‘อดุลย์’ บี้ 'อนุทิน' ยึด MOA เคร่งครัด วอนหนุนร่างนิรโทษฯ

‘อดุลย์’บี้นายกฯอนุทิน ทำตาม MOA อย่างเคร่งครัด เร่งพิสูจน์ผลงานเป็นที่ประจักษ์อย่าให้ประชาชนผิดหวังเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา เตือนอย่าให้เกิดทุจริตคอร์รัปชันจะเกิดวิกฤตศรัทธานักการเมืองซ้ำรอยอีก  วอนหนุนร่างกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองให้มีผลบังคับใช้ก่อนเลือกตั้ง และสร้างอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ตามติครม.30ธ.ค.46ให้แล้วเสร็จ

5 ต.ค. 2568 – นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์  ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ อดีตคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เริ่มบริหารประเทศอย่างสมบูรณ์แล้ว ว่า  แม้รัฐบาลชุดนี้จะเป็นเสียงข้างน้อยหรือเรียกกันว่าเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจมีเวลาแค่4เดือนตาม MOA กับพรรคประชาน แต่ก็เป็นรัฐบาลที่ประชาชนฝากควาวหวังไว้อย่างสูงว่าจะเข้ามาคลี่คลายปัญหาสำคัญของบ้านเมืองได้  โดยเฉพาะปัญหาด้านความมั่นคงที่เกิดข้อพิพาทและสู้รบตามแนวชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา และปัญหาเศรษฐกิจปากท้องที่ตกต่ำมานานซึ่งยังไม่ฟื้น  ส่งผลให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพเดือดร้อนกันถ้วนหน้า อย่างไรก็ตามในระยะเวลาอันจำกัดนี้ หากผู้นำรัฐบาลมีวิสัยทัศน์และมีภาวะผู้นำมีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ก็สามารถพลิกฟื้นสถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้ดีขึ้นได้ จึงต้องเร่งพิสูจน์ผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ อย่าให้ประชาขนผิดหวังเหมือนรัฐบาลชุดที่แล้ว เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเกิดประโยชน์สุขกับทุกภาคส่วนของสังคม

“รัฐบาลต้องปฏิบัติตามMOAอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีการร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง  โดยไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 เด็ดขาด ต้องบริหารบ้านเมืองด้วยความสุจริตโปร่งใส ไม่ให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการหรือนโยบายรัฐที่ซ่อนเร้นอย่างเด็ดขาด เพราะจะเกิดวิกฤตศรัทธาต่อการเมืองเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆมา นโยบายต่างๆต้องยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนจะเกิดความไว้วางใจ ส่งผลต่อการเลือกตั้งครั้งหน้าด้วย และหากสามารถทวงคืนที่ดินหลวงเพื่อประโยชน์ของสาธารณะที่ได้รับพระราชทานจากพ่อหลวง ร. ๕ จะเป็นคุณูปการอันใหญ่หลวงของท่านนายกฯ” นายอดุลย์ กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวด้วยว่า  คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข  สภาผู้แทนราษฎร  ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้วและได้ยื่นร่างกฎหมายให้ประธานสภาฯ  เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และ 3 ให้ทันเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ จะช่วยคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองในช่วง20ปีที่หมักหมมมานาน ขอให้รัฐบาลและทุกฝ่ายการเมืองเร่งผลักดันให้มีผลบังคับใช้ก่อนเลือกตั้ง เพื่อให้บรรยากาศการเมืองเป็นไปตามวิถีทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และสนับสนุนการจัดสร้างอนุสาวรีย์วีรชนและอนุสรณ์สถานเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕   ตามมติครม.เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2546 ให้แล้วเสร็จ ซึ่งภาคประชาชนได้ร่วมกันเรียกร้อง ให้มีการเชิดชูเกียรติจอมราชันย์ ร.๙  (king of King) แต่ถูกเมินเฉยจากรัฐบาล แม้ฝ่ายกองทัพจะเห็นชอบด้วย พร้อมชดใช้ค่าเสียหายแก่ครอบครัวญาติวีรชนผู้เสียหายจากเหตุการณ์พฤษภา’๓๕ ซึ่งเป็นตัวอย่างของการไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเผด็จการ ทั้งนี้ญาติวีรชนฯและคณะ จะขอเข้าพบนายกฯเพื่อหารือเรื่องภาคประชาชนด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สรุปยอด 2 วัน แห่ลงทะเบียน 'ไทยช่วยไทย พลัส' ทะลุ 25 ล้านสิทธิ

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังรัฐบาลเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม

โฆษกรัฐบาล ประมวลผลภารกิจนายกฯเยือนฝรั่งเศส

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ระหว่างวันที่ 22-26 พ.ค. 2569 ไม่ใช่เพียงการเยือน แต่เป็น "working visit" ที่มีเป้าหมายชัดเจนในการปักหมุดประเทศไทยในยุโรป เปิดประตูโอกาสด้านการค้า การลงทุน พลังงาน วัฒนธรรม การศึกษา ความมั่นคง และความร่วมมือระยะยาวกับฝรั่งเศสและภูมิภาคยุโรป

แถลงมติครม. เห็นชอบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' อุ้ม 43 ล้านคน วงเงิน 1.7 แสนล้าน รับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง พร้อมทั้งนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน” ภายหลังผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว