
'ณัฐพงษ์' งัดไม้เด็ด เตรียม 20 ขุนพลถล่มนโยบายรัฐบาล ชูธีม 'พอแล้ว-ไม่ไหวแล้ว' แบ่งกลุ่มเศรษฐกิจและกลุ่มดูแลวิกฤต ย้ำปมวิกฤตราคาน้ำมัน-วิกฤตฝุ่นควัน พร้อมจี้ เดินหน้าแก้ รธน.
8 เม.ย. 2569 - ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมในการอภิปรายแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า ขณะนี้ได้มีการพูดคุยจัดสรรเวลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าการอภิปรายจะสิ้นสุดในวันศุกร์นี้เวลาประมาณ 23.00 น. ซึ่งในส่วนของพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้กว่า 20 คน โดยมีการแบ่งเนื้อหาและจัดสรรตัวผู้อภิปรายไว้อย่างครบถ้วน เพื่อใช้เวทีสภาให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะประเด็นวิกฤตราคาน้ำมัน และวิกฤตฝุ่นควันที่ประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือกำลังเผชิญอยู่ รวมถึงวิกฤตอื่น ๆ ที่ประชาชนกำลังคาดหวังให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา
เมื่อถามว่า เนื้อหาที่จะอภิปรายจะเน้นไปที่ด้านใด นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในเรื่องของเวลาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์หน้างาน แต่เบื้องต้นเตรียมผู้อภิปรายไว้ 20 กว่าคน แบ่งเป็นกลุ่มผู้อภิปรายเปิด กลุ่มเศรษฐกิจ และกลุ่มที่ดูแลวิกฤตด้านอื่นๆ ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งนี้การอภิปรายไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ตัวรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง แต่จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนที่รัฐบาลถูกตั้งคำถามในการแก้ปัญหาประเทศ เพราะแม้ว่านโยบายจะเขียนออกมาสวยหรูเพียงใด แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเจตจำนงทางทางการเมืองในการแก้ปัญหาเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่อย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานที่สังคมกำลังตั้งคำถามว่ารัฐบาลสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่
"ในธีมการอภิปรายผมได้แถลงไปตั้งแต่วันก่อนแล้วว่า เราเตรียมมาในธีมที่บอกว่า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว คือพอแล้วกับการเมืองแบบนี้ ที่ไม่ได้มีที่มาที่ไปในการเข้าสู่ตำแหน่งเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ และ ไม่ไหวแล้วกับวิกฤตต่างๆในทุกด้านที่ประชาชนกำลังประสบอยู่ ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดอยากให้ทุกคนรอติดตามการอภิปรายจริงในวันพรุ่งนี้ดีกว่าครับ" นายณัฐพงษ์กล่าว
เมื่อถามถึงความกังวลต่อสถานการณ์และไทม์ไลน์ทางการเมืองที่อาจมีผลกระทบ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตามปกติแล้วหากไม่มีการรีบเร่งผิดปกติเรื่องต่างๆ ควรจะพ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปก่อน แต่ที่ผ่านมาเราเห็นสถานการณ์ที่บางคดีช้าหรือเร็วผิดปกติ ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่ถูกดำเนินคดีอยู่ขั้วการเมืองใด ตนไม่อยากเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถามตั้งแต่วันที่รัฐบาลเริ่มทำหน้าที่แถลงนโยบาย ว่ารัฐบาลชุดนี้ซึ่งรวบอำนาจแทบทั้งหมด ทั้งสภาบน สภาล่าง และถูกตั้งคำถามถึงองค์กรอิสระ จะมีการใช้อำนาจในทางมิชอบหรือไม่ และกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลจากสภาจะทำได้เต็มที่จริงหรือไม่ เพราะหากทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องจะยิ่งทำให้รัฐบาลขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน
ทั้งนี้ เมื่อถามถึงความพร้อมและกระบวนการภายในพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าได้วางแผนรองรับไว้ทุกรูปแบบแล้ว ขอให้ทุกคนมั่นใจและไม่ต้องเป็นห่วง แต่ขอไม่ลงรายละเอียดในเชิงลึก อย่างไรก็ตาม ตามกรอบกฎหมายและข้อบังคับพรรคที่จะต้องมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง พรรคประชาชนจะจัดให้มีการประชุมภายในเดือนเมษายนนี้อย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงเรื่องการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในการอภิปรายจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่แล้ว ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ควรทำตามเจตจำนงของประชาชน เนื่องจากผลการออกเสียงประชามติครั้งแรกมีประชาชนเกือบ 60% ที่เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้นไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกระบุไว้ในคำแถลงนโยบายหรือไม่ ก็ถือเป็นภารกิจของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการตามฉันทามติของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' ไล่บี้รัฐบาลปัดตกร่างแก้รธน. โวยกติกาสูงสุดฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน
'เท้ง' จี้ ‘รัฐบาล’ ตอบให้ชัดหลังปัดตก กม.หลายฉบับ ถามอำนาจถกกฎหมายอยู่ใครกันแน่ เหน็บคุยหลังบ้านทั้งสภาล่าง-สภาบน ถึงมั่นใจทั้ง 34 ฉบับผ่านฉลุย ซัดกติกาสูงสุดประเทศกำลังเป็นฐานอำนาจระบอบสีน้ำเงิน
สะท้อนจิตใต้สำนึก! คำมั่น 'เท้ง' หลังรับสนองพระบรมราชโองการ
รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมขอให้คำมั่นสัญญาต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน
เท้งสำนึกความเป็นผู้แทน ภท.จ่อเคาะร่างแก้ไขรธน.
"ณัฐพงษ์" รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นผู้นำฝ่ายค้านฯ
ภท.รีเซตเกมแก้รธน. ปชน.ต้องจำบทเรียน
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เกมแก้รัฐธรรมนูญต้องกลับไป “นับหนึ่งใหม่” อย่างเป็นทางการ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)
'สมชัย' เผยกูรูฟันธง ภายใน 3 เดือดหากไม่เริ่มแก้ไขรธน.จะเริ่มต้นนับหนึ่งไล่รัฐบาล
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า มีคนถามผมว่า ถ้าเราใช้เงิน 3,000 ล้านเพื่อทำประชามติและมีผลประชามติแล้วว่า
ลุ้นศาลชี้ขาดกู้เงิน 14พค.สภาเมินถกพ.ร.ก. ชงครม.ปรับแผนก่อหนี้
“ฝ่ายค้าน” ยื่น “โสภณ” ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยับยั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท

