พรุ่งนี้ปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน รมว.พลังงาน เผยพร้อมปรับสูตรดีเซล B7 เริ่ม 14 มี.ค.นี้ ขยายเวลาตรึง LPG ต่ออีก 2 เดือน พร้อมเสนอมาตรการประหยัดพลังงานเข้า ครม. “ปรับแอร์-WFH-ไม่สวมสูท” ด้าน “ปลัดพาณิชย์” เผยยังไม่มีผู้ประกอบการยื่นขอขึ้นราคาสินค้า หากพบจำหน่ายราคาไม่เป็นธรรม-กักตุน โทษจำคุก 7 ปี ปรับ1.4แสนบาท
9 มีนาคม 2569 - เมื่อเวลา 17.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม แถลงภายหลังการประชุมมาตรการพลังงาน ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุม ว่า มาตรการต่างๆเกี่ยวกับราคาของน้ำมันไม่ว่าจะเป็นเบนซิน ดีเซล แอลพีจี และแอลเอ็นจี ที่ประชาชนอาจกำลังเกิดความกังวลว่าหลังจากที่กระทรวงพลังงานได้มีการประกาศไปแล้วเมื่อ 3 วันที่แล้วว่าน้ำมันเราสามารถเติมได้ถึง 95 วันนั้น โดยวันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรี กระทรวงพลังงาน ศบก. ได้มีการประชุมกัน ซึ่งมีข้อสรุปในแนวทางต่างๆ ว่าเราจะหาสิ่งต่างๆ ที่จะมาเสริมหากน้ำมันดิบไม่สามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุซได้ เราจะมีน้ำมันจากแหล่งไหนที่จะมาเติม ในส่วนของประเทศไทยจะสามารถนำไบโอดีเซล หรือเอทานอลมาผสมเพื่อเป็นการยืดระยะเวลาได้อย่างไร ซึ่งปัจจุบันเราผสมอยู่แล้ว แต่หากเกิดวิกฤติมากกว่านี้เราจะสามารถผสมได้เพิ่มกี่เปอร์เซ็นต์
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการตรึงราคาน้ำมัน นายกรัฐมนตรีได้มีการประกาศ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. เราจะตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นระยะเวลา 15 วัน ซึ่งขณะนี้ผ่านไปแล้ว 9-10 วัน ก็จะมีการตรึงราคาไปอีก 5-6 วัน ในส่วนของน้ำมันเบนซินที่ไม่มีการพูดถึงการตรึงราคา ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีการนำเงินกองทุนมาซับพอร์ตเราจึงยังไม่มีการขึ้นราคา แต่จากสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังไม่มีข้อยุติ จากที่เราตรึงราคาน้ำมันเบนซินอาจจะมีการประกาศ เพื่อขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน โดยจะเป็นการขึ้นทีละสเต็ป ไม่ใช่ขึ้นทีเดียวครั้งละ 2 บาท 3 บาท 4 บาท แต่เราจะขึ้นตามกลไกของ ปตท.
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันเราเห็นความตื่นตระหนกของผู้ใช้น้ำมันที่ไปต่อแถวตามปั้มน้ำมันอย่างมากมาย ขอแจ้งให้ทราบว่า น้ำมันเราไม่ได้ขาด ก็ขอให้กลับสู่สภาวะปกติได้ สิ่งทุกคนกังวลว่าน้ำมันจะหมด สต๊อกไม่มี ตนและรมว.พลังงานขอยืนยันว่าน้ำมันเราไม่ช็อตแน่ เราจะมีการหาจากแหล่งใหม่ๆ เข้ามาเติมเต็มตลอดเวลา
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันทำให้เกิดความโกลาหลในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งขอชี้แจงว่า ก่อนหน้านี้ในส่วนของภาคอุตสาหกรรมไม่ได้ไปซื้อน้ำมันจากสถานีบริการ เป็นการซื้อจากผู้ที่ซื้อมาขายไปจากจ๊อบเบอร์ของบริษัทต่างๆ ทั้งนี้ขอฝากมายังภาคอุตสาหกรรม หากท่านซื้อน้ำมันจากบริษัทไหน ขอให้รวบรวมบิลย้อนหลัง 2 เดือนไปแจ้งกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด หรือทางพลังงานจังหวัด เพื่อไปขอซื้อน้ำมันจากบริษัทแม่ ตามราคาที่กระทรวงพลังงานประกาศได้ ไม่เช่นนั้นจะเจอราคาที่ลอยตัว ซึ่งปัจจุบันพบว่าเจอราคาที่แพงกว่าตามที่ประกาศไว้
ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงความคืบหน้ามาตรการดูแลราคาพลังงานจากผลกระทบสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศว่า ในส่วนของการดูแลราคาน้ำมันที่ผ่านมานั้นรัฐบาลได้ใช้เงินกองทุนเข้าไปช่วยเหลือราคาน้ำมันทั้งดีเซล และเบนซิน แต่จากสถานการณ์ในตลาดโลกที่ราคาปรับสูงขึ้นตอนนี้การดูแลราคาน้ำมันเบนซินจะเป็นการดูแลราคาแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นทำให้ราคาขายปลักอาจมีการขยับราคาขึ้นบ้างตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตามจะเน้นการทยอยปรับ ไม่ให้ราคากระชาก แต่จะใช้การทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดแทนเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีข้อสรุปในการใช้ส่วนของผสมของน้ำมันไบโอดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7% (B7) แทน น้ำมันไบโอดีเซล B5 โดยเริ่ม 14 มี.ค. นี้ ซึ่งในส่วนนี้มีความพร้อมในเรื่องของวัตถุดิบที่เป็นน้ำมันปาล์มดิบที่จะนำมาผสม
นายอรรถพล กล่าวว่า ในส่วนของน้ำมันเบนซิน รัฐบาลจะสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 โดยทำให้ราคาถูกลง เพื่อลดการใช้น้ำมันฟอสซิลและยืดระยะเวลาสำรองน้ำมัน กระทรวงพลังงานจะปรับให้ E20 มีราคาถูกกว่า E10 เพิ่มขึ้นเป็น 3 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ต่างกัน 2 บาท เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ E20 มากขึ้น ส่วนน้ำมัน E85 จะยังมีการสนับสนุนการใช้ต่อไปซึ่งจะช่วยทั้งประหยัดเงินในกระเป๋าและสนับสนุนเกษตรกรไทยด้วย
นอกจากนี้รัฐบาลยังจะขยายเวลาตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) อีก 2 เดือนจากเดิมที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมนี้ เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน จนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าราคาจะไม่ปรับสูงขึ้นในช่วงนี้
นายอรรถพล กล่าวว่า นอกจากนี้กระทรวงพลังงานจะเสนอมาตรการประหยัดพลังงานเข้าที่ประชุม ครม. พรุ่งนี้ โดยมุ่งเน้นขอความร่วมมือจากหน่วยงานราชการเป็นลำดับแรก เช่น การตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26-27 องศาฯ การแต่งกายแบบไม่สวมสูทหรือผูกไทก์ การปิดไฟเมื่อไม่จำเป็น รวมถึงการส่งเสริมมาตรการ Work from Home และการประชุมออนไลน์เพื่อลดการเดินทาง สำหรับภาคประชาชนจะยังเป็นขั้นของการรณรงค์และขอความร่วมมือ ก่อนจะพิจารณามาตรการบังคับตามความเหมาะสมของสถานการณ์ราคาในอนาคต
นายอรรถพล ยังตอบคำถามเกี่ยวกับสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพิลงว่าปัจจุบันเริ่มติดลบเล็กน้อย หลังจากที่เคยเป็นบวกอยู่ประมาณกว่า 2,000 ล้านบาทก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์โดยมีการหารือเรื่องการออก พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ สำหรับนำมาใช้เป็นวงเงินเสริมในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน โดยได้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้โดยมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งเลขาฯคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว
นายอรรถพล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในการจัดหาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤต โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งระงับการส่งออกน้ำมันไปยังต่างประเทศ ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมาร์ และประกาศให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณสำรองตามกฎหมายจาก 1% เป็น 3% โดยจะทยอยปรับขึ้นเป็น 1.5% ในสิ้นเดือนมีนาคม และครบ 3% ในสิ้นเดือนเมษายน ซึ่งจะช่วยยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันในประเทศออกไปได้อีกประมาณ 7 วัน ส่วนการหาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่ ตอนนี้ นอกเหนือจากการนำเข้าน้ำมันดิบที่เป็นแหล่งหลักแล้ว ปตท. กำลังจัดหาจากแหล่งอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา, เซาท์แอฟริกา, มาเลเซีย และออสเตรเลีย ส่วนการซื้อจากรัสเซียยังต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเนื่องจากมีความเสี่ยงเรื่องมาตรการคว่ำบาตรที่อาจทำให้การโอนเงินถูกกักเก็บได้
นายอรรถพล กล่าวว่า ส่วนการจัดการจัดหาก๊าซธรรมชาติ (LNG) และเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า นายอรรถพลชี้แจงว่าในส่วนการแก้ปัญหา LNG จากกาตาร์ จากแผนเดิมที่มีก๊าซจากกาตาร์ 5 ลำ แต่ส่งออกมาได้เพียง 2 ลำ ทาง ปตท. ได้เร่งหาแหล่งอื่นทดแทน ซึ่งปัจจุบันคอนเฟิร์มแหล่งใหม่ได้แล้ว 2 ลำ และกำลังอยู่ระหว่างยืนยันลำที่ 3, สำหรับงวดเดือนพฤษภาคมจะมีการประชุมหาตลาดใหม่ทดแทนกาตาร์ในสัปดาห์หน้า สำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศและภูมิภาค ได้ขอให้แหล่งก๊าซในอ่าวไทยและแหล่ง JDA (ไทย-มาเลเซีย) เพิ่มกำลังการผลิตขึ้น ซึ่งได้รับการยืนยันแล้วว่าสามารถทำได้ รวมทั้งประสานงานขอซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจาก สปป.ลาว เพิ่มเติม และให้ กฟผ. เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน
“ปริมาณก๊าซที่นำมาเสริมทั้งหมดนี้ มีปริมาณเทียบเท่ากับเรือก๊าซ LNG 2 ลำ ทำให้มั่นใจว่าในช่วง 2 เดือนนี้ (มีนาคม-เมษายน) จะมีเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน” นายอรรถพล กล่าว
ด้านนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เรามีหน้าที่สำคัญในการดูแลราคาสินค้าให้เป็นธรรม ให้สินค้ามีปริมาณที่เพียงพอ และเรามีพ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการที่เป็นธรรม ฉะนั้นสินค้าที่จะขายต้องมีราคาที่เหมาะสมและห้ามกักตุน เรามีบทลงโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ยืนยันว่าราคาต้องเป็นธรรมและมีเพียงพอ ส่วนสินค้าที่มีความจำเป็นในการบริโภคขอยืนยันว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคา เนื่องจากเป็นสินค้าควบคุม ฉะนั้นการที่ผู้ประกอบการจะมีการปรับขึ้นราคาจะต้องยื่นข้อมูลมายังกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้เห็นถึงโครงสร้างราคาว่าส่วนไหนที่มีการเป็นไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการที่ยื่นมาเพื่อขอปรับขึ้นราคาสินค้าจนถึงวันนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
PTTEP เผย Q1/69นำส่งรายได้ให้รัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
PTTEP เผย อานิสงส์ปริมาณขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น14% หนุน Q1/69กำไรสุทธิ 11,835 ล้านบาท พร้อมเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในประเทศระดับสูงสุด รองรับการใช้พลังงานและช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคครัวเรือน-ภาคอุตสาหกรรม โชว์ไตรมาส 1 นำส่งรายได้จากการดำเนินงานให้กับรัฐกว่า 7,300 ล้านบาท
'เสนา'พลิกโมเดลอสังหาสู่นิวเอสเคิร์ฟแพลตฟอร์มสีเขียวคงเป้าปี69ที่1.4หมื่นล้าน
SENA เดินหน้าสู่ New S-Curve ทรานส์ฟอร์มจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สู่ แพลตฟอร์มวิถีชีวิตสีเขียว เชื่อม 3 ธุรกิจหลัก บ้าน โซลาร์เซลล์ และรถยนต์ไฟฟ้า ผ่าน เสนากรีนออโต้ มั่นใจรายได้ทั้งปียังคงเป้าหมายไว้ที่ 14,000 ล้านบาท

