
‘ราเมศ’ ลั่น ปชป.พร้อมถกร่างกฎหมายเลือกตั้ง-พรรคการเมือง ผลักดันเต็มที่ เชื่อสภารับหลักการ ทุกพรรคเห็นพ้องเร่งพิจารณาทันกรอบ รธน.กำหนด
21 ก.พ. 2565 – นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ในส่วนของพรรคได้เตรียมความพร้อมในเรื่องข้อมูลการอภิปรายในวาระแรกอย่างเต็มที่ ในส่วนของร่างแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเลือกตั้ง ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในร่างทั้ง 4 ฉบับ ที่ยังคงมีความแตกต่างกันทั้งฉบับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ฉบับของฝ่ายค้าน ฉบับของฝ่ายรัฐบาล รวมถึงฉบับของพรรคก้าวไกล
ซึ่งการอภิปรายด้วยเหตุด้วยผลก็จะเป็นข้อมูลสำคัญที่จะส่งต่อไปยังวาระสอง ในชั้นคณะกรรมาธิการ ร่างที่ใช้เป็นร่างหลักก็เชื่อว่าจะมีการแปรญัตติหรือมีการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการต่อไป ทั้งในเรื่องบัตรสองใบควรเป็นเบอร์เดียวกันหรือไม่ รวมถึงการคำนวณจำนวน ส.ส. ทั้งหมดก็ต้องว่ากันตามกระบวนการนิติบัญญัติ
นายราเมศ ยังกล่าวถึงร่างแก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองว่า ในส่วนที่เป็นร่างของ กกต. มีการเสนอแก้มาน้อยมากแต่ในส่วนของร่างที่มาจากพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ซึ่งรวมทั้งหมด 6 ฉบับ ก็จะมีความแตกต่างกัน ในส่วนของพรรคซึ่งได้นำเสนอและได้ปรากฏอยู่ในร่างของพรรคร่วมรัฐบาล มีความชัดเจนในเรื่องของการตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดประจำเขตเลือกตั้งหรือสาขากำหนดให้มีเพียงหนึ่งตัวแทนพรรคหรือหนึ่งสาขาแล้วแต่กรณี แต่หากมีพรรคการเมืองใดมีศักยภาพในการตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดหรือสาขาครบทั้ง 400 เขตก็สามารถทำได้ แต่จะต้องมีการแจ้งว่าจะใช้ตัวแทนพรรคหรือสาขาใดเป็นหลักเพียงหนึ่งเดียวในการรับฟังความเห็นจากสมาชิกเพื่อส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
และในส่วนของการทำไพรมารีโหวต ยืนยันว่ายังคงเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้มีการรับฟังเสียงจากสมาชิกพรรคในแต่ละเขตเลือกตั้ง คือเมื่อคณะกรรมการสรรหาคัดเลือกตัวผู้สมัครได้มีการส่งรายชื่อไปยังจังหวัดต่างๆ แล้ว ก็จะมีการเรียกสมาชิกมาประชุมเพื่อที่จะรับฟังความคิดความเห็นในเรื่องผู้สมัคร ส่วนเรื่องเงินบำรุงพรรคก็มีความแตกต่างอยู่พอสมควร ในส่วนของพรรคมีหลักชัดว่าต้องการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับพรรคการเมือง โดยไม่อยากให้มีเรื่องค่าใช้จ่ายมาเป็นอุปสรรคในการเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมือง
ทั้งหมดนี้เชื่อว่าเมื่อผ่านการพิจารณาในวาระที่หนึ่งแล้ว ก็จะมีการนำเหตุและผลที่ได้จากวาระแรกไปถกเถียงกันในชั้นคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นเรื่องปกติอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในชั้นคณะกรรมาธิการก็ได้ แต่จะต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายใต้หลักการและเหตุผลของร่างแต่ละฉบับ
นายราเมศ กล่าวตอนท้ายว่า พรรคจะร่วมในการผลักดันแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญทั้งสองฉบับอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีกฎเกณฑ์กติกาที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเตรียมพร้อมไว้ในการเลือกตั้งที่จะถึง ยังไม่อยากพูดถึงเรื่องการยุบสภาหรือไม่ เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องอำนาจของนายกรัฐมนตรี ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติหน้าที่หลักคือการเร่งผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายลูกตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และเชื่อว่าทุกพรรคการเมืองจะเห็นพ้องต้องกันในการเร่งพิจารณาให้อยู่ภายใต้กรอบระยะเวลาที่รัฐธรรมนูญกำหนด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภท. เอาคืน! จ่อสอบจริยธรรม 'โรม' พ่วงกมธ.ฝ่ายค้าน มติมิชอบเรียก 'อนุทิน'
'สส.ภูมิใจไทย' แท็กทีมค้านมติ กมธ.กฎหมายฯ ชี้ 7 เสียงไม่ครบองค์ประชุม เรียก 'อนุทิน' แจงมิชอบ จ่อส่งสอบจริยธรรมเอาผิด 'โรม-กมธ.ฝ่ายค้าน'
'หมอเอก' ปัด 'น้ำเงินกินรวบ' คาใจแผนส้มเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาค
โฆษกรัฐบาลโต้ 'ระบอบน้ำเงินกินรวบ' ซัดปธ.กมธ.บางคณะเล่นการเมืองมากกว่าทำประโยชน์ คาใจวางแผนเลื่อนซักฟอก เปิดรับเงินบริจาคเข้าพรรค ท้าโชว์ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง
ห๊ะ! Apple แจ้งเตือน 'อภิสิทธิ์' โทรศัพท์โดนเจาะ ด้วยเครื่องมือจารกรรมไซเบอร์ระดับสูง
‘ศิริโชค’ เผยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคำเตือนจาก Apple โทรศัพท์ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเครื่องมือจารกรรมไซเบอร์รับจ้างระดับสูง
ปักธงซักฟอก ม.151 ขอพ่วง 152 เปิดประตูทุกช่อง 'ชำแหละรัฐบาลอนุทิน'
'พริษฐ์' ยัน 'ฝ่ายค้าน' พุ่งเป้าซักฟอก ม.151 ชี้ ม.152 เป็นแค่ตัวเลือก เปิด 3 กลไกใช้เวทีสภาฯ พ.ย. ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
'ปชป.' โอดอย่าด่าความเดือดร้อนคือ 'หิวแสง' ชง2แนวทางป้องกันน้ำท่วมใต้ ไม่ต้องถอดบทเรียนซ้ำซาก
โฆษกปชป. ขออย่าด่าความเดือดร้อนคือ ‘หิวแสง’ ทำเลยไม่ต้อง ’ถอดบทเรียน’ น้ำท่วมใต้ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งเคลมประกันภัยพิบัติ อย่าพลาดแบบคนกรุงเทพฯ
สะกิดฝ่ายค้าน! ปล่อยหมัดน็อกซักฟอกต้น ธ.ค. ดีกว่าชกพร่ำเพรื่อ ม.152
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะฝ่ายค้าน ซักฟอกตามมาตรา 151 ดีกว่า 152

