กกต.โวพร้อมจัดเลือกตั้งควบประชามติ! ไม่ว่าจะบัตร 3 หรือ 4 ใบ

กกต.ประกาศพร้อมจัดเลือกตั้งควบประชามติ ย้ำหากรัฐบาลกำหนด 29 มี.ค. ขีดเส้นส่งคำถามแรกไม่เกิน 13 ม.ค.2569 และขอเวลาทำงาน 75 วัน 'แสวง' หวังรวมคำถามประชามติในบัตรเดียวประหยัดงบ 55 ล้านบาท

30 ต.ค.2568 - ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงประเด็น “การเตรียมการเลือกตั้ง” ว่า กกต.มีความพร้อมจัดเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป และการออกเสียงทำประชามติไม่ว่าจะทำพร้อมกันหรือไม่ ถ้าจัดพร้อมกันก็ใช้หน่วยเดียวกัน โดยกกต.ขอเวลา 75 วัน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทำความเข้าใจและจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของฝ่ายที่เห็นต่าง แต่ตอนนี้ยังไม่ทราบจำนวนคำถามประชามติ ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารจัดการของ กกต. ทั้งเรื่องจำนวนบัตร กระดานนับคะแนน หากคำถามมาก ก็ใช้กระดานนับคะแนนมาก หากบริหารจัดการดีก็สามารถจัดคำถามให้อยู่ในบัตรเดียวได้ก็จะลดจำนวนกระดานลง อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าจะมีคำถามส่งมาให้กกต.กี่หน้า โดยก็ขอให้พอสมควรเพื่อให้กกต. เกิดความเข้าใจ และใช้เวลาในการจัดพิมพ์ ให้ความรู้แก่ประชาชนในการตัดสินใจ โดยไม่มีการชี้นำ รวมถึงจัดเวทีให้คนเห็นต่างแสดงความเห็นโดยไม่ชี้นำ ซึ่งกกต.จะต้องรับมือ กับการพูดเรื่องประชามติในเวทหาเสียง และพูดหาเสียงบนเวทีประชามติ ซึ่งจะต้องบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้ง ควบคู่กับกฎหมายประชามติ

“กกต.ไม่มีปัญหาในเรื่องการจัดการเลือกตั้ง และทำประชามติ ในคราวดียวกัน แต่ถ้าเป็นไปตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ บอกว่าจะมีการเลือกตั้ง 29 มี.ค.2569 กกต.ต้องการเวลาในการให้ความรู้ และเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าใจในประเด็นที่จะมีการทำประชามติทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ MOU ซึ่งกรอบตามกฎหมายกำหนดให้ทำไม่น้อยกว่า 60 วัน แต่ไม่เกิน 150 วัน ซึ่งหากกำหนดที่ 60 วัน กกต.ก็สามารถทำได้ แต่ค่อนข้างเหนื่อย จึงต้องการเวลา 75 วัน นับย้อนจากวันที่จะเลือกตั้งและประชามติ ในวันที่ 29 มี.ค. 2569” นายแสวง กล่าว

นายแสวง กล่าวต่อว่า ตามข่าวปบายปิดคือ มีการประกาศเจตนามรมณ์ของผู้มีอำนาจว่าจะยุบสภาวันไหน ซึ่งก็ต้องนับย้อนขึ้นมา สภาก็ต้องทำคำถามให้เสร็จย้อนขึ้นมา 4-5 เดือน ประเด็น MOU บอได้เลย เพราะเป็นเรื่องที่ครม. บอกได้เลย ส่วนประเด็นร่างรัฐธรรมนูญยังไม่รู้ว่ามีกี่คำถาม ถามอะไรบ้าง จึงอยู่ที่ว่าจะยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จวันไหน ตอนนี้จึงยังบอกไม่ได้ว่าจะเป็นไปตามเวลาที่กำหนดหรือไม่ ถ้าล่าช้า บริหารไม่ดี เวลาตามกฎหมายที่กำหนดให้จัดเลือกตั้ง กับที่กำหนดให้ทไประชามติมีความเหลื่อมกัน กรณีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อยู่ที่รัฐสภาว่าจะส่งคำถามแรกมาที่ กกต.เมื่อไหร่ หากส่งช้า ก็จะกินระยะเวลา 75 วัน และทำให้การออกเสียงประชามติและการเลือกตั้งสส.ไม่สามารถจัดในวันเดียวกันได้

เลขาฯ กกต. กล่าวว่า ส่วนเรื่องงบประมาณ ไม่ว่าการเลือกตั้ง หรือประชามติต้องใช้เงินแน่นอน งบฯ ที่ตั้งทุกครั้ง จะใช้จ่ายตามหลักการของกฎหมาย เพื่อความโปร่งใส การมีส่วนร่วม การอำนวยความสะดวก เหตุที่งบฯ สูงเพราะมีจำนวนผู้มีสิทธิเพิ่มเป็น 53 ล้านคน จำนวนหน่วยเลือกตั้งต้องหาใหม่ เพราะมีการเพิ่มการทำประชามติควบคู่ไปด้วย โดยจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนหน่วย จากเดิมมี 9 หมื่นหน่วย รวมถึงต้องมีการเพิ่มวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องมีการเพิ่มเติม จึงต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ กปน. รวมแล้วประมาณ 14 คนต่อหน่วย ทั้งนี้ต้องมีการขานคะแนนพร้อมกัน โดยบัตรสีไหนก็ให้หย่อนที่กล่องสีนั้น แต่หากหย่อนบัตรผิดกล่อง ไม่ถึงเป็นบัตรเสีย แต่ถือเป็นบัตรพลัดหลง สามารถนำไปนับคะแนนได้ ทั้งนี้ตั้งเป้าบริหารจัดการให้จบใน 23.00 น. อย่างไรก็ตาม รวมๆ แล้วต้องทำงานนานกว่า 17 ชั่วโมง จึงต้องมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้ด้วย ฉะนั้นโดยสรุปงบฯ กว่า 90% จะลงไปตรงนี้หมด และครั้งนี้กฎหมายให้คนไทยในต่างประเทศออกเสียงประชามติ หากเลือกตั้งพร้อมประชามติ ซึ่งการนับคำแนนนั้นจะแยกกัน โดยบัตรเลือกตั้ง สส. สถานทูตจะต้องส่งกลับมานับที่ประเทศไทย ส่วนบัตรประชามติกฎหมายให้นับที่หน่วยเลือกตั้ง ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศค่อนข้างลำบาก เพราะมีจำนวนคนทำงานที่สถานทูต 30-40 คน เท่านั้น ทั้งนี้จะมีการทดลองทำประชามติ คู่การเลือกตั้ง สส. 2 หน่วยว่าจะมีการบริหารจัดการ การใช้เวลานานแค่ไหน

“ข้อดีการออกเสียงพร้อมกัน คือประหยัดงบฯ แน่นอน ไม่เป็นภาระประชาชนมาวันเดียวก็ได้ออกเสียงไปเลย และอาจจะได้ความชอบธรรมมาด้วย เพราะสถิติการเลือก สส.มีเปอร์เซ็นต์ผู้มาใช้สิทธิ์สูง อย่างครั้งที่แล้วมาใช้สิทธิ์ กว่า 75% ส่วนการเลือกตั้งอย่างอื่น มีผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 60% เท่านั้น” เลขาธิการ กกต. กล่าว และว่า เรื่องการกำหนดวันนั้นยังไม่มีการกำหนด แต่สิ่งที่กกต.ทราบ คือเรามีความพร้อมในการจัดเลือกตั้งพร้อมการทำประชามติ อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะมีความชัดเจน ซึ่งต้องหารือกับนายกฯ อีก 1-2 ครั้ง ส่วนตอนนี้ที่คนพูดกันเพราะว่ามีการทำ MOA ว่าจะมีการยุบสภาในวันนั้นวันนี้เท่านั้นเอง

ทั้งนี้ การเลือกตั้งสส. สามารถลงคะแนนล่วงหน้าได้ และลงนอกเขตได้ ส่วนการออกเสียงทำประชามติ ไม่สามารถออกเสียงล่วงหน้าได้ แต่ประชาชนสามารถออกเสียงนอกเขตได้และต้องทำในวันจริงเท่านั้น ดังนั้น ประชาชนที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศก็ไม่ต้องไปลงคะแนน 2 รอบ หรือกลับภูมิลำเนาแต่อย่างใด

เมื่อถามว่า ที่บอกว่าจะมีการรวบประชามติ 1 ใบ เท่ากับวันนั้นจะมีมีบัตร 3 ใบ คือบัตรลงคะแนน สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติ จากกก่อนหน้านี้บอก 4 ใบ ดังนั้น แนวโน้มป็นอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า เรื่องนี้ยังตอบตอนนี้ไม่ได้ แต่มีเหตุผลของมัน ซึ่งจะให้มีกี่ใบไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เราต้องเอาประชาชนเป็นหลัก คือไม่เพิ่มภาระประชาชน ไม่ทำให้เกิดบัตรเสีย ยกตัวอย่างคำถามประชามติครั้งที่ 1 กับครั้ง 2 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าให้ทำรวมกันได้ กับเรื่อง MOU ก็รวมได้ ซึ่งจะประหยัดงบแน่ๆ กว่า 55 ล้านบาท แต่สิ่งที่จะคิดตามมาคือ ประชาชนจะสับสนหรือไม่ เพราะมีคำถามเยอะ ซึ่งในช่วงการขาน การอ่าน 4 คำถามก็ต้องมี 4 กระดาน ดังนั้นเรากำลังประเมินว่าอะไรจะดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถ้าตามที่กกต.ตั้งกำหนดขอเวลา 75 วัน ในการเผยแพร่ ให้ความรู้ประชาชน เพื่อจัดเลือกตั้งพร้อมลงประชามติ ดังนั้นเท่ากับว่าผู้เกี่ยวข้อง จะต้องส่งประเด็นคำถาม โดยเฉพาะรัฐสภา ต้องส่งคำถามประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับครม. และส่งให้กกต. ก่อนวันที่ 13 ม.ค. 2569 หรืออย่างช้าสุดไม่เกินวันที่ 28 ม.ค.2569 ซึ่งยังอยู่ในกรอบเวลา 60-150 วัน ของกฎหมายประชามติ 2568.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กกต.-กทม.'พร้อมจัดเลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกพัทยา' 28 มิ.ย.

'แสวง' ย้ำ กกต.พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกพัทยา 28 มิ.ย.นี้ ใช้ กปน.มืออาชีพลดผิดพลาด ด้านผอ.กกต.กทม. เผย 6,632 หน่วยเลือกตั้ง กทม.เพิ่มจาก สส. 102 หน่วย ตั้งเป้าคนใช้สิทธิ์ 75%

เลขาฯกกต. แจงความคืบหน้าเลือกตั้งเขต2 สุพรรณบุรี รอผลสอบนับคะแนนไม่ถูก-ไม่สุจริตกันแน่

เลขาฯ กกต. แจงความคืบหน้าเลือกตั้งเขต2 สุพรรณบุรี รอผลสอบนับคะแนนไม่ถูก-ไม่สุจริตกันแน่ ยืนยันรับรองผลช้าไม่มีผลกระทบประชุมสภา

กกต.อ้างไม่ได้ทำMOU กับแบงก์ชาติเลยยังไม่ได้ข้อมูลเบิกเงินสดบิ๊กล็อต!

'แสวง' เผยคุยผู้ว่าแบงก์ชาติแล้ว เตรียมหารือเข้มอีกรอบ รับข้อมูลเบิกเงินสดบิ๊กล็อต สั่งสนง.เฝ้าระวังพื้นที่เป้าหมาย-แข่งขันรุนแรง