไม่รับ หากศาลรัฐธรรมนูญรับตนมีคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวให้นายพีระพันธุ์ ยุติการปฎิบัติหน้าที่ตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่อง และจะสิ้นสุดเมื่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสิ้นสุด ผลจะออกมาอย่างไรก็ตามถ้าศาลบอกว่าไม่ผิด นายพีระพันธุ์สามารถกลับมารับตำแหน่งรัฐมนตรีได้ แต่ถ้าศาลพิจารณาวินิจฉัยว่าทำการขัดต่อกฎหมาย นายพีระพันธุ์จะไม่สามารถรับตำแหน่งรัฐมนตรีได้ตลอดชีวิต

หลังจากที่เคยร้องทั้ง ป.ป.ช. จนมาถึงขั้นตอนของศาลรัฐธรรมนูญ ทำไมนายพีระพันธุ์ ถึงไม่เคยออกให้สัมภาษณ์หรือชี้แจงอะไรบ้าง นายสนธิญา เผยว่า มีข้อติดขัดในใจว่าทำไมนายพีระพันธุ์ ไม่เคยออกมาแถลงในทุกประเด็น คนใกล้ตัวที่ร่ำรวยมหาศาลก็ไม่เคยมีออกมาแถลงอะไร ตนพยายามเรียกร้องทุกครั้งที่สื่อมวลชนถาม ตนอยากให้นายพีระพันธุ์แถลงจะได้จบ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาเคลือบสงสัย กรณีที่ตนยื่นหากครบ 60 วัน กฎหมายก็เดินไปเรื่อยๆ

เมื่อเดินมาถึงขนาดนี้ตนจำเป็นต้องขอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนดูเหมือนบานปลายหรือไม่นั้น ถึงวันนี้นายพีระพันธุ์ คงจะมีปัญหาโดยเฉพาะ กกต. เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ว่ากรณีดังกล่าวได้สอบที่กกต. ต้องดำเนินการยื่นศาลรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน ตนใช้สิทธิ์ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่สามารถชี้อย่างใดอย่างหนึ่ง ตนก็มีสิทธิ์ที่จะร้องศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยประเด็นต่างๆ ที่ตนยื่นไป เห็นชัดว่าตนเสียสิทธิ์ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 ตนผ่านการเลือกตั้ง เคยเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติตอนเลือกตั้งในปี 60 จึงมีสิทธิ์ที่จะร้องและเรียนถามการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'ดิเรก พรสีมา' ฟ้อง กกต.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ สั่งไม่รับคำร้องของ 'ดิเรก พรสีมา' อดีตผู้สมัคร สว. ไว้พิจารณาวินิจฉัย หลังยื่นร้องเรียน กกต. จัดการเลือกตั้งระดับอำเภอ-จังหวัดส่อไม่ลับและไม่สุจริต

ยาวไป! ศาลรัฐธรรมนูญรอความเห็นผู้เชี่ยวชาญก่อนวินิจฉับปมบาร์โค้ด

ศาลรัฐธรรมนูญสั่งชะลอวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งติด Barcode - QR Code รอความเห็นผู้เชี่ยวชาญ ปมผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นร้องส่อไม่เป็นความลับ

ชิงปธ.ศาลรธน.คนใหม่ หลังจบพ.ร.ก.4แสนล้าน คิวร้อนต่อไปปิดคดีบัตรเลือกตั้ง

มติของที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่วินิจฉัยว่า “พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบ จากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท” ที่ออกโดยมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 วรรคหนึ่ง

คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. เปิด 3 เหตุผล หนุน 'ตุลาการเสียงข้างน้อย' ศาล รธน. ชี้พรก.กู้เงินฯยังไม่จำเป็นเร่งด่วน

รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณี พรก.เงินกู้ 4 แสนล้าน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายและมาตรการทางการคลังในอนาคตอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้หลักการแบ่งแยกอำนาจทางการคลังระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติอ่อนแอลง เห็นด้วยกับความเห็นของตุลาการเสียงข้างน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้

ปชป. กังวลคำวินิจฉัยศาล รธน. จะสร้างบรรทัดฐานใหม่ รัฐบาลกู้เงินในภาวะปกติ

'ประชาธิปัตย์' น้อมรับคำวินิจฉัยศาล รธน. ชี้รัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ยอมรับเป็นเรื่องยากจะตีความในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ยังติดใจจะติดตามการใช้เงินส่วน ที่ 2 เหตุยังไม่มีรายละเอียดชัดในการทำงบ ปี 70

'ณัฐพงษ์' บอกคำวินิจฉัยไม่ได้ผิดไปจากที่พรรคคาดไว้!

'เท้ง' ผิดหวัง แต่ไม่ผิดคาด หลังศาล รธน.ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ยันไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน แต่ยัดไส้โครงการ 'ศิริกัญญา' กังขา 'รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์' ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ