‘ปลอดประสพ’ คาใจการทำงานของ ‘อนุทิน’ เกทับสู้ตัวเองสมัย สึนามิ-น้ำท่วมใหญ่ภาคกลางไม่ได้  

2 ธ.ค. 2568-  ปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่าน้ำท่วมหาดใหญ่ มีเรื่องค้างคาใจ ผมเป็นรัฐมนตรีที่ผ่านภัยพิบัติใหญ่ที่แสนวิปโยคถึง 2 ครั้งครั้งแรกในปี 2547 เกิดสึนามิถล่ม 6 จังหวัดชายทะเลภาคใต้ มีคนตายมากกว่า 5000 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติเสียครึ่งหนึ่ง จังหวัดที่กระทบกระเทือนมากที่สุดคือพังงา ภูเก็ต และกระบี่ ครั้งนั้นรัฐบาลใช้เวลานานถึง 6 เดือนในการพิสูจน์อัตลักษณ์ รัฐมนตรีทุกคนทำงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จังหวัด กองทัพเรือและตำรวจ ทุ่มเททำงานเต็มที่ ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีด้วยความร่วมมือร่วมใจ เห็นอกเห็นใจกันและจบลงด้วยการจัดตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ(ศตช) และระบบเตือนภัยเกือบทุกชนิด

ครั้งที่สองคือมหาอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 น้ำท่วมนานถึง 3 เดือนบนพื้นที่ 10 จังหวัดของลุ่มน้ำเจ้าพระยา แม้แต่เมืองหลวงของประเทศคือกรุงเทพก็ไม่เว้น กระทบผู้คนถึง 15 ล้านคน ส่วนอุตสาหกรรมนั้น นิคมเกี่ยวกับชิ้นส่วนรถยนต์ถึงกับกระทบการผลิตรถยนต์ไปทั่วโลกเลย รัฐมนตรีทุกคน ทุกกระทรวง ทุกหน่วยราชการ ต่างลงพื้นที่และในที่สุดเราก็ผ่านไปได้ จบลงด้วยเงินกู้ 350,000 ล้านบาท สำหรับการสร้างสิ่งก่อสร้างถาวรป้องกันลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ก็โชคร้าย เพราะเกิดมีทหารที่มีอาวุธเป็นเครื่องมือคือ คสช. ปฏิวัติและยกเลิกโครงการเสียเกือบหมด

มาวันนี้ เกิดน้ำท่วมใหญ่จนถือเป็นประวัติการณ์ 300 ปีที่อำเภอหาดใหญ่ สงขลาและบางพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาส จะว่ากันไปแล้วพื้นที่และจำนวนประชาชนก็ไม่ได้มากมายอะไร และก็ยาวนานเพียง 7 วัน เท่านั้น ผลกระทบก็เกิดกับประชาชนราวๆหนึ่งแสนห้าหมื่นคนของอำเภอหาดใหญ่ และไม่เกินสามแสนคน หากรวมทุกจังหวัด ดังนั้นจึงไม่น่าเกินความสามารถของรัฐบาลเมื่อเทียบกับครั้งก่อนๆ

แต่แปลกมาก ทุกอย่างดูขัดข้องหรือผิดพลาดไปหมด เริ่มแต่ 1) การพยากรณ์การท่วมของน้ำไม่ตรงกับความเป็นจริง 2) การเตือนภัยไม่แม่นยำและไม่ทันการณ์ 3) การสื่อสารกับประชาชนผิดเพราะคนไม่เชื่อ 4)การอพยพผิดเพราะไม่มีการเตรียมการรองรับ 5) การปล่อยให้โจรผู้ร้ายมาปล้นสดมภ์เพราะไม่รู้ตำรวจไปอยู่ที่ไหน ไม่มีเรือและรถอพยพคน ประชาชนเดือดร้อนมากเพราะไม่มีไฟฟ้าและไม่มีน้ำประปา ไม่ป้องกันโรงพยาบาลทำให้ไม่สามารถพยาบาลคนเจ็บได้อย่างเพียงพอและทั่วถึง และที่แย่ที่สุดก็คือ ยังสรุปจำนวนคนตายหรือสูญหายไม่ได้ แม้จะผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว เดี๋ยวนี้ยังเถียงกันอยู่เลยว่า ตายเป็นร้อยหรือเป็นพันกันแน่ ทำให้ผู้คนติติงว่า รัฐบาลมือใหม่ ทำงานไม่เป็น แล้วท่านจะยอมไหมล่ะ ครั้นคนถามก็ปิดไมค์เดินหนีเสียดื้อๆ อย่างนี้ก็มีด้วยหรือ

มาวันนี้ เป็นช่วงของการฟื้นฟูซ่อมแซมเช่น ซ่อมถนนหนทาง ซ่อมไฟฟ้าและน้ำประปา แต่ที่ยากก็คือ ทรัพย์สินอาคารบ้านเรือนของราษฎรซึ่งไม่เกี่ยวกับเงิน 9,000 บาทซึ่งเป็นเงินยังชีพ แต่รัฐบาลกลับไม่มีคำตอบในเรื่องนี้ว่า จะเอายังไงกันแน่ ใครจะเป็นคนทำ และยังมีเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจของประชาชน ซึ่งอาจจะต้องเริ่มที่เงินลงทุนและหนี้สินด้วยซ้ำไป แต่รัฐบาลก็ยังไม่พูด แถมอธิบายว่า กำลังต่อรองกับรัฐมนตรีคลังอยู่ ก็ต้องถามว่า พูดแบบนี้ทำไม แปลว่าอะไร จะประเคนความผิดให้ใครหรือเปล่า

เพื่อความโปร่งใสและไม่ต้องให้ค้างคาใจกัน ผมขอเสนอให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการอิสระทางวิชาการมาศึกษาข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เพื่อบอกความจริงกับประชาชน ส่วนการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเป็นปี ก็ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลแบบเบ็ดเสร็จเสียด้วยจะได้ไม่ต้องโยนกันไปโยนกันมาแบบนี้ ผู้คนเขาเบื่อหน่ายรำคาญ โดยเฉพาะตอนนี้ที่รัฐมนตรีหลายกระทรวงออกมาพูดกันคนละทีสองที.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วันวิชิต' ชี้ไร้ดีลลับ 'หนู-นัส' แค่ส่งสัญญาณการเมืองถึง เพื่อไทย สกัดแตกแถวศึกซักฟอก

ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้ความเห็นกรณีเผยแพร่ภาพรับประทานอาหารค่ำระหว่าง น

สยบรอยร้าว! เพื่อไทยไม่ติดใจ 'หนู' กินข้าวกับ 'นัส' เหตุอัธยาศัยดี ยันซักฟอกโหวตไม่มีแต่แถว

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปรากฏภาพนายอนุ

จตุพร กาง 3 ฉากทัศน์การเมืองเกมงัดข้อ ‘น้ำเงิน-แดง-เขียว’

ประเมิน 3 ฉากทัศน์การเมือง เกมงัดข้อ“น้ำเงิน-แดง-เขียว” คาดเขียวตัวแปร น้ำเงิน-แดง ยืดแย่งแก้เกมพลิกอำนาจกันและกัน เชื่อแดงจะล้มน้ำเงินสำเร็จต้องมัดเขียวให้ได้ ส่วนน้ำเงินไม่ยอมโชว์ข่มกินข้าวกับเขียว สุดท้ายสู้กันไปมาจ่อลงท้ายผสมสีรัฐบาล “น้ำเงิน-แดง-เขียว” ลากกันไป

'พิกุลทอง' ซัดคนขวางนิรโทษกรรมทักษิณ จิตใจต่ำกว่าความเป็นมนุษย์!

‘ก่อแก้ว’ แชร์ข้อความแรง ท่ามกลางกระแสข่าว ‘ทักษิณ’ ยื่นขอนิรโทษกรรม ชี้คนเคยได้รับประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรม