'พล.อ.สวัสดิ์' มอง 'อนุทิน-เอกนิติ' ร่วมเฟรม 'เบน สมิธ' อาจไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมาก่อน ว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรม เชื่อรัฐบาลชัดเจนหากพบเชื่อมโยงสแกมเมอร์จัดการตามกฏหมายอยู่แล้ว
04 ธ.ค.2568 - พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาการปราบปรามสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ ของรัฐบาล ว่าจากที่ติดตามได้เห็นรัฐบาลร่วมแถลง การยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งการดำเนินการของรัฐบาลในสายตาประชาชนทั่วไปอาจดูล่าช้า แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นความรอบคอบ เพราะเป็นความเชื่อถือและเป็นเครดิตของประเทศไทย ดังนั้นหากจะทำอะไรต้องใช้ความรอบคอบ และทำแล้วต้องไม่มีผลกระทบเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมตามมาภายหลัง
พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวต่อว่า กมธ.ทหารฯไม่ได้ติดตามในเรื่องนี้ เพราะเห็นว่ารัฐบาลได้ติดตามแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว แต่การติดตามตรวจสอบยังคงอยู่ในอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา เรื่องการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และตนเห็นว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสนใจ และให้ความสำคัญในเรื่องนี้เป็นการเฉพาะอยู่แล้ว
“แม้อาจจะมองว่ามันช้าไปหรือเปล่า ไม่ทันใจเหมือนเกาหลี อเมริกา แต่ต้องมองว่า เราเป็นประเทศที่ติดกันเราเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจ เป็นประเทศใหญ่ ข้อมูลต่างๆ คิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นความเหมาะสม” พล.อ.สวัสดิ์กล่าว
พล.อ.สวัสดิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการปรากฏภาพถ่ายคนในรัฐบาล ทั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ในเฟรมภาพถ่ายร่วมกับนายเบน สมิธ ว่า จะต้องดู ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้แถลงออกมาชัดเจน แล้วว่าความเชื่อมโยงของผู้ถูกกล่าวหาสแกมเมอร์เกี่ยวพันกับใคร ให้ดำเนินการตามกฎหมาย
”ผมมองว่าการถ่ายภาพร่วมกันในขณะถ่ายนั้น อาจไม่ทราบว่าใครเป็นอะไรอย่างไร ไม่มีโอกาสได้เช็กว่าเบื้องหลังของบุคคลต่างๆเป็นอย่างไรหรือเบื้องหน้ามีปัญหาอะไรหรือไม่ ดังนั้นต้องให้ความเป็นธรรม หากมีความเชื่อมโยงและพบการกระทำผิดร่วม ก็ต้องดำเนินการตามกฏหมาย โดยรัฐบาลมีความชัดเจนในเรื่องนี้อยู่แล้ว“พล.อ.สวัสดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า พอมีภาพปรากฏร่วมเฟรมกับคนในรัฐบาลจะต้องมีการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ พล.อ.สวัสดิ์ กล่าวว่า การชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่ที่รัฐบาล และต้องให้ความเป็นธรรมกับคนที่มีภาพข่าว ตามที่ได้เน้นย้ำว่าการถ่ายภาพในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นอาจไม่ทราบว่าคนหนึ่งคนใดกระทำการใดอยู่ แต่สำคัญที่สุดการดำเนินการหรือพฤติกรรม การสอบสวนเส้นเงิน ชี้ว่าให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ลั่นไม่ไหวไทยเหมือนแดนคาวบอย! สั่งเร่งคุมปืนเป็นเคพีไอวัดผลงาน
นายกฯ เสียงแหบมอบนโยบายมั่นคง สั่งเข้มตั้งด่านตรวจค้นปืน-ยาเสพติดเป็นหลัก อย่าให้มีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ โอดไม่ไหวเหมือนแดนคาวบอย ชี้ผลภารกิจเป็นเคพีไอ
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสร่วมวงชำแหละปมยิงโจรเข้าบ้าน!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ต่อยอดเสน่ห์ปลายจวักไทย! ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น
รัฐบาลต่อยอดเสน่ห์อาหารไทย หลังติดอันดับ 7 ของโลกด้าน 'อาหารที่คนทั่วโลกรัก' เดินหน้า 'The Lost Taste' ปลุก 231 มรดกอาหารถิ่น สร้างมูลค่าวัฒนธรรม–ท่องเที่ยว
นายกฯ ทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
นายกฯ และภริยาเป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ
'อนุทิน' ลั่นจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก!
'อนุทิน' ลั่นห้ามพกปืนทุกคน ใบอนุญาตหมดอายุ สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก เตือนนักการเมืองจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้าน ชี้เจตนารมณ์ ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน
รมว.ยธ.ขานรับนโยบาย 'อนุทิน' กำชับดีเอสไอพกปืนต้องได้ไฟเขียวจากอธิบดีก่อน
รมว.ยุติธรรม กำชับ จนท. ดีเอสไอที่บางส่วนพกปืนได้ ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีก่อน - ส่วนตัวมีปืนที่บ้าน มีใบ ป.4 ถูกต้อง แต่ไม่เคยพก - มองนโยบายนายกฯเป็นเรื่องดี หลังสั่ง จนท.ห้ามพกปืน

