'กรณ์' ชี้เช็คช่วยชาติ 'ปชป.' ต่างจากสุ่มแจกเงินล้านเพื่อไทย แจงเป็นมาตรการแก้ศก. ไม่ใช่หาเสียง

26 ม.ค.2569- นายกรณ์ จาติกวณิช ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และแคนดิเดตนายกฯของพรรค โพสต์เฟซบุ๊กกรณี “เช็คช่วยชาติ” ของพรรคประชาธิปัตย์ หลังมีข้อสงสัยและการตั้งคำถามว่า เหตุใดนโยบายเช็คช่วยชาติของพรรคประชาธิปัตย์จึงสามารถดำเนินการได้ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์กลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศหาเสียงด้วยการสุ่มแจกเงินรางวัลหลักล้านบาท

นายกรณ์ ระบุว่า นโยบายเช็คช่วยชาติของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่มีข้อสรุปชัดเจนมานานแล้วในเชิงผลลัพธ์เชิงบวกต่อการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจปี 2552 และเป็นมาตรการที่ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตนได้รับรางวัล Global Finance Minister of the Year พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การนำเช็คช่วยชาติมาเปรียบเทียบกับนโยบายสุ่มแจกเงินล้านของพรรคเพื่อไทย เป็นการโต้กลับที่ไม่ได้ทำการบ้าน

“สถานการณ์ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลขณะนั้นประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจที่ลุกลามมาจากสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ โดยรัฐบาลประชาธิปัตย์เข้ามารับช่วงต่อจากรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่ามกลางสภาวะเงินคงคลังติดลบ หน่วยงานราชการรายงานว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงถึงขั้นถูก Shutdown เนื่องจากไม่สามารถหาเงินมาปิดหีบเงินคงคลังได้เพียงพอ  รัฐบาลในขณะนั้นจึงออกหลายมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการเช็คช่วยชาติ มูลค่า 2,000 บาท ให้แก่ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม มีผู้ได้รับสิทธิ์มากกว่า 10 ล้านคน แตกต่างจากนโยบายสุ่มแจกเงินของพรรคเพื่อไทย ซึ่งผู้ที่จะได้รับเงินล้านต้องอาศัยการสุ่มหรือ ดวง โดยมีคนไทยเพียง 3,285 คน หรือคิดเป็น 0.005% ของประชากร ที่จะได้รับเงินดังกล่าว”

นายกรณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายดังกล่าวของพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการแยกแยะระหว่างคนรวยหรือคนจน ไม่ได้พิจารณาว่าใครกำลังเดือดร้อน และยังมีคำถามเรื่องความโปร่งใสของกระบวนการสุ่มว่า จะดำเนินการอย่างไร และประชาชนทั่วไปจะมีโอกาสได้รับรางวัลจริงหรือไม่

“โครงการเช็คช่วยชาติ ไม่เคยเป็นนโยบายที่ประกาศเพื่อการหาเสียง แต่เป็นนโยบายที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า เช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่งในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะที่นโยบายสุ่มแจกเงินล้านของพรรคเพื่อไทยเป็นการประกาศในช่วงหาเสียงโดยมุ่งหวังคะแนนนิยมโดยตรง และที่ผ่านมาไม่นาน พรรคเพื่อไทยเคยประกาศนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง สะท้อนให้เห็นถึงการขาดการศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติก่อนนำมาใช้หาเสียง”

 นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเกิดการหมุนเวียนอย่างแท้จริง และสามารถฟื้นตัวจนมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมมากกว่า 7.5% ภายในสิ้นปี ทำให้ประชาชนค้าขายคล่องตัวมากขึ้น

“เรื่องนี้เป็นข่าวไปทั่วโลก และผมขอเรียนว่า Big Data จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย หากอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์ไม่เป็น”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'น้ำเงิน' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เลอะเทอะ ตกเลขนับเก้าอี้ สส. ให้ได้ก่อน

'ธนกร' เย้ย 'ดีลลับแดง-เขียว' เปลี่ยนนายกฯ ตกคณิตศาสตร์ ชี้ปูดข่าวทั้งทีลองนับเลขเก้าอี้ สส. ก่อน ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลยังแน่นปึ้ก

'สุริยะ' มั่นใจ 'ภท.' รับมือได้ หลังไอลอว์กระหน่ำคดีฮั้ว สว. ยันไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

สุริยะเชื่อประเด็นการฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ควรจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณา มั่นใจไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาล

รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง

จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน

'กรณ์' ฉายภาพวิกฤตศก.ไทย-โลก เตือนไม่รื้อโครงสร้างงบประมาณ ปีหน้าไทยอาจเสี่ยงไร้เงินใช้จ่าย

‘กรณ์’ ฉายภาพวิกฤตเศรษฐกิจไทย-โลก สะท้อนปัญหาสังคมสูงวัย-เด็กเกิดน้อย-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เตือนหากไม่รื้อโครงสร้างงบประมาณ ปีหน้าไทยอาจเสี่ยงไร้เงินจ่าย หนุนสังคายนางบฯ และปฏิรูปการเมืองด่วน