กยท.หั่นเป้ายาง EUDR เหลือ 9 หมื่นตัน ดัน 'Thai Traceability' ยกระดับมาตรฐานยางไทย

ประธานบอร์ด กยท.หนุนเพิ่มกิจกรรมสร้างมาตรฐาน “Thai Traceability” รองรับมาตรฐานสากล พร้อมปรับเป้าปริมาณยาง EUDR จาก 1.3 แสนตัน เหลือ 90,826.85 ตัน ให้สอดคล้องความต้องการซื้อจริง ลดช่องว่างในตลาด มุ่งเพิ่มขีดแข่งขันและสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกร

10 กันยายน 2569 นายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า ตามที่ กยท.ได้ทบทวนโครงการสนับสนุนการดำเนินโครงการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Traceability) ได้มีการปรับลดเป้าหมายปริมาณยาง EUDR ผ่านตลาด จาก 130,800 ตัน เหลือ 90,826.85 ตัน เนื่องจากหากคงเป้าหมายไว้สูงเกินไป จะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างตัวเลขเป้าหมายกับความต้องการซื้อจริงในตลาด

นอกจากนี้ กยท.ยังสนับสนุนให้เพิ่มกิจกรรมสร้างมาตรฐาน Thai Traceability ซึ่งเดิมมีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยประยุกต์ให้ครอบคลุมมาตรฐานสากล และมุ่งไปสู่การประกาศเป็นมาตรฐานระดับชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพยางพาราไทย เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และรองรับข้อกำหนดของมาตรฐานต่างๆ

แนวทางดังกล่าวมุ่งสร้างความสมดุลและความยั่งยืนในการทำสวนยาง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการองค์ประกอบจากกฎหมายและมาตรฐานสากลที่มีอยู่เดิม 4 ด้านหลัก ได้แก่

1.การตรวจสอบย้อนกลับและความถูกต้องตามกฎหมาย สามารถระบุแหล่งที่มาของผลผลิตตั้งแต่แปลงปลูก พร้อมข้อมูล Geolocation และเอกสารที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับ

2.การจัดการสวนยางตามหลักการเกษตรที่ดี (GAP) ครอบคลุมการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย การบันทึกข้อมูล และการจัดการสวนอย่างเป็นระบบ

3.การประเมินและบริหารจัดการความเสี่ยง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สิทธิในที่ดิน และการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อสนับสนุนกระบวนการ Due Diligence ตามแนวทาง EUDR

4.การจัดการสวนยางอย่างยั่งยืน โดยนำหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจจากมาตรฐานสากล เช่น FSC และ Sustainable Natural Rubber (SNR) มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย

ส่วนการบริหารโครงการตรวจสอบย้อนกลับ จะดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลเกษตรกร สมาชิกผู้ขายยาง และข้อมูลแปลงสวนยาง ตามระบบตรวจสอบย้อนกลับและระบบภูมิสารสนเทศ (GIS) ให้ถูกต้องครบถ้วนตามเงื่อนไข EUDR พร้อมปรับปรุงข้อมูลสมาชิกให้เป็นปัจจุบัน และประสานการนำส่งข้อมูลเพื่อดำเนินการขายยางตามเงื่อนไข EUDR

ขณะเดียวกัน กยท.จะให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบยางพารา ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการตรวจสอบย้อนกลับผลผลิตยางพารา (Traceability)

นายเบญจพลระบุว่า โครงการ Traceability จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางของไทย โดยช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ รักษาตลาดส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและตลาดโลก ขณะที่ระบบตรวจสอบย้อนกลับจะช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต ทำให้ยางที่ผ่านระบบมีความต้องการในตลาดและมีโอกาสจำหน่ายได้ในราคาดีกว่ายางทั่วไป ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของยางพาราไทย.

 
 
 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สุริยะ' ห่วงชาวสวนยางน่าน เร่งสำรวจความเสียหาย กยท.ออก 3 มาตรการด่วนช่วยผู้ประสบภัย

“สุริยะ” สั่ง กยท.เร่งสำรวจความเสียหายชาวสวนยางน่าน หลังอุทกภัยกระทบเบื้องต้นราว 3,500 ราย พื้นที่ 35,000 ไร่ ด้าน “วีริศ” ออก 3 มาตรการด่วน พร้อมสนับสนุนปัจจัยยังชีพ และเตรียมพิจารณาสวัสดิการช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย รายละไม่เกิน 3,000 บาท

ประธานบอร์ด กยท. ปักธงองค์กรโปร่งใส เตือนห้ามใช้ตำแหน่งหาประโยชน์ส่วนตน

ประธานบอร์ด กยท. ประกาศนโยบายจริยธรรมและจรรยาบรรณ ย้ำกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง ยึดความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม คำนึงถึงประโยชน์

จับตาเอลนีโญส่งสัญญาณบวก...กระตุ้นราคายางปลายปี 2569-ต้นปี 2570

ปี 2569 ราคายางได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นสุงสุดในรอบ 14 ปี โดยราคายางแผนรมควันชั้น 3 ณ ตลาดกลางยางพารา

กยท. เฝ้าระวังโรคใบจุดกลมระบาดในสวนยางฤดูฝน เตรียมความพร้อมรับมือเอลนีโญ

กยท. เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคใบจุดกลมในสวนยางในช่วงฤดูฝน ย้ำ!! ปีนี้ราคายางดี ต้องหมั่นสำรวจดูแลรักษาสวนยาง หนุนใช้น้ำหมักปลาหมอคางดำ-น้ำนมดิบ ช่วยดินร่วนซุย ต้นยางแข็งแรงเพิ่มปริมาณน้ำยาง พร้อมแนะกักเก็บน้ำสำรองเพื่อรับมือ "เอลนีโญ" ที่ทำให้ฝนตกน้อย สวนยางอาจขาดแคลนน้ำได้

รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท

รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง

กยท.พลิกวิกฤตปุ๋ยแพงเป็นโอกาสขยายผลสวนยางอินทรีย์ เร่งส่งเสริมเพิ่มการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำร่วมปุ๋ยเคมีเพิ่มผลผลิตลดต้นทุน

กยท. ผลิกวิกฤตปุ๋ยเคมีแพงเป็นโอกาส เร่งส่งเสริมและสนับสนุนสวนยางพาราใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำหมักปลาหมอคางดำและน้ำนมดิบ หลังผ่านการขึ้นทะเบียนรับรองเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ร่วมกับปุ๋ยเคมี ตามนโยบาย 70:30 ของกระทรวงเกษตรฯ หวังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยืนยันไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นยาง พร้อมขยายผลขับเคลื่อนสวนยางอินทรีย์รองรับเทรนด์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เดินหน้าจับมือชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ผลิตปุ๋ยอินทรีย์น้ำแก้ปัญหาน้ำล้นตลาดอย่างยั่งยืน