ดร.ณัฏฐ์ เตือน ปปช. ขยายเวลาฟ้อง 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสี่ยงผิดเสียเอง!

“ดร.ณัฏฐ์” บี้ ปปช.ยื่นฟ้อง อดีต 44 สส.ก้าวไกลต่อศาลฎีกา “มติ ปปช.”แม้ขยายได้ ย้อนเกล็ดเชือกมัดคอ ปปช.ภายหลัง

10 มีนาคม 2569 - สืบเนื่อง มติ ปปช. จะครบกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ ปปช.ชี้มูลความผิดกับอดีต 44 สส.ก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ครบกำหนดในวันที่ 11 มีนาคม 2569 นี้ โดยนายสุรพงษ์ อินถาวร เลขาธิการ ปปช.ระบุว่า จ่อขอขยายเวลาไปอีก 1-2 สัปดาห์นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า มติชี้มูล ปปช.ให้ยื่นฟ้อง อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ต่อศาลฎีกาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ปปช.ชี้มูลในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 หากนับเวลา ครบกำหนดในวันที่ 11 มีนาคม 2569

มติ ปปช.ตนเห็นต่างจากนายสุรพงษ์ อินถาวร เลขาธิการ ปปช. ว่าเป็นหลักการ มิใช่ข้อกฎหมาย จึงขยายส่งคำร้องได้ว่า แม้มิใช่ข้อกฎหมายที่ระบุใน พรป.ปปช. แต่มติชี้มูล มีผลผูกพันระหว่าง ปปช. และผู้ถูกกล่าวหาที่จะต้องปฏิบัติตาม เพราะคำวินิจฉัยชี้มูลของ ปปช.เป็นที่สุด การขอขยายระยะเวลายื่นฟ้องได้ต้องมีเหตุตามกฎหมาย แต่จะขยายเวลาตามอำเภอใจเอื้อประโยชน์แก่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ เพราะเท่ากับ ปปช.กระทำความผิดเสียเอง เพียงการตรวจสอบเพื่อให้ตรงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เหตุในการขอขยาย  

ตนในฐานะนักกฎหมายภาคปฏิบัติทั้งว่าต่าง แก้ต่างคดีจำนวนมาก การร่างคำฟ้องหรือร่างคำร้องในคดีจริยธรรม ต้องอาศัยฐานจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาแต่แรก มิฉะนั้น ฝ่ายกฎหมาย จะร่างคำฟ้องคดีจริยธรรมไม่ได้ อย่าบอกนะว่า ร่างฟ้องโดยนั่งเทียนแล้วมาตรวจคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในภายหลัง โดยนายสุรพงษ์ฯ ยอมรับว่า ร่างเสร็จแล้ว มีหน้าที่ต้องยื่นฟ้องภายในระยะเวลาที่ ปปช.กำหนดใช่หรือไม่ อย่ามาตบตาประชาชน พี่น้องสื่อมวลชน ต้องไปถามนายสุรพงษ์ฯ ดูว่า ขยายเวลา 1-2 สัปห์เพื่อใครหรือไม่

ส่วนที่ถามว่า มติ ปปช. ให้ฟ้องคดีภายใน 30 วัน พี่น้องประชาชนสงสัยว่า ขยายเวลาได้หรือไม่ เป็นการประวิงเวลาช่วยเหลือผู้กล่าวหาหรือไม่ และ สส.พรรคประชาชนที่ถูกกล่าวหาจะใช้เอกสิทธิคุ้มครอง สส.ตามรัฐธรรมนูญได้หรือไม่นั้น

มติ ปปช.จะขยายเวลาฟ้องได้หรือไม่ ต้องไปพิจารณาจากข้อกฎหมาย พรป.ปปช. ให้อำนาจ ปปช.ขยายระยะเวลาฟ้องคดีต่อศาลฎีกาได้หรือไม่ หากตรวจสอบข้อกฎหมาย ไม่มีบทบัญญัติใดเป็นข้อห้าม เพราะคำวินิจฉัยชี้ขาดและการฟ้องคดี คนละขั้นตอนกัน แต่การขยายต้องดูเหตุผลในการขยายเจตนาเล็งเห็นผลเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายผู้กล่าวหาหรือไม่ มิใช่กระทำได้ตามอำเภอใจ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ราชการได้ เพราะมีหน้าที่แต่ไม่ทำ ส่อเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เท่ากับ ปปช. กระทำผิดเสียเอง

ส่วน เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.พรรคประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ไม่อาจใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองสถานะ สส.ได้เพราะเป็น “คดีจริยธรรมไม่ใช่เป็น “คดีอาญา”เอกสิทธิ์ไม่คุ้มครอง

เมื่อ ปปช. ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลฎีกา โดย ปปช.แนบข้อมูลสมาชิกภาพสถานะปัจจุบันความเป็น สส.พรรคประชาชนเป็นข้อมูลเสนอต่อศาลโดยมีคำขอให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อศาลฎีกาประทับรับฟ้อง ย่อมมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าทีทันที เพราะจริยธรรมร้ายแรง เป็นมาตรฐานสูงกว่าการกระทำผิดอาญา ถือเป็นความรับผิดชอบทางการเมือง โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 วรรคสอง ให้หมายความรวมถึง สส. สว.และคณะรัฐมนตรีด้วย ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรมของนักการเมืองเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ สส. โดยตรง อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองในวงกว้างได้

สถิติที่ผ่านมา ศาลฎีกาเมื่อประทับรับฟ้อง ศาลฎีกาจะสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที โดย พรป.ปปช. เปิดช่องให้เป็นดุลพินิจของศาลก็ได้

ส่วนที่ นายวาโย อัศวรุ่งเรือง หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาจะยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลฎีกา มิให้ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติ นั้น ตนขอถามว่า นายวาโยยื่นคัดค้านด้วยเหตุใด แม้เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลย เพราะคดีจริยธรรมอย่างร้ายแรง พฤติการณ์แห่งคดีเป็นการร่วมกันแก้ไข ปอ.มาตรา 112 เกินอำนาจหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ อันมีผลกระทบต่อโครงสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะพระมหากษัตริย์ เป็นองค์ประกอบหนึ่งของระบอบการปกครองไทยแยกจากกันไม่ได้

ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กรว่า เป็นพฤติการณ์เซาะกร่อน บ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นการล้มล้างการปกครอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ถือเป็นเรื่องร้ายแรง

ส่วนที่ถามว่า โอกาสแนวโน้มผลคดี ในคดีแก้ไขมาตรา 112 ของอดีต สส.ก้าวไกล เป็นอย่างไร ตนไม่ขอกาวลวงอำนาจศาลฎีกา แต่ผลของ มติ ปปช. ชี้มูลดีต 44 สส.ก้าวไกล อันเป็นสืบเนื่องมาจากนำเอาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในคดีล้มล้างการปกครองจาการร่วมกันแก้ไขมาตรา 112 ในคดีเซากร่อน บ่อนทำลายสถาบันกษัตริย์ โดยคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเสร็จเด็ดขาดและผูกพันทุกองค์กร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 211 วรรคสี่ ข้อเท็จจริงจึงมัดผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ แนวโน้มโอกาสรอดหริบหรี่หรือว่า โอกาสน้อย แนวโน้มถูกเพิกถอนสิทธิ ประหารชีวิตทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 235รรคหนึ่ง (1) ประกอบวรรคสี่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วัชระ' อัด ปปช. ดองคดี 'สันทัด-แสวง' ดื่มเหล้าในห้องประชุม กกต.

นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตามที่ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 ร้องเรียนนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ตำแหน่ง กรรมการการเลือกตั้ง ว่าจัดเลี้ยงฉลองวันเกิดที่ห้องประชุมบนอาคารกกต.

ป.ป.ช. ขอขยายเวลายื่นศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณา ที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ในวันที่ 9 มี.ค.ว่า การร่างคำร้องเสร็จแล้ว แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

'ประเสริฐ' ขู่ฟ้องพวกวิจารณ์ปั่นกระแสการเมือง ปม ดีเอสไอ-ป.ป.ช. สอบ 2 กรณี

"ประเสริฐ" โร่แจงปม ดีเอสไอ สอบกรณี MOU กระทรวงดีอี กับ บ.สิงคโปร์ และ ป.ป.ช. สอบใช้งบบริหารจัดการน้ำ ชี้ทั้งสองเรื่องยังไม่เป็นคดี ยังไม่สรุปผลสอบสวน ขู่เตรียมฟ้องนักวิจารณ์มั่ว ปั่นกระแสสร้างประเด็นการเมืองทำเสียหาย

ดร.ณัฏฐ์ ชำแหละเกมประวิงคดี ‘ชนนพัฒฐ์’ ชี้ DSI ออกหมายเรียกซ้ำได้

ภายหลังศาลยกคำร้องหมายจับ นายชนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.พรรคกล้าธรรม จังหวัดสงขลา โดยให้ออกหมายเรียกก่อน ต่อมา นายชนนพัฒฐ์ฯโพสต์ข้อความ อ้างมีเหตุขัดข้องติดประชุมสภา ขอเลื่อนคดี วันที่ 12 มีนาคม 2569 นั้น

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'สส.ชนนพัฒฐ์' ยังใช้เอกสิทธิ์ สส.ไม่ได้ ปมคดีเว็บพนัน

นักกฎหมายมหาชนอธิบายชัด เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.ใช้ได้เฉพาะช่วงสมัยประชุม ขณะนี้ยังไม่เปิดประชุมสภา DSI จึงมีอำนาจออกหมายเรียกได้ หากไม่มาตามหมาย 2 ครั้ง อาจนำไปสู่หมายจับ

ดร.ณัฏฐ์ ซัดเวทีจำลองเลือกตั้ง ไร้อำนาจตาม รธน. ไร้ผลกฎหมาย

สืบเนื่องจากนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา ปธ.กมธ.พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา จัดให้มีการจำลองการเลือกตั้ง โดยให้นายสม