'ชลน่าน' เผยมติคณะทำงาน ชง 2 โมเดล ส.ส.ร. - 2 โมเดล กมธ.ยกร่าง ให้ กมธ.ชุดใหญ่พิจารณา 30 ต.ค. ยึดหลักการมีตัวแทนจังหวัด-บล็อกเสียงข้างมากลากไป คาดสัปดาห์นี้พิจารณาจบได้
29 ต.ค.2568 - นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะคณะทำงานสรุปประเด็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ…. รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดประชุมนัดแรก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีวาระพิจารณาถึงรูปแบบของสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า กรณีของที่มาของ ส.ส.ร. มี 2 แนวทาง คือ 1.ยึดตามรูปแบบที่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอ และรัฐสภาลงมติให้เป็นร่างหลักในการพิจารณา ที่ให้มีสภาที่ปรึกษาการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนนวน 100 คนมาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และ 2.ให้มี ส.ส.ร. 100 คน ซึ่งเป็นหลักการของร่างแก้ไขเพิ่มเติมฉบับของพรรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยขั้นตอนคือการเปิดรับสมัครผู้ที่มีคุณสมบัติแต่ละจังหวัด โดยไม่จำกัดจำนวน จากนั้นส่งให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก ซึ่งในขั้นตอนของรัฐสภาได้คำนึงถึงหลักการของการป้องกันการใช้เสียงข้างมากลากไป โดยสมาชิกรัฐสภาต้องรวมกลุ่มๆ ละ 7 คน เพื่อเลือก สสร. 1 คน ทั้งนี้มีเงื่อนไขให้คำนึงถึงการมีสสร. ที่เป็นตัวแทนจากแต่ละจังหวัดด้วย
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ส่วนรูปแบบของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ มติของคณะทำงานมีแนวทางข้อเสนอ คือ 1.ให้รัฐสภาเป็นผู้เลือก 35 คนโดยเลือกจาก ส.ส.ร. หรือให้รัฐสภาเลือกบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติและความเชี่ยวชาญ 35 คน หรือให้รัฐสภาเลือกจาก ส.ส.ร. 20 คนและบุคคลภายนอก 20 คน และ 2.ไม่ใช้รัฐสภาเลือก แต่ให้สิทธิ ส.ส.ร. เป็นผู้ดำเนินการเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ
“ข้อเสนอที่คณะทำงานพิจารณาเตรียมเสนอเพื่อเป็นทางเลือกให้กมธ.พิจารณาในการประชุมวันที่ 30 ต.ค. ซึ่งขึ้นอยู่กับที่ประชุมจะพิจารณาว่าจะใช้แนวทางใดหรือไม่ รวมไปถึงให้พิจารณาเรื่องเกี่ยวเนื่องว่าจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญล่าสุดหรือไม่ เพราะในข้อเสนอของคณะทำงาน ต้องระบุแนวทางที่มาจากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขฉบับที่ยึดเป็นหลักด้วย” นพ.ชลน่าน กล่าว
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาปรับไทม์ไลน์การทำงานด้วย หลังจากที่ พ.ร.บ.ประชามติฉบับที่ 2 มีผลบังคับใช้ ทำให้มีเวลาทำงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาวาระ 2 ในช่วงวันที่ 20-21 พ.ย. และโหวตวาระ 3 ในวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งทั้ง 2 การประชุมนั้น จะเสนอให้เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ
เมื่อถามว่า แนวทางให้รัฐสภาเลือก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กังวลหรือไม่ว่าอาจถูกโต้แย้งว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ในรายละเอียดนั้นจะกำหนดคุณสมบติไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมต่อการมาทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รวมถึงต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ ดังนั้น ไม่ใช่ว่าเลือกใครก็ได้เข้ามาเป็น ซึ่งในกรณีที่กำหนดให้ ส.ส.ร. เลือกคนนอกก็เช่นกันต้องพิจาณาคุณสมบัติด้วย
เมื่อถามว่า การประชุมของกมธ.ชุดใหญ่ จะสามารถเคาะแนวทางที่เสนอได้ในการประชุมสัปดาห์นี้หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ตนเชื่อว่าจะมีข้อยุติภายในสัปดาห์นี้ เพื่อจะได้พิจารณารายละเอียดในมาตราต่างๆ ได้ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'กรวีร์' กระตุกปม 'สสร.' หวั่นซ้ำรอยประชามติ
“กรวีร์” มองปม สสร.ไม่อยากเห็นการเดินหน้าแก้รธน.แล้วโดนแพ้ฟาล์ว ชี้ความเห็นไม่ใช่คำวินิจฉัยหวั่นซ้ำรอยประชามติ
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
เมื่อ 'ภูมิใจไทย' ถอนชื่อ บททดสอบการแก้รธน.ระหว่าง 'หลักการประชาธิปไตย' กับ 'สมการการเมือง'
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง เมื่อพรรคภูมิใจไทยถอนชื่อ : บททดสอบการแก้รัฐธรรมนูญระหว่าง "หลักการประชาธิปไตย" กับ "สมการการเมือง" มีเนื้อหาดังนี้
'ภราดร' ไม่การันตีภูมิใจไทยจะหนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับเพื่อไทยแก้ไขใหม่ไหม
'ภราดร' ยันไม่กระทบสัมพันธ์ 'ภูมิใจไทย-เพื่อไทย' หลังถอนชื่อหนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุ มีการคุยข้อกังวลกันก่อนแล้ว หวั่นขัดคำวินิจฉัยศาล รธน. ไม่ฟันธง พท.กลับไปแก้ จะร่วมหนุนใหม่หรือไม่
'ยศชนัน' บอกทำเต็มที่ทั้งบริหารชาติ-ดูแลพรรค
'ยศชนัน' ย้ำงานบริหารบ้านเมือง-งานพรรค พท.ทำเต็มที่ เพื่อให้ประเทศก้าวหน้า
จับทาง 'พรรคส้ม' ปลุกกระแสปฏิรูปสถาบัน ดันแก้ไขรธน. เซาะกร่อนบ่อนทำลาย
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า

