กองทัพฝากคุยกับจีน นายกฯผนึกบก.ทท.กระชับข้อมูลก่อนพบ‘สีจิ้นผิง’

“อนุทิน” ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย กระชับข้อมูลด้านความมั่นคงก่อนบินจีน ชื่นชมจีนมหามิตรหนุนไทยทุกเรื่อง ระบุ “กองทัพ” ฝากเรื่องไปคุยกับ “สี จิ้นผิง” ชี้ไม่ปิดกั้นหากอยากเป็นคนกลางเจรจาไทย-กัมพูชา เผย "รมว.กลาโหมจีน" เยือนไทยสัปดาห์หน้า

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเป้าหมายการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.ว่า การเดินทางเยือนจีนครั้งนี้ไปร่วมการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ.2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ และไปเปิดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่นครเฉิงตู โอกาสนี้ รัฐบาลจีนได้ขอให้ตนเยือนนครปักกิ่งอย่างเป็นทางการ โดยจะได้หารือทวิภาคีกับนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนจะได้พบกันอีกในหลายเวที ทั้งการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) และประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) เรื่องเอไอ เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และดูว่าจะให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างไรบ้าง ในงานครั้งนี้มีการกล่าวสุนทรพจน์และพบปะผู้ประกอบการด้านเอไอรายใหญ่ และทำสินค้าประเภทเทคโนโลยีดูว่าเขาจะใช้ประเทศไทยเป็นฐานอะไรสำหรับเขาได้บ้าง และเป็นดาต้าเซ็นเตอร์และฐานการผลิตได้หรือไม่

นายอนุทินกล่าวว่า นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะให้ตนและคณะเข้าไปหารือที่นครเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 17 ก.ค.ช่วงบ่าย เป็นโอกาสที่ดีที่จะไปสรุปสิ่งที่ได้หารือตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เยือน เขาก็ซื้อข้าวเรา เราก็จะไปขอให้เขาสนับสนุนเราทั้งมิติการค้า การลงทุน มิติความมั่นคง การปราบปรามผู้กระทำผิดทางกฎหมาย ซึ่งทุกอย่างมีความคืบหน้ามาโดยตลอด ประเทศจีนเป็นมหามิตรที่ให้การสนับสนุนประเทศไทยทุกครั้ง ไม่ว่าจะร้องขอหรือไม่ร้องขอ เราก็ต้องพูดหลายเรื่องที่เป็นทั้งความอ่อนไหว ความมั่นคง เรื่องการปราบปรามทุจริต อาชญากรรมผิดกฎหมายและเรื่องการค้าด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ มีเป้าหมายสำคัญในการเจรจากับผู้ประกอบการรายใหญ่ของจีน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และฐานผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ โดยวันศุกร์ที่ 17 ก.ค.2569 นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเข้าร่วมและกล่าวถ้อยแถลงในพิธีเปิดการประชุมปัญญาประดิษฐ์โลก ค.ศ.2026 รวมถึงพบปะหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในวันเดียวกัน คณะของนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปเยี่ยมชมนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สำนักงานใหญ่บริษัท AgiBot ก่อนเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ในวันเสาร์ที่ 18 ก.ค.2569 คณะของนายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังนครเฉิงตู มณฑลเสฉวน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุน โดยจะเข้าร่วมกิจกรรมพบปะหารือกับภาคเอกชนไทย และเป็นประธานเปิดงานสัมมนาการลงทุน "Thailand-China (Sichuan) Investment and Economic Forum 2026" พร้อมเปิดสำนักงานฝ่ายการลงทุนประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครเฉิงตู ไฮไลต์สำคัญคือการเปิดโต๊ะหารือแบบตัวต่อตัวกับผู้บริหารระดับสูงจาก 6 บริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของจีน ได้แก่ Xiaomi, ChangAn Automobile, InnoLight Technology, Eoptolink Technology, สายการบิน China Sichuan Airlines และ Meituan ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง ซึ่งจัดโดยเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลเสฉวน

วันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.2569 คณะของนายกรัฐมนตรีจะเดินทางต่อไปยังกรุงปักกิ่ง โดยจะเข้าเยี่ยมชมศูนย์นวัตกรรมและหารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด และร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติ ซึ่งมีเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง เป็นเจ้าภาพ ก่อนเข้าสู่กำหนดการระดับรัฐพิธีในวันจันทร์ที่ 20 ก.ค.2569 ซึ่งเริ่มต้นภารกิจสำคัญตั้งแต่ช่วงเช้าด้วยการวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชน จัตุรัสเทียนอันเหมิน จากนั้นจะเข้าพบหารือกับประธานสภาประชาชนแห่งชาติจีน และเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ พร้อมตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนจะเปิดการหารือทวิภาคีเต็มคณะ (Plenary) กับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ มหาศาลาประชาชน

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและรับรองเอกสารสำคัญรวม 6 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2569 ได้มีมติเห็นชอบไว้แล้ว เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย บันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทาน มุ่งเน้นเศรษฐกิจดิจิทัล ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอุตสาหกรรมสีเขียว, MOU ด้านการบังคับใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในตลาดปกติและแพลตฟอร์มออนไลน์, MOU ด้านความร่วมมือชั่งตวงวัด เพื่อยกระดับมาตรฐานภาคเกษตรและเศรษฐกิจดิจิทัล, MOU ด้านการศึกษาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนอย่างมั่นคงปลอดภัย, พิธีสารว่าด้วยข้อกำหนดการกักกันและสุขลักษณะสำหรับสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภค เพื่ออำนวยความสะดวกการส่งออกของไทย และร่างถ้อยแถลงร่วมเพื่อกระชับหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทางการระดับประเทศ ในวันเดียวกัน คณะของนายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการไปเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่พร้อมหารือกับผู้บริหารของ Alibaba Group รวมถึงเยี่ยมชมสำนักงาน CP Center ในกรุงปักกิ่ง

ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และคณะ ตรวจเยี่ยมกองทัพไทย พร้อมเน้นย้ำ 6 นโยบายสำคัญ เช่น การเสริมความพร้อมของกองทัพ พัฒนาศักยภาพกำลังพลและจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยและเพียงพอ เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ การยกระดับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน โดยใช้ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดนในการประสานงานทุกหน่วยงาน ด้านการบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชน บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานในพื้นที่

ด้านการขับเคลื่อนนโยบายการบรรจุทหารอาสาเข้าประจำการ ขอให้ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ด้านการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยใช้ศูนย์บูรณาการด้านความมั่นคงชายแดน (ศบค.ชด.) เป็นแกนหลักในการประสานการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การค้ามนุษย์ และยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงการมาตรวจเยี่ยม บก.ทท.ว่า ได้พบปะหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพครบทุกท่าน พร้อมทั้งหารือเรื่องที่ตนจะเดินทางไปเยือนจีนระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค. ว่ามีเรื่องอะไรที่จะฝากไปคุยหรือไม่ เพราะตนเองไป มีทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคมและเรื่องความมั่นคงด้วย ส่วนจะประเด็นใดนั้นเป็นเรื่องของความมั่นคง ไม่สามารถนำมาพูดเปิดเผย เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยเรื่องการสนับสนุนอาวุธยุทโธปกรณ์ในการปกป้องชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องความมั่นคง และไม่สามารถพูดในที่สาธารณะได้

ส่วนหากมีโอกาสจะเปิดอกพูดคุยกับผู้นำจีนเรื่องชายแดนด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประเทศจีนเป็นมหามิตร สนับสนุนเกื้อกูล พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ทั้งนี้ ได้รับทราบว่าในสัปดาห์หน้า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจีนจะมาเยือนไทย ก็คงจะได้มีการพูดคุยกัน ส่วนกรณีที่จีนเคยมีท่าทีที่อยากเป็นคนกลางในการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น นายอนุทินกล่าวว่า เราก็ไม่ปิดกั้น

นายอนุทินยังกล่าวว่า ได้พบกับ ผบ.เหล่าทัพเป็นประจำอยู่แล้ว ผู้บัญชาการทหารสูงสุดก็ให้เกียรติเชิญตนมารับฟังข้อมูล ซึ่งเหมือนรัฐบาลมารับฟังและอัปเดตเรื่องความมั่นคงกับกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ เมื่อถามว่า ดูเหมือนนายกฯ จะขยับเข้าหาและใกล้ชิดกองทัพมากขึ้น นายอนุทินถามกลับว่า ใกล้ชิดแปลว่าอย่างไร พร้อมตอบว่า ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว ซึ่งกองทัพก็คือส่วนหนึ่งของรัฐบาล ไม่มีการขยับเข้าขยับออก โดยรัฐบาลทำเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข การศึกษา และความมั่นคง ที่เป็นหนึ่งในภารกิจหลักของการบริหารราชการแผ่นดิน

เมื่อถามย้ำว่า เป็นยุคที่ให้อิสระกองทัพทั้งเรื่องทำนโยบายและแต่งตั้งโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ทำไมต้องบอกว่าให้อิสระ เราต่างคนต่างมีเป้าหมาย มีเจตนารมณ์เดียวกัน หลักก็คืออธิปไตยของไทย ต้องปกป้องรักษาให้สุดความสามารถ ผืนแผ่นดินไทยหนึ่งตารางนิ้วเดียว ใครก็เอาไปไม่ได้ และความปลอดภัยของประชาชนเป็นเป้าหมาย ใครจะทำให้ประชาชนคนไทยได้รับความเดือดร้อนจากต่างชาติไม่ได้

ด้าน พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ห่วงใยอะไร แต่เป็นการอัปเดตสถานการณ์ ส่วนในประเด็นชายแดน นายกรัฐมนตรีไม่ได้ย้ำอะไรเพิ่มเติม แต่เป็นนโยบาย 5 ข้อที่พูดถึงเรื่องของความพร้อม โดยได้สรุปให้นายกรัฐมนตรีทราบว่าเรามีการอัปเดตสถานการณ์เป็นระยะ วันนี้เป็นการพบกันอย่างเป็นทางการ ครบทุกเหล่าทัพ ให้เป็นกิจจะลักษณะ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการไปพบปะพูดคุยกันเป็นครั้งๆ วันนี้จึงเป็นการนำข้อมูลที่เคยคุยกันอย่างไม่เป็นทางการมาพูดคุยกันอย่างกระชับมากขึ้น ทำให้กลายเป็นข้อมูลที่ชัดเจน

เมื่อถามว่า นายกฯ พึงพอใจกับการเตรียมพร้อมและแผนรับมือต่างๆ ของกองทัพหรือไม่ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดยิ้มและตอบว่า "ไม่บอก"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่นายอนุทินเสร็จสิ้นการตรวจเยี่ยม บก.ทท. และประชุมหารือกับผู้นำเหล่าทัพ ได้ร่วมงานเลี้ยงรับรองอาหารกลางวันกับบรรดาผู้นำเหล่าทัพ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้โชว์เป่าแซ็กโซโฟนในบทเพลงพระราชนิพนธ์ “แผ่นดินของเรา” บนโต๊ะอาหารต่อหน้าผู้นำเหล่าทัพและปลัดกระทรวงกลาโหม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง