'อนุทิน' ร่วมงานวันเกิด 'สุวัจน์' ทำบุญเลี้ยงพระวัดไตรมิตร อวยพรกลับให้เป็นนายกฯ 4 ปี

"อนุทิน" ร่วมพิธีทำบุญวันเกิด "สุวัจน์" อายุครบ 71 ปี มีครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดร่วมทำบุญเลี้ยงพระที่วัดไตรมิตร พร้อมเข้ากราบนมัสการ "เจ้าคุณธงชัย" ด้าน "สุวัจน์" อวยพรกลับขอให้ "อนุทิน" บริหารประเทศได้สำเร็จจนครบวาระ 4 ปี

9 กุมภาพันธ์ 2569 -เมื่อเวลา 10.30 น. นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี จัดพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 71 ปี ที่วัดไตรมิตรวิทยาราม โดยมีครอบครัวและบุคคลใกล้ชิดร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง ในพิธีได้มีการนิมนต์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และกรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมด้วย สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และกรรมการมหาเถรสมาคม โดยมีการทำบุญเลี้ยงพระเพลพระสงฆ์ของวัดไตรมิตรฯ รวม 40 รูป

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมอวยพรวันเกิดนายสุวัจน์ พร้อมเข้ากราบนมัสการสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) พร้อมขึ้นกราบ พระพุทธมหาสุวรร ปฏิมากร (หรือหลวงพ่อทองคำ) เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายอนุทิน กล่าวว่า เดินทางมาอวยพรวันเกิดเจ้านายด้วยความเคารพ พร้อมร่วมเป่าเค้กวันเกิด ขณะที่นายสุวัจน์ ได้กล่าวอวยพรกลับ ขอให้นายอนุทินสามารถบริหารประเทศได้สำเร็จ และดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี

จากนั้น นายอนุทิน ได้เข้ากราบคุณย่าจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ เพื่อขอพรอย่างอบอุ่น ก่อนรับประทานอาหารร่วมกัน โดยนายอนุทิน กล่าวว่า "ตั้งใจมารับประทานห่อหมกฝีมือคุณย่าเป็นพิเศษ"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ - ภริยา ร่วมงานวันชาติสหรัฐฯ สะท้อนสัมพันธ์แน่นแฟ้น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา พร้อมด้วยนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง เนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2569 และครบรอบ 250 ปี การประกาศเอกราชของสหรัฐอเมริกา

นายกฯ ปัดตอบมั่นใจอยู่ครบ 4 ปีหรือไม่ บอกทำให้ดีที่สุด

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประเมินผลงานรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ได้แจ้งในที่ประชุมครม.หรือไม่ว่า ไม่ได้บอก มันเป็นสิทธิของตน ถ้าจะทำก็ทำเลย ไม่ได้หมายถึงอะไรทั้งนั้น ความแตกต่างของการเป็นนายกฯก็ตรงนี้แหละ