ลองของ! เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญค้านคำตัดสินศาล รธน.ปม ส.ส.ร.

'เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ' ยื่นหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญ ค้านคำตัดสินห้ามประชาชนเลือก ส.ส.ร. โดยตรง ชี้ล้ำเส้น-ไร้เหตุผล หวั่นกลุ่มอำนาจเก่าควบคุมการเขียน ปิดทางประชาชนมีส่วนร่วม

17 ก.ย.2568 - ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญ นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เดินทางยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมแสดงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แสดงความไม่เห็นด้วย กับคำวินิจฉัยที่ 9/2568 เรื่องการจัดทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ที่มีการกำหนดว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนได้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง โดยเห็นว่าข้อความดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นเกินกว่าที่ผู้ร้องถาม และศาลไม่ใช่ผู้มีอำนาจในการกำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เป็นอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภาที่ต้องดำเนินการให้เป็นเจตนารมณ์ของประชาชนโดยรัฐสภามีอำนาจเต็มในการออกแบบให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญยึดโยงกับประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริงได้ ทางเครือข่ายยืนยันว่ายืนยันว่า อำนาจกำหนดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เป็นของประชาชน และประชาชนจะใช้อำนาจนั้นผ่านรัฐสภา โดยที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจเข้ามาก้าวล่วงหรือแทรกแซง และการให้ความเห็นเพิ่มเติมของ 3 รัฐธรรมนูญที่นอกเหนือจากประเด็นที่ต้องวินิจฉัยย่อมไม่มีผลผูกพันกับทุกองค์กรในรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐ

นายยิ่งชีพ กล่าวว่ามีแต่คนถามตนว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า รัฐสภามิอาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง มีคนถามตนว่ามีเหตุผลอะไร คำตอบคือไม่มี ถ้ามีมันก็คงได้รับการยอมรับได้รับความชอบธรรมไปแล้ว แต่อะไรที่เป็นเหตุให้ประชาชนไม่ควรจะเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ได้ ถ้าดูตามหลักวิชาการ และกฎหมายนั้นมองไม่เห็น เหตุผลมีอย่างเดียวคือถ้าไปลงสนามเลือกตั้งแล้วคนที่มีอำนาจตัวจริงเขากลัวแพ้ อำนาจในการเขียนรัฐธรรมนูญตลอดเวลาที่ผ่านมายุคที่แล้ว คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ตั้งคนมาเขียน ยุคปี 2550 ก็มีการตั้งคนมาเขียน มันไม่เคยมีครั้งที่ประชาชนได้เลือกผู้ร่าง เพราะวันไหนที่ประชาชนได้เลือกผู้ร่างได้โดยตรง ผู้ร่างคนนั้นก็จะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน เพราะฉะนั้นเขาไม่ให้ประชาชนเลือกผู้ร่างก็เพราะเขาไม่อยากคืนอำนาจ เขากลัวว่าวันหนึ่งจะได้คนที่ประชาชนต้องการแล้วไปเขียนรัฐธรรมนูญบอกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน

"วันนี้มีคำถามเยอะแยะ ทำไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ทำไมบทนั้นต้องแตะต้อง แล้วมันเกี่ยวกับปากท้องอย่างไร รัฐธรรมนูญช่วยให้ชีวิตคนดีขึ้นได้อย่างไร คำถามตรงนี้ไม่ต้องมาถามผม ถ้าวันไหนประชาชนได้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ประชาชนก็จะเป็นผู้ตอบในวันนั้นเอง คนที่จะมาสมัครเขาก็จะหาเสียงว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญแบบนั้นแบบนี้ฟังดูแล้วเป็นเรื่องของเรา ฟังดูและประชาชนได้ประโยชน์ ฟังดูแล้วชีวิตของคนจะดีขึ้น คนก็ไปเลือก มันก็จะเดินไปทางนั้น เพราะฉะนั้นคำถามทั้งหมดนี้มันจะตอบในวันที่เรามีการเลือกส.ส.ร.โดยตรงได้จริง"

นายยิ่งชีพ กล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้าเขารวบอำนาจในการเขียนรัฐธรรมนูญไปอยู่ในมือของคนกลุ่มเดียว ซึ่งเป็นกลุ่มเดิม เราก็จะวนอยู่ในลูปแบบนี้ เราได้รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับสั้นๆที่ใช้เพื่อแก้ปัญหาตอบโจทย์ในการกำจัดนักการเมืองบางคนที่เขาไม่ชอบ เราก็จะได้แบบนี้ แล้ววันหนึ่งรัฐธรรมนูญก็จะหมดอายุ เราก็จะกลับมาเขียนใหม่แล้วเขาก็จะยึดอำนาจเหมือนเดิม ความฝันในวันข้างหน้าถ้าเราอยากให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนเกี่ยวข้องกับประชาชน หลีกเลี่ยงไม่ได้ต้องมีการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง โดยประชาชนทุกคนเข้าคูหาได้ เรียกร้องไปยัง สส. สว. พรรคการเมืองทุกท่าน สู้หน่อยครับ อย่าเพิ่งยอม อย่าเพิ่งเห็นด้วย อย่าเพิ่งทำตาม หาทางให้ถึงที่สุด ว่าประชาชนจะเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ถ้าเลือกไม่ได้ ตนคิดว่าก็ยังไม่ต้องร่างเสียเวลา เพราะจะได้รัฐธรรมนูญแปลกๆ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สนธิญา' ยื่นผู้ตรวจการฯ ส่งศาล รธน. ฟันพรรคกล้าธรรม ส่งผู้สมัครมีประวัติจำคุก

“สนธิญา” ร้องผู้ตรวจฯ ชี้ขาด “ธรรมนัส- กก.บห.กล้าธรรม” หลังส่งผู้สมัครขาดคุณสมบัติลงชิงเขต 8 นครศรีธรรมราช ลั่นไม่ได้เตะตัดขาสกัดร่วมรัฐบาล ชี้ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานทุกพรรคเฟ้นหาผู้สมัคร

'ยิ่งชีพ' ปิ๊งไอเดีย ขอให้ศาลเรียก 'อนุทิน' มาเบิกความคดีหมิ่นประมาทในฐานะ 'ผู้รู้เหตุการณ์'

'ยิ่งชีพ' ย้ำอยากให้'อนุทิน'มาเบิกความคดีหมิ่นประมาทด้วยตัวเอง หากมอบให้ตัวแทนที่ไม่รู้เรื่องมาจะไม่มีประโยชน์ต่อคดี ในฐานะจำเลยจะขอให้ศาลออกหมายเรียกพยานที่รู้เหตุการณ์มาเบิกความได้ ชี้คนที่รู้เหตุการณ์ที่สุดคือ 'อนุทิน' นั่นเอง

'ยิ่งชีพ' ท้า 'อนุทิน' มาเบิกความด้วยตนเอง หลังส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาทในคดีฮั้วสว.

'ยิ่งชีพ'ท้า 'อนุทิน' มาเบิกความปรับปรำด้วยตนเอง หลังส่งทนายฟ้องหมิ่นประมาทในคดีฮั้วสว. โวมีสำนวนคดีอยู่เพียบ การพิสูจน์ความจริงง่ายมาก ตรงกันข้ามการที่'อนุทิน' จะพิสูจน์ว่าตนเองพูดไม่จริง เป็นเรื่องยากมาก ถ้าไม่เบิกความเท็จก็ไม่รู้จริงๆ ว่าจะสู้คดีนี้อย่างไร

ปชน. ตัดงบศาลรัฐธรรมนูญ 7.9 ล้าน ใช้ภาษีสร้างเครือข่ายระดับสูง ประชาชนได้อะไร

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ขอตัดลดงบประมาณของศาลรัฐธรรมนูญ ในหลักสูตรอบรมหลักสูตร หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย(นธป.) 7,915,000 บาท เพราะเป็นเงินภาษีประชาชนที่ถูกนำมาใช้สร้างเครือข่ายระดับผู้นำ