'เอกราช' เปิดใจเหตุย้ายกลับ 'ภูมิใจไทย' ไม่ใช่สัมภเวสีการเมือง ยันรัก 'ธรรมนัส' เหมือนเดิม

"เอกราช" ขอบคุณ "ลุงป้อม" ให้โอกาสครอบครัว และคณะทำงานได้เป็น ส.ส.แต่สถานการณ์เปลี่ยนทำให้ต้องตัดสินใจย้ายซบภูมิใจไทย แจง ส.ส.ของกลุ่มไม่ใช่สัมพเวสีทางการเมือง ขอกลับบ้านหลังเก่าเคยอยู่ ยืนยันรัก "ธรรมนัส" ไม่แปรเปลี่ยน

19 ก.พ.2565 - ที่ศูนย์ประสานงานเพื่อนเอกราช ริม ถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-อุดรธานี ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่นนายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า การตัดสินใจในวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็ได้ทำตามความตั้งใจตามที่หารือกับนายวัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น เขต 2 และ กลุ่มเพื่อนเอกราช ซึ่งคำว่าเพื่อนเพื่อนไปไหนก็ต้องไปด้วยกันเป็นเรื่องธรรมดา การเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทยถือว่าเป็นการกลับบ้านหลังเก่าที่เราเคยอยู่มาเป็นสัญญาใจกันตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ แล้วถ้าออกจากพลังประชารัฐแล้วก็ขอกลับมาอยู่บ้านหลังเก่าคือพรรคภูมิใจไทยตรงนี้ทางผู้ใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะตอนไปถือว่าไปทำงานกับท่าน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

"ต้องขอบคุณท่าน พล.อ. ประวิตร ชีวิตผมที่ได้เป็น ส.ส. หรือลูกชาย ที่ได้เป็น ส.ส.ก็ได้จากความเมตตาจากท่านซึ่งครอบครัวให้ความเคารพท่านตลอด แต่การออกจากพรรคพลังประชารัฐแล้วจะไปที่ไหนผมตัดสินใจในนาทีสุดท้ายด้วยสถานการณ์บีบบังคับ ผมก็เลยตัดสินใจกลับบ้านหลังเก่าที่เคยอยู่คือพรรคภูมิใจไทย หลังจากวันแรกที่ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐยังมั่นใจว่าจะไปอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะท่านถือว่าเป็นคนที่ผมรู้ใจมากที่สุด และผมก็ให้สัมภาษณ์แบบนั้นมาตลอดเหมือนกัน

แต่หลังจากถูกขับออกมา 2 อาทิตย์กว่า สถานการณ์มันเปลี่ยน เปลี่ยนตรงสภาล่มบ่อย อาทิตย์ 1 ล่ม 2 ครั้งก็มีจึงเริ่มหวั่นไหวจึงได้ถามผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองว่าเป็นอย่างนี้จะอยู่ไปจนหมดวาระหรือไม่หรือจะอยู่ถึงสิ้นปีหรือไม่ หลายคนมั่นใจว่าไม่น่าจะเกินเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และคิดว่าอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นแน่นอน และถ้าอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยแค่ 2-3 เดือน แล้วยุบสภาฯ ผมก็ต้องออกมาอีก ตรงนี้ผมได้รับปากผู้ใหญ่ไว้แล้วทางท่านธรรมนัสก็ทราบว่าถ้าผมไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยผมจะอยู่แบบชั่วคราว

ถ้าอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้น ถ้านายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภาฯ ตอนนี้ถ้าผมไปอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยแล้วไปอยู่พรรคภูมิใจไทย จะดูผมไม่มีจุดยืนเหมือนกับสัมพเวสีทางการเมือง เฉพาะฉะนั้นจึงได้คุยกับลูกชายว่าเราไปในจุดยืนที่เราจะยืนอย่างมั่นคงได้คือกลับไปพรรคภูมิใจไทยตามเจตนารมณ์เดิมที่เคยตั้งใจ และหลังจากย้ายพรรคยังไม่มีการพูดคุยกับท่านธรรมนัส ยังไม่เจอกันเลยแม้แต่ในสภาหรือนอกสภา"

นายเอกราช กล่าวต่ออีกว่า วันนี้เป็นการรีเซ็ตชุดใหม่หัวคะแนนเดิมหรือพรรคพวกเพื่อนฝูงเดิมใครจะอยู่ที่ไหนยังไงก็เป็นอิสระในการตัดสินใจไม่มีบอกว่าทุกคนต้องมาด้วยกันไปด้วยกัน ซึ่งหลายคนก็บอกว่าเอกราชอยู่ไหนก็ไปด้วยกันมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วสมัยอยู่พรรคภูมิใจไทยก็เหมือนกันเพราะเป็นความผูกพันของคำว่าเพื่ิอนมันยิ่งใหญ่กว่าคำว่าพรรค

ดังนั้นเป้าหมายที่วางไว้คือเราทำกิจกรรมการเมืองมาตลอดพบปะพี่น้องประชาชนมาตลอดความเก่าของเราที่มีอยู่คือเราไม่ได้ทิ้งพี่น้องประชาชน เราอยู่กับพื้นที่อยู่กับพี่น้องประชาชนมาโดยตลอดและทุกคนก็ลงพื้นที่ตลาด เราไม่ใช่นักการเมืองที่วิ่งหาพรรคเวลาสมัครหรือยุบสภาฯหรือหมดวาระ เราเตรียมพร้อมตลอดไม่ว่าเราจะอยู่พรรคไหนก็ตามเราเตรียมที่จะเป็นผู้รับใช้ประชาชน อยู่พรรคไหนก็พร้อมพรรคนั้นแต่สำคัญที่สุดก็คือเราเน้นที่ตัวบุคคลทุกคนต้องเป็นดาวฤกษ์ที่จะเปล่งแสงในตัวเองได้ ไม่ต้องไปอาศัยบารมีของพรรคและถ้าหากว่าพรรคไม่มีกระแสเราต้องพร้อมที่จะแบกพรรคไว้ด้วย พร้อมที่จะสร้างกระแสตรงนี้ไว้ด้วย

"การทำงานการเมืองภาคอีสานทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นยังไงยิ่งภาคอีสานตอนบนยิ่งเป็นเมืองหลวงของอีกพรรคเราก็รู้ว่าต้องดำเนินการยังไง วันนี้กลุ่มเพื่อนเอกราช เราพร้อมจะส่งผู้สมัครลงในนามพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมที่จะขับเคลื่อนพรรคภูมิใจไทยในอีสานตอนบนแบบ 100 % ส่วนจะประสบความสำเร็จเท่าไรต้องดูสถานการณ์ในช่วงเวลา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน ตอนนี้ยังไม่มีการเข้าประชุมพรรคเลยไม่อยากจะคาดเดาว่าทางพรรคจะมอบอะไรหรือไม่มอบอะไร แต่เรามีความรับผิดชอบที่จะสนับสนุนและส่งเสริมพรรคให้มากที่สุด ช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของพรรค

พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่พูดแล้วทำและทำได้ด้วยเราคิดว่าเราตัดสินใจถูกต้องที่สุดแล้วเป็นพรรคการเมืองที่ประกาศนโยบายมาแล้วสามารถปฏิบัติได้อย่างนโยบาย กัญชา กัญชง เป็นนโยบายที่ชัดเจน เราจึงตัดสินใจย้ายกลับมาบ้านเก่าของเรา และอีกอย่างที่มั่นใจพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคกลางๆไปหาใหญ่ ไม่ว่าฝ่ายไหนชนะพรรคภูมิใจไทยก็ได้เป็นรัฐบาล"

นายเอกราช กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ กลุ่มเพื่อนเอกราช จะส่งผู้สมัคร 7-8 คน ในเขต จ.ขอนแก่น ,ชัยภูมิ และ จ.หนองบัวลำภู ในนามพรรคภูมิใจไทย เพราะเราคืองานการเมืองขนาดเล็กที่รักกันเหนียวแน่นและต้องการที่จะเป็นรัฐบาลเพราะ ส.ส. ทุกคนเมื่อได้เป็นแล้วพประชาชนเดือดร้อนก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ประสานเอางบเข้ามาพัฒนาพื้นที่ได้ต้องเป็นพรรครัฐบาลเท่านั้น อย่างไรก็ดีก็ต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น เพราะเราอาจจะเป็นเป้าที่สปอร์ตไลค์ส่องเข้ามาทำอะไรก็ตามถ้าไม่ดีจะเป็นภาพที่ติดลบสุ่กลุ่มสู่เป้าหมาย ส่วนเรื่องการสนับสนุนนายกรัฐมนตรีตรงนี้ไม่มีอำนาจที่จะไปตัดสินใจได้ เสนอได้แต่ตัดสินใจไม่ได้เราต้องเคารพการตัดสินใจของมติพรรค พรรคว่ายังไงครอวครัวช่างเหลา และ ทีม ส.ส.ก็ยินดีปฏิบัติตามผู้ใหญ่ของพรรคระบุ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธรรมนัสเฮ! กกต.ปัดตกคำร้องสอบมติขับ 21 ส.ส. พ้นพปชร. เหตุผู้ร้องไม่ครบตามกม.

ที่ประชุมคณะกรรมการ​การเลือกตั้ง​ (กกต.)​มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบตามที่สำนักงานกกต.เสนอไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่นายสมัย รามัญอุดม พร้อมพวกรวม 156 คน และนายถนอม แม่นสอน กับพวกรวม 130 คน ซึ่งอ้างว่าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

'แกนนำเพื่อไทย' สุมหัวตั้งศาลเตี้ยไล่บี้วาระนายกฯ 8 ปี 'ประยุทธ์' ไปได้แล้ว

พรรคเพื่อไทย จัดงานเสวนา “8 ปีประยุทธ์ อยากไปต่อ แต่ต้องพอแค่นี้” มีแกนนำพรรค ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยร่วมเสวนา

“วันวิชิต” เชียร์ “ภูมิใจไทย” ดัน “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน” ชี้ ถึงเวลากระจายภาษีลงท้องถิ่น หมดยุคการพัฒนาแบบกระจุกตัว

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต ให้ความเห็นต่อเรื่องของ “ภาษีบ้านเกิดเมืองนอน” ที่พรรคภูมิใจไทย ประกาศ

ภท.โต้เด็ก ปชป. หมดยุค ส.ส.เสาไฟฟ้า ใครกันแน่ใช้พายุเงิน ประชาชน ไม่มีวันให้มาดูถูกแบบนี้

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 2 พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์

เปิดหนังสือด่วนที่สุด 'ประธานกกต.' ส่งถึง 'ประธานรัฐสภา' กรณีกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า วันนี้ (16ส.ค.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ลงนามในหนังสือด่วนที่สุด