เลขาฯเพื่อไทย ยืนยันเลือดหยุดไหลแล้ว โวลั่น 200 เสียงไม่เกินจริง!

1 พฤศจิกายน 25968 - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคเพื่อไทยมีคณะกรรมการบริหารชุดใหม่จะสามารถหยุดเลือดไหลได้หรือไม่ว่า มั่นใจ ตนอยู่พรรคนี้มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทยรู้จักสมาชิกทุกคนไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ วันนี้ทุกคนเห็นได้จากกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่มาจากทุกภาคส่วน สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยเป็นสถาบันทางการเมือง สมาชิกทุกคนมีสิทธิมีเสียง เรากำลังก้าวสู่การเลือกตั้ง

นายประเสริฐ กล่าวว่าส่วนกรณีมีสมาชิกย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่คนที่ยืนอยู่วันนี้ มั่นใจว่าจะไม่มีใครออกไปไหนอีก ทุกคนจะร่วมต่อสู้ในสนามเลือกตั้งครั้งหน้ากับพรรค เพื่อเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนต่อไป และวันนี้เราเปิดกว้างพร้อมรับสมาชิกหน้าใหม่ที่เข้ามาสู่การสรรหาเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย เราจะเฟ้นหาคนที่มีคุณภาพที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้ใช้งาน รวมไปถึงอดีตสมาชิกพรรคที่เว้นว่างทางการเมืองไป หากอยากกลับมาทำงานการเมืองต่อเราเปิดกว้าง

"การแก้ปัญหาที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ เราต้องใช้ทุกสรรพกำลัง มั่นใจว่าด้วยพลังความสามัคคีของสมาชิกพรรคเพื่อไทยวันนี้ เป้าหมายที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.เลือกตั้งพรรคเพื่อไทยวางไว้ที่ 200 เสียงไม่ยากเกินจริง เราจะทำงานอย่างหนักนำความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นตัวตั้งแล้วตีโจทย์ออกมาเป็นนโยบายเพื่อเสนอทางออกให้ประชาชน เชื่อว่าจะได้รับความไว้วางใจเหมือนที่เป็นมา"

ผู้สื่อข่าวถามถึงการทำงานร่วมกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายประเสริฐ กล่าวว่าตนเคยทำงานร่วมกับนายจุลพันธ์มานานเข้าขากันดี และนายจุลพันธ์ เป็นคนมีวิสัยทัศน์ มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจ ที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศในวันนี้ อีกทั้งยังเป็นคนรุ่นกลางของพรรคเพื่อไทย ที่สามารถเชื่อประสานความร่วมมือกับคนทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นรุ่นอาวุโสหรือรุ่นใหม่ จึงเชื่อว่าจะสามารถนำทัพสู้ศึกเลือกตั้งได้ และในฐานะเลขาธิการพรรค ตนจะสนับสนุนการทำงานของกรรมการบริหารชุดนี้อย่างเต็มที่ สนับสนุนการทำงานทุกภาคส่วนของพรรค เพื่อเป้าหมายสำคัญคือการเข้าไปทำหน้าที่แก้ปัญหาที่ประชาชนเจออยู่ให้ผ่านพ้นไปให้ได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา